ประมวลเหตุอัศจรรย์ สวรรค์เปิดทาง รับเสด็จฯดวงพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย ในหลวงในพระบรมโกศ พระโพธิสัตว์ของชาวไทย

ประมวลเหตุอัศจรรย์ สวรรค์เปิดทาง รับเสด็จฯดวงพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย ในหลวงในพระบรมโกศ พระโพธิสัตว์ของชาวไทย

Publish 2016-10-14 08:38:57

เมื่อวาน (13 ตค.) ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เมื่อแถลงการณ์สำนักพระราชวัง  ประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต" ทั้งผืนแผ่นดินก็ระงมไปด้วยเสียงร่ำไห้

โดยในวันดังกล่าว ตลอดทั้งวันได้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ท้องฟ้าดูอึมครึม ไม่สดใส จนเวลาบ่ายแก่ ได้มีผู้เผยแพร่ภาพปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เป็นภาพฟ้าเปิดทางท่ามกลางความมืดมัว

ซึ่งเพจชื่อดัง  “ณัชร สยามวาลา Nash Siamwalla, PhD” ได้โพสต์ลงที่เฟสบุ๊คว่า

“ภาพท้องฟ้าเปิดเหนือศิริราชตอนบ่ายแก่ ๆ วันที่ ๑๓ ต.ค. ๒๕๕๙ สะกิดให้คิดมุมกลับได้ว่าป่านนี้บนสวรรค์คงกำลังเฉลิมฉลองต้อนรับการเสด็จฯ กลับของพระองค์ท่านอยู่ หลังจากที่ทรงเสียสละจุติจากเทวโลกลงมาอุบัติในมนุษยโลกเพื่อทรงงานช่วยเหลือดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขพวกเราอยู่ตั้งนาน

ผู้เขียนเป็นผู้รู้น้อย แต่ขอเดาจากที่เคยได้ยินมาว่า ที่เห็นฟ้าเปิดเป็นแสงสว่างส่องลงมาท่ามกลางความมืดมนนี้ก็น่าจะเป็นขบวนเทวดา (ที่ตามปกติมีรังสีสว่างมากน้อยตามกำลังบุญ)ลงมากราบบังคมทูลเชิญให้เสด็จฯ กลับสวรรค์นั่นเอง

คนไทยเรายุคปัจจุบันมีบุญมากที่ได้เกิดทันแผ่นดินของพระโพธิสัตว์ผู้กำลังสั่งสมพระบารมีเพื่อจะไปเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต ถ้ารักและอาลัยพระองค์ท่านก็พึงเจริญทาน ศีล และภาวนาบารมีตามรอยพระบาทกันเถิด

เพราะอย่าลืมว่า เพียงการอธิษฐานว่า "ขอเกิดเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป" นั้นไม่พอ แต่ต้องสร้างเหตุให้เหมาะสมที่จะได้ไปเกิดใต้เบื้องพระยุคลบาทด้วย

เหตุที่ว่านี้ คือต้องทำทั้งทาน ศีล และภาวนานั่นเอง

Cr. ไม่ปรากฏชื่อผู้ถ่ายภาพ มีผู้ส่งต่อ ๆ กันมาในไลน์ ท่านใดเป็นผู้ถ่ายภาพนี้ขอให้บอกมาด้วยนะคะ ประสงค์จะให้เครดิตท่านค่ะ”



หลังจากนั้น เมื่อตกดึกก็มีภาพของหมอกธุมเกตุ แพร่สะพัดในโซเชียล

หมอกธุมเกตุ [อ่านว่า ทุ-มะ-เกด] อ่านเพิ่มเติมได้ที่

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เหนือธรรมชาติ 
จากตำนานพระราชพงศาวดาร ปรากฏขึ้นยามมีเหตุสวรรคตของเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน (เคยมีบันทึกเหตุการณ์นี้ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงสวรรคต)

ข้อความบางส่วนจากพระนิพนธ์ใน 
หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิสกุล

“๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ พวกราษฎรเอาเสื่อไปปูนั่งกันเป็นแถวตลอดสองข้างทาง จะหาหน้าใครที่มีแม้แต่ยิ้มก็ไม่มีสักผู้เดียวทุกคนแต่งดำน้ำตาไหลอย่างตกอกตกใจด้วยไม่เคยรู้รส อากาศมืดคุ้มมีหมอกขาวลงจัดเกือบถึงหัวคนเดินทั่วไป ผู้ใหญ่เขาบอกว่านี่แหละหมอกธุมเกตุ ที่ในตำราเขากล่าวถึง ว่ามักจะมีในเวลาที่มีเหตุใหญ่ๆเกิดขึ้น”

 


และในเวลาดึกของคืนเดียวกัน ก็มีการเผยแพร่ภาพพระจันทร์ ซึ่งเกิดเหตุอัศจรรย์หลายภาพ

 

รูปแรก ถ่ายติดพระจันทร์และปรากฏเหมือนมีภาพ ร.9 ติดที่ภาพ บ้างก็เชื่อ บ้างก็บอกว่าเป็นภาพแต่ง

 

แต่ที่มีพยานหลายคนเห็นจากมุมต่างๆ และยืนยันตรงกันคือ พระจันทร์ทรงกลด

http://www.thaiday.com/

 

ตามความเชื่อชาวไทยแต่โบราณ เชื่อว่าพระอาทิตย์พระจันทร์ทรงกลดนั้น เพราะโลกธาตุสั่นสะเทือน

เทพเทวาต้องกางฉัตรต้อนรับ เกิดเป็นปรากฏการณ์อัศจรรย์ขึ้น

ทั้งนี้ ด้วยบุญญาธิการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่ได้ทรงบำเพ็ญเพียรสะสมมา ทำให้มั่นใจว่า ท่านได้เสด็จสู่สวรรค์คาลัยอย่างแท้จริง

ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์
เสด็จฯสู่สวรรคาลัย

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ทีมข่าว ปัญญาญาณ - ทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน