พ่อ-แม่ จ.อ.สมาน ร่ำให้ปานจะขาดใจ !! หลังรู้ข่าวลูกไปช่วยทีมหมูป่าฯ แต่ตนเองดันเสียชีวิต (รายละเอียด)

พ่อ-แม่ จ.อ.สมาน ร่ำให้ปานจะขาดใจ !! หลังรู้ข่าวลูกไปช่วยทีมหมูป่าฯ แต่ตนเองดันเสียชีวิต (รายละเอียด)

Publish 2018-07-06 14:54:52

เมื่อเวลา 11.10น. วันที่ 6 ก.ค.2561 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 3 บ้านหนองคู ต. เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ. ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบ้านของ จ่าเอก สมาน  กุนัน อายุ 38 ปี อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมชั้นสูง ของกองทัพเรือ ที่เสียชีวิตจากการเป็นจิตอาสาเข้าไปช่วยเหลือ ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง เขาขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ก่อนเป็นลมหมดสติขณะกลับออกมา ทีมงานรีบนำส่ง รพ.ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับ นางสำราญ กุนัน อายุ 64  ปี แม่ผู้เสียชีวิต  ซึ่งกำลังร้องให้ด้วยความเสียใจ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุด เยียวยาจิตใจ จาก รพ.จตุรพักตรพิมาน  พัฒนาสังคมจังหวัด ตำรวจ นายอำเภอ และพี่น้องประชาชนช่วยกันปลอบใจ และให้กำลังใจ โดยนางสำราญ กล่าวทั้งน้ำตาว่า รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น และไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดกับคนในครอบครัว


 



ด้านนายวิชัย กุนัน อายุ 62 ปี ผู้เป็นพ่อ บอกว่า ตนรู้ข่าวตอน 10.00 น .รู้สึกเสียใจมาก ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว ปกติจ่าสมานเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ไม่เที่ยว ไม่ดื่ม รักพ่อ แม่ และเป็นนักกีฬาไตรกีฬา ซึ่งล่าเหรียญรางวัล-ถ้วยรางวัลมามากต่อมาก

ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายได้โทรมาบอกกับตนว่า ได้อาสาเดินทางไปกับคณะเพื่อนร่วมงานเข้าไปช่วยเหลือทีมหมูป่า Academy ที่ถ้ำ หลวงเขาน้ำนางนอน จ. เชียงราย ตนก็ได้บอกลูกชายไปว่า พ่อ แม่เป็นห่วงไม่อยากให้เข้าไปในถ้ำกลัวได้รับอันตราย ซึ่งลูกก็รับปากว่าครับ  ก่อนจะมาทราบข่าวว่าหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจ ตอนขากลับออกจากถ้ำ ลูกหมดสติ ถูกหามส่งโรงพยาบาล ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ผู้เป็นพ่อเล่าต่ออีกว่าก่อนหน้านั้นจ่าสมาน เคยรับราชการสังกัดกองทัพเรือ และได้ผ่านการอบรม หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ จนสำเร็จหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจมชั้นสูง รุ่นที่ 30 เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2558 ก่อนที่จะลาออกไปสมัครงาน เป็นเจ้าหน้าที่ลาดตะเวนระงับเหตุ บริษัทท่าอากาศยานไทยฝ่าย รปภ. บริษัทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้แต่งงานกับแฟนสาวซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกัน แต่ยังไม่มีบุตรชายด้วยกัน


 


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกดีใจและเสียใจ มากพอๆกัน ดีใจคือลูกได้อาสาไปช่วยเหลือคน ไม่อยากโทษหมูป่าอาคาเดมี่ หรือโทษใครทั้งนั้น สิ่งไหนจะเกิดมันก็ต้องเกิด  การสูญเสียลูกชายซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักของครอบครัวในครั้งนี้ ตอนนี้ตนยังคิดอะไรไม่ถูก ได้แต่เตรียมจัดงานศพให้เสร็จสิ้นก่อนเท่านั้น และอยากให้หน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวด้วย เพราะก่อนเหตุเลวร้ายเกิดขึ้น ลูกกำลังก่อร่างสร้างตัว วางแผนชีวิตไว้เมื่อเกษียณแล้ว ก็จะมาอยู่กับพ่อ-แม่ ประกอบอาชีพ การเกษตรหารายได้เลี้ยงดูพ่อแม่อยู่ที่บ้านเกิด  ซึ่งจากนี้ไปเมื่อไม่มีลูกคนนี้แล้ว ตนก็ยังไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

 


 

 เบญจมาศ  คาดพันโน  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ร้อยเอ็ด

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วินัย วงศ์วีระขันธ์
HASTAG :