“ออมสิน ชีวะพฤกษ์” รมต.ประจำสำนักนายกฯ เข้าติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว หลังชาวบ้านเจอน้ำท่วมกว่า 1 เดือน

Publish 2017-08-23 21:19:52

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 ส.ค. 60 ที่ห้องประชุมเขื่อนลำปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์  นายออมสิน  ชีวะพฤกษ์  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เข้าตรวจติดตามปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์  และสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว  โดยนายสุวิทย์  คำดี ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  นายเธียรชัย  อัจฉริยพันธ์  รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  พ.อ.ประวัติ  จารุตัน เสนาธิการกองกำลัง รส.จ.กส.  พ.อ.มานพ  ไขขุนทด  รอง ผอ.กอ.รมน. นายฤาชัย  จำปานิล  ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์  และนายเกรียงไกร  กิริวรรณา  นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ารายงานสภาพปัญหาในพื้นที่  และรับฟังนโยบายการดำเนินการเยียวยาที่จะต้องดำเนินการทันทีหลังน้ำลด

 



จากนั้นเดินทางไปยังอาคารผันน้ำเพื่อดูระบบการการระบายน้ำของเขื่อนลำปาวตรวจสภาพเขื่อนก่อนจะเดินทางที่ศาลาการเปรียญวัดสว่างโคกกลาง หมู่ที่ 3 ต.หลุบ  อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จำนวน 1,000 ชุด ก่อนจะเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านโนนสว่าง และโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ที่นำคณะแพทย์พยาบาลมาตรวจรักษาประชาชน  ก่อนจะไปสำรวจพนังกั้นลำน้ำปาวบ้านปอแดง ที่ชาวบ้านได้นำกระสอบทรายเสริมพนังกั้นน้ำสูงถึง 3 ชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักล้นมายังพื้นที่บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรตลอดระยะทางกว่า 3 กม. ซึ่งชาวบ้านประสบปัญหาน้ำล้นตลิ่งและท่วมพนังกั้นน้ำมาทุก ๆ ปีและเสียงบประมาณทางราชการและส่วนของประชาชนในการทำกระสอบทรายเป็นจำนวนมากแต่ละปี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนมีความต้องการให้แก้ปัญหาแบบระยะยาว โดยเฉพาะการเสริมพนังตลอดแนว

 

นายออมสิน  ชีวพฤกษ์  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมว่า  ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังพายุหมดไปคือปริมาณน้ำจำนวนมากที่ยังขังอยู่ในพื้นที่  นอกจากนี้ก็ยังมีน้ำไหลหลากเข้ามาในเขื่อนลำปาว  ระดับน้ำที่มีมากช่วงต้นฤดูฝน จนทำให้เขื่อนต้องระบายน้ำวันละ 30 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน จนถึงขณะนี้ก็ยังอยู่ในระดับสูง  การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเข้ามาติดตามและดูสภาพปัญหาจริง เพื่อนำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาระบบน้ำ และแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาที่จะต้องเริ่มดำเนินการอย่างเร่งด่วน  ประชาชนที่เดือดร้อนจะต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง  พร้อมกำชับให้ส่วนที่เกี่ยวโดยเฉพาะ ปภ.จังหวัด เร่งสำรวจประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมบ้านเรือน เพื่อเตรียมการช่วยเหลือทั้งในส่วนเงินครัวเรือนละ 5,000 บาท  และการซ่อมแซมบ้านในงบประมาณ 230,000 บาท 220,000 บาท 75,000 บาท และ 15,000 บาทที่จะต้องดำเนินการสำรวจอย่างรวดเร็ว และรายงานผลตามสภาพความเป็นจริง จากกองทุนผู้ประสบอุทกภัยซึ่งเป็นเงินที่รัฐบาลเปิดรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ


นายสุวิทย์  คำดี  ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  กล่าวว่า จ.กาฬสินธุ์ ประสบปัญหาอุทกภัย 18 อำเภอ สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 13 อำเภอ  ขณะที่พื้นที่เขตชลประทานลำปาว 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ร่องคำ และ อ.ฆ้องชัย ยังประสบปัญหาน้ำท่วมขังกำลังจะเข้าสู่ระยะเวลา 1 เดือน  โดยจำนวนเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด 140,838 ครัวเรือน  ครัวเรือนที่ประสบภัย 47,936 ครัวเรือน  ขณะที่พื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายประมาณ 297,988 ไร่  โดยเฉพาะนาข้าวที่เสียหายจากน้ำท่วมแล้ว 243,408 ไร่  และในพื้นที่ 5 อำเภอยังมีน้ำท่วมขังนาข้าวอยู่ 130,018 ไร่ ขณะที่พื้นที่ประมงมีมูลค่าความเสียหายแล้ว 14,843,905 บาท ใน 13 อำเภอ

 

สำหรับสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว ยังมีปริมาณน้ำที่เกินการควบคุมอยู่ประมาณ 90 ล้าน ลบ.ม. โดยปัจจุบันยังไม่น้ำไหลหลากเข้ามายังเขื่อนลำปาวเฉลี่ยวันละ 20-29 ล้าน ลบ.ม. ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา  เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำเขื่อนลำปาวยังมีปริมาณมาก โดยขณะนี้เขื่อนลำปาวมีน้ำอยู่ร้อยละ 83% หรือประมาณ 1,640 ล้าน ลบ.ม.  โดยยังระบายน้ำวันละ 30 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน

ภาพ-ข่าว/ชมพิศ ปิ่นเมือง ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

น.ส.ชมพิศ ปิ่นเมือง(หวาน)