จับอดีต ผญบ.ม้งบ้านหลวง สร้างรีสอร์ทรุกพื้นที่อุทยานฯอินทนนท์

Publish 2019-02-20 19:36:28

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 256  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น. นายกริชสยาม  คงสตรี  หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอย  อินทนนท์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์, เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองร้อยรักษาความสงบที่ 2 จังหวัดเชียงใหม่ (ป.พัน.7 พล.ร.7), เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรจอมทอง, ปลัดอำเภอจอมทอง และกำนันตำบลบ้านหลวง

 

 



จับอดีตผู้ใหญ่บ้านม้งบ้านหลวง สร้างรีสอร์ทรุกพื้นที่อุทยานฯอินทนนท์

ได้ร่วมกันดำเนินคดี กรณีการก่อสร้างรีสอร์ทบุกรุกอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โดย พบว่ามีการก่อสร้างอาคารเพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยว จำนวน 8 หลัง โดยมีนายวิโรจน์  เทิดไพรพนาวัลย์ ราษฎรเผ่าม้งหมู่ที่ 7 บ้านขุนกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านรับเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการจับกุมส่งสถานีตำรวจภูธรจอมทอง

 

 

จับอดีตผู้ใหญ่บ้านม้งบ้านหลวง สร้างรีสอร์ทรุกพื้นที่อุทยานฯอินทนนท์

นายกริชสยาม  คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อยู่ระหว่างการตรวจสอบซึ่งพบว่ายังมีพื้นที่ที่ก่อสร้างรีสอร์ทอีกหลายแห่ง ที่มีการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ และเป็นการก่อสร้างอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการโดยเด็ดขาดต่อไป เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพถ่ายไว้เป็นหลักฐาน และร่วมกันพิจารณาลงความเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ดังนี้1. ฐานก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ตามมาตรา 54 พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ประกอบมาตรา 72 ตรี2. ฐานยึดถือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า ตามมาตรา 16(1) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ประกอบมาตรา243. ฐานเปลี่ยนแปลงทางน้ำหรือทำให้น้ำในลำน้ำ ลำห้วย หนอง บึง ท่วมท้นหรือเหือดแห้ง ตามมาตรา 16(5) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ประกอบมาตรา24
พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งแก่นายวิโรจน์ เทิดไพรพนาวัลย์ ว่าท่านต้องถูกจับ และได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบว่า ดังนี้
1. มีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้
2. ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ 3. ถ้าผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุมที่สามารถดำเนินการได้โดยสะดวกและไม่เป็นการขัดขวางการจับหรือการควบคุมผู้ถูกจับหรือทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ก็ให้เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ถูกจับดำเนินการได้ตามสมควร.

 

.

 

ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดเชียงใหม่ 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง    
-สุดช๊อค!!บุกจับอดีตตำรวจค้ายาบ้าพบสิ่งผิดกฎหมายเพียบช๊อค 2 ต่อเมื่อรู้เป็นอดีตตำรวจมือปราบเบอร์1ของพะเยาแต่กลับเป็นผู้ค้ายารายใหญ่ในพื้นที่
-คืบหน้าล่าสุด!! ผบช.ภ.1 แถลงข่าวจับอดีตผู้กองหัวหน้า "แก๊งอุ้มรีดทรัพย์" เผยยังหลบหนีอีก 3 คน..!?
-ลำบากใจตอนแก่ซะแล้ว !!! ตำรวจ ปปป.บุกจับอดีตนายช่างเจ้าพนักงานที่ดินสระบุรี ค่าบ้านญาติ เอื้อประโยชน์ให้นายทุนใหญ่ (ชมคลิป)

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน