สองหนุ่มใหญ่ชาวอุดรน้ำตาตก ไม่รู้ถูกหลอกไปทำงานแบบผิดกฎหมาย แถมต้องตามใช้หนี้นอกระบบ ที่หามาจ่ายค่านายหน้า

Publish 2017-10-18 06:00:15

     เมื่อเวลา 23.00 น.  วันที่ 17 ตุลาคม 2560  ที่ห้องสอบสวนของด่านตรวจคนหางาน กรมการจัดหางาน ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ  เจ้าหน้าที่ ด่านตรวจคนหางาน กรมการจัดหางาน ได้เชิญตัวชายชาวจังหวัดอุดรวัย 51 ปี จำนวน 2 คนมาสอบปากคำ  หลังจากที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามการหลอกคนไทยไปทำงานต่างประเทศของกรมการจัดหางาน ได้สืบทราบจากสายข่าวว่า จะมีคนไทยแฝงตัวเดินทางไปลักลอบทำงานที่ประเทศเกาหลี โดยจะอาศัยเดินทางผ่านบริษัททัวร์ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบชายทั้งสองท่านนี้กำลังเช็ดอินเดินทาง และต้องสงสัยว่าอาจลักลอบไปทำงานที่เกลาหลี จึงเชิญตัวมาสอบปากคำ



     ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวชายคนที่ถูกระบุว่าเป็นคนชักชวนและจัดแจงเรื่องเอกสารการเดินทางให้  แต่ยังคงให้การปฏิเสธ  และยืนกรานว่าตนเองจะเดินทางไปเที่ยวเท่านั้น  แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เปิดหลักฐานการแชทส่งข้อความผ่านมือถือซึ่งมีการพูดคุยระบุข้อความว่าจะเดินทางไปทำงานด้าน การทำสวน และจะต้องกู้เงินนอกระบบมาเป็นค่าเดินทาง ทำให้ชายคนดังกล่าวยอมจำนนด้วยหลักฐาน และให้การรับสารภาพว่า จะเดินทางไปทำงานจริง เจ้าหน้าที่จึงให้ทั้งคู่ทำบันทึกคำรับสารภาพ พร้อมทำประวัติบุคคลทั้งหมดเอาไว้ พร้อมใช้อำนาจตามมาตราที่ 63 วรรค 1 ระงับการเดินทางออกนอกประเทศของกลุ่มบุคคลทั้งหมดเอาไว้เป็นการชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2528  พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำการไปทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่จะปล่อยตัวบุคคลทั้งหมดกลับไป

     โดยในเบื้องต้นชายทั้งสองท่านนี้ยังให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้เดินทางไปทำงานที่เกาหลีแต่อย่างไร และให้การอ้างว่า จะเดินทางไปท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่ซื้อไว้กับบริษัททัวร์  เท่านั้น แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารต่างๆ รวมถึงสอบถามข้อมูลบางอย่าง  ชายทั้งสองทั้งสอง จึงให้การรับสารภาพว่า ตนจะเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีจริง  โดยผ่านนายหน้าซึ่งเป็นชาวไทย ที่อ้างว่าได้เงินดี แต่ไม่ได้ระบุว่าจะให้ทำงานอะไร  แต่จะได้ค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 3-4 หมื่นบาท แต่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายและค่าเดินทางของบริษัททัวร์คนละ 3 หมื่นบาท


     ด้านชายวัย 51 ปี เล่าทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า ตนเองเดิมที มีอาชีพขับรถบรรทุกอ้อยมีรายได้เดือนละประมาณ 12,000 บาท จนกระทั่งมีคนรู้จักกันมาชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศเกาหลี โดยบอกเพียงว่าจะได้เงินเดือนละประมาณ 3-4 หมื่นบาท ตนจึงมาปรึกษากับครอบครัวและตกลงว่าจะเดินทางไปทำงานตามที่มีนายหน้าแนะนำ จึงให้ภรรยาไปกู้เงินนอกระบบมาเพื่อจ่ายค่าเดินทางจำนวนเงิน 3 หมื่นบาท แต่ไม่คิดว่าการที่ตนจะไปทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินเดือนสูง ๆ นั้นจะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย  ตนรู้สึกแย่เรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มาก  แต่ก็ยังโชคดีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบจึงไม่ต้องไปเผชิญ  ชะตากรรมที่สนามบินอินชอน แต่ก็โชคร้ายที่ต้องไปทำงานหาเงินมาใช้หนีสินที่กู้มา  อยากฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดจะไปทำงานต่างประเทศโดยผ่านหน้านายนั้น ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร

 

ภาพ/ข่าว สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ    ผู้สื่อข่าวภูมิภาค    สำนักข่าวทีนิวส์    จ.สมุทรปราการ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นาย ธนวัต นาคขำ