น้ำเหือดแห้งทำนาไม่ได้ พร้อมรวมตัวขอน้ำจากชลประทาน

Publish 2019-06-05 22:21:39


          เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 11.30 น. นาย พายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สิงห์บุรี พร้อมชาวนา ต.ถอนสมอ ต.โพประจักษ์ อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี และ ชาวนา ต.โพสังโฆ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ประมาณ 60 คน ได้มารวมตัวชุมนุม โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมทำการไกล่เกลี่ย  บริเวณลานหน้าบ้านพักเจ้าหน้าที่ชลประทานชัณสูตร ตรงข้ามกับโรงพยาบาลท่าช้าง หมู่ที่ 5 ต.โพประจักษ์ อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี เนื่องจากปัจจุบันชาวนาในเขตตำบลดังกล่าวเดือดร้อนอย่างหนักไม่มีน้ำทำนา  เหตุเพราะ สำนักงานชลประทานชัณสูตร ปล่อยน้ำไปให้ปลายน้ำคลองชลประทาน ในพื้นที่ดังกล่าวน้อยเพียง 30% ทำให้พื้นที่ดังกล่าวซึ่งเป็นที่ดอนกว่าในคลองชลประทานไม่มีน้ำเลย แถมยังมีผักตบชวาและหญ้าขึ้นเต็มไปหมดยิ่งทำให้เกิดปัญหาน้ำที่จะไหลผ่านไม่สะดวก แต่ในเขตพื้นที่อื่นที่อยู่ทางต้นน้ำกลับมีน้ำแทบเต็มคลอง



          นายพายัพ  ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สิงห์บุรี  กล่าวว่า ตนออกมาประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานชันสูตร  ในเรื่องของชาวนาในเขตพื้นที่ดังกล่าวไม่มีน้ำทำนา ไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะตนไม่ได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองใดๆ โดยชาวนาทั้งหมดนี้ไปร้องขอให้ตนมาช่วยประสานเพื่อขอน้ำให้ชาวนาในเขตพื้นที่นี้มีน้ำทำนาเหมือนกับเขตพื้นที่อื่นในจังหวัดสิงห์บุรีเพียงเท่านั้น ซึ่งตนได้ประสานและรายงานกับท่าน อธิบดีกรมชลประทาน และ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 เรียบร้อยแล้ว 

          นางชุติกาญจน์  ตุ้มชี ชาวนาหมู่ที่ 4 ต.ถอนสมอ อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี เปิดเผยว่า พื้นที่ราบลุ่มของกลุ่มชาวนาที่เดือดร้อนตรงนี้มีหลายพันไร่ ในช่วงเมษายนซึ่งเป็นช่วงการทำนาปรัง ชลประทานควรจะปล่อยน้ำมาให้ตรงพื้นที่นี้ได้แล้ว แต่ก็ยังไม่มา  ทำให้ชาวนาต้องช่วยเหลือตัวเองคือวิดน้ำเข้านาเองทำให้ต้นทุนในการปลูกข้าวสูงขึ้น  เพราะต้องรีบทำก่อนที่จะถึงช่วงปลายฝน ที่ราบลุ่มน้ำก็จะท่วมทำให้นาเสียหาย  ความต้องการคืออยากให้มีน้ำล่องมาทางใต้บ้าง ไม่ใช่มีแต่ทางเหนือ ซึ่งทางนี้ไม่เคยได้ใช้น้ำจากคลองนี้เลย และยังมีต้นหญ้า ผักตบชวาที่รกเต็มคลองไปหมด เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อไม่ได้รับการแก้ไขมานานมาก    

     



ด้าน นายธีรัตน์ พันธุประกิจ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน สำนักงานชลประทานชัณสูตร จ.สิงห์บุรี ได้พบปะเจรจากับ นายพายัพฯ และกลุ่มชาวนา และได้ชี้แจงว่า ทางชลประทานไม่ได้เพิกเฉย มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง  การบริหารน้ำในพื้นที่มีอยู่ 5 คลอง ทุกคลองเกือบสมบูรณ์หมดแล้ว เหลือเพียงช่วงด้านท้ายตรงนี้  โดยทางชลประทานฯ ปล่อยน้ำมาตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม แต่เนื่องจากสภาพของคลอง และการใช้น้ำของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ทำให้น้ำไม่สามารถไหลลงมาด้านท้ายได้อย่างเต็มที่  ทั้งนี้คลองระบายน้ำชัณสูตรช่วงนี้ยาว 29 กม. (ตั้งแต่ อ.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน อ.ท่าช้าง) และน้ำที่ปล่อยมานี้มาจากประตูระบายน้ำชันสูตรที่ต่อกับเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งยังมีน้ำไม่เพียงพอที่จะส่งมาปลายสาย เนื่องจากต้นน้ำขณะนี้กำลังสูบน้ำเพื่อเริ่มทำนา โดยแบ่งกันสูบคลองด้านซ้าย 1 วัน คลองด้านขวา 1 วัน ทำให้น้ำมาไม่ถึงปลายสาย

ท้ายที่สุด กลุ่มชาวนาได้เรียกร้องให้ชลประทานฯ  ลอกคลองชลประทานให้ลึกขึ้น และ นายพายัพ  ได้โทรประสานกับ นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน  ให้ปล่อยน้ำให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันปล่อยแค่ประมาณ 30% ซึ่ง อธิบดีกรมชลประทาน  ได้รับปากจะเร่งดำเนินการให้  ทำให้ชาวนาพอใจแยกย้ายกันกลับบ้าน

ภาพ/ข่าว ณัฏฐนารา ปานมี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สิงห์บุรี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

น.ส.ณัฐนารา ปานมี(หน่อย)