ชั่วจริงๆ!!ผอ.โรงเรียน ตั้งสถาบันการเงินชุมชน หลอกชาวบ้านกู้เงินออมสินมาลงทุน อ้างได้ดอกเบี้ยงาม เสียหายรวมกว่าร้อยล้าน เงินหายเกลี้ยง

Publish 2017-02-18 10:40:08

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์จี้สถาบันการเงินชุมชนอำเภอท่าคันโท ซึ่งชวนเชื่อชาวบ้านลงทุนชี้หากเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนให้แจ้งความดำเนินคดี ขณะที่ว่าการอำเภอท่าคันโท ตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องทุกข์ส่อเม็ดเงินพุ่งแตะ 100 ล้านบาท ด้านคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเตรียมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งเป็นประธานสถาบันการเงินหากมีมูลเหตุฉ้อโกงประชาชนวินัยร้ายแรง ด้านประธานสถาบันการเงินชุมชน ยอมรับมีการระดมเงินจริง แต่นำไปปล่อยกู้เงินแล้วเจ๊ง

                ความคืบหน้า ชาวบ้านอำเภอท่าคันโท ร้อง คสช. และจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า ถูกสถาบันการเงินในหมู่บ้านหลอกให้กู้เงินผ่านโครงการธนาคารออมสิน รายละ 200,000 บาท แต่ให้มอบอำนาจการถอนเงินเพื่อลงทุนรายละ 190,000 บาท เพื่อสร้างกำไรปั่นผลสารพัดโครงการชวนเชื่อผ่านไปไม่ถึงปีมีหนังสือทวงเงินคาดเสียหายเบื้องต้นกว่า 60 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ศูนย์ดำรงธรรมกาฬสินธุ์พร้อม ทหาร ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบ

                โดยเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.30 น.ที่ห้องประชุมอำเภอท่าคันโท นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ นายพลานุภาพ ธนพรดำแพทย์ นายอำเภอท่าคันโท ร.ท.จักรภัทร ตระการไทย หน.ชุดปฏิบัติการกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย กองพันทหารม้าที่ 14 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ นายจารึก ตันเจริญ พัฒนาการอำเภอท่าคันโท และ น.ส.เนาวรัตน์ สวัสดี ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาทันคันโท และตัวแทนชาวบ้านจำนวน 50 คน ได้ประชุมชี้แจงปัญหาเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา โดยมีนายไกรสวัสดิ์ แก้วคำหาญ ผอ.รร.โนนสำราญวิทย์ อำเภอท่าคันโท ในฐานะประธานสถาบันการเงิน หมู่ที่ 9 ตำบลท่าคันโท ซึ่งเป็นคู่กรณีเข้าร่วม

                โดยนางวิไลวรรณ มณีจันทร์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 บ้านท่าคันโท ม.2 ต.ท่าคันโท  อ.ท่าคันโท กล่าวว่า ตนเป็นผู้หนึ่งที่ถูกชักชวนโดยสถาบันการเงินชุมชนในช่วงปลายปี 2558 โดยได้เข้าร่วมกู้เงินในครอบครัว 3 คน ประกอบด้วยตนและสามีและลูก รวมเป็นเงิน 600,000 บาท แต่จะแตกต่าง โดยอ้างว่าจะเป็นการ ให้ไปเปิดบัญชีกับธนาคารออมสิน สาขาท่าคันโท แล้วจะให้เงินคนละ หนึ่งหมื่นบาท ต่อสมุดบัญชีหนึ่งเล่ม ซึ่งเมื่อไปเปิดบัญชี ทางสถาบันการเงินฯ ก็ได้นำเงินสดจำนวน 30,000 บาทมาให้จริง แต่ก็ได้เก็บสมุดบัญชีไปจนมีหนังสือทวงเงินจากธนาคารออมสินฯ รายละ 200,000 บาท และมีการส่งหนังสือจากทนายความของธนาคาร จึงได้เข้าไปสอบถามเพื่อนบ้าน ก็ปรากฏว่ามีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จึงได้รวมตัวกันไปแจ้งความไว้ในช่วงต้นปี 2560 และมีการร้องทุกข์เรื่อยมา ซึ่งตนและครอบครัวไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจึงได้มาขอความเป็นธรรมเพราะไม่เคยได้ใช้เงินจำนวน 570,000 บาท อีกทั้งมีฐานะยากจน จึงขอความเป็นธรรม

(คลิกอ่าน : ชั่วจริงๆ!!ศาลอุดรฯสั่งจำคุก ครู ข่มขืนลูกศิษย์ 2 ปี พบประวัติข่มขืนทั้งในห้องพักครู รีสอร์ต แปลกใจเลวขนาดนี้แต่โรงเรียนยังปกป้อง)



ด้าน น.ส.เนาวรัตน์ สวัสดี ผู้ช่วย ผจก.ธนาคารออมสิน สาขา อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับสินเชื่อที่ทางธนาคารปล่อยกู้ในครั้งนี้ เป็นสินเชื่อองค์กรชุมชนรายย่อยอเนกประสงค์ ทั้งนี้องค์กรชุมชนนั้นหมายถึงกลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนกรณีที่มีปัญหาครั้งนี้นั้นทางสถาบันการเงินชุมชนบ้านท่าคันโท ม.9 เป็นผู้รวบรวมสมาชิกที่ประสงค์จะก็เงิน เพื่อไปใช้ในการอุปโค บริโภค หรือทำกิจกรรมกรรมอะไรก็ได้ในวีชิตประจำวัน โดยทางองค์กรสถาบันจะทำการตรวจสอบและดูแลข้อมูลคุณสมบัติเบื้องต้น ซึ่งผู้ที่จะกู้เงินได้ต้องเป็นสมาชิกขององค์กร และทางคณะกรรมการจะเป็นผู้เซ็นรับรอง และรวบรวมส่งมายังธนาคาร จากนั้นทางธนาคารจะตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งหากไม่มีปัญหาก็จะนัดทำสัญญา

“ส่วนขั้นตอนการชำระนั้นหากค้างภายใน 1-3 เดือน ซึ่งทางธนาคารออมสินสาขา อ.ท่าคันโทจะเป็นผู้ออกหนังสือติตามทวงถาม และหากยังไม่มีการชำระล่วงเลยไปถึง 4 เดือน ทางธนาคารออมสินเขตก็จะเป็นผู้ติดตามเอง สำหรับกลุ่มผู้กู้เงินที่เกิดปัญหาครั้งนี้ ทางธนาคารออมสินได้สอบถามไปยังประธานสถาบันการเงินชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหา โดยเบื้องต้นทางสถานบันจะให้สมาชิกทำการปรับปรุงโครงการหนี้ ซึ่งจะทำให้ยอดเงินในการผ่อนชำระน้อยลด และขยายระยะเวลาการผ่อนชำระออกเท่านั้น แต่ยอดเงินกู้และสัญญากู้ยังคงเป็นชื่อผู้กู้เดิมตั้งแต่แรก” น.ส.เนาวรัตน์กล่าว

                นายไกรสวัสดิ์ แก้วคำหาญ ผอ.รร.โนนสำราญวิทย์ อำเภอท่าคันโท ประธานสถานบันการเงินชุมชนบ้านท่าคันโท ม.9 ยอมรับว่า ได้ให้ชาวบ้าน ซึ่งเป็นสมาชิกร่วมกันกู้เงินจริง โดยมีทั้งหมด 265 ราย ซึ่งแต่ละรายจะสามารถกู้ได้ 200,000 บาท โดยหลังจากทำสัญญากู้เงินและทางธนาคารอนุมัติแล้ว ทางสถาบันจะให้เงินสมาชิกรายละ 10,000 บาท เพื่อเป็นค่าเซ็นสัญญาและถือว่าเป็นค่าปันผล ส่วนที่เหลือรายละ 190,000บาท ทางสถาบันได้นำเงินทั้งหมดไปปล่อยเงินกู้ร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งมีผู้กู้เงินไปแล้วประมาณ 1,000 ราย แต่ขณะนี้กลับเกิดปัญหาเนื่องจากทางสถาบันไม่สามารถตามเก็บดอกเบี้ยและเงินต้นจากผู้กู้ได้ จึงทำให้ไม่มีเงินไปจ่ายคืนให้กับทางธนาคาร จึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตามยืนยันว่าหนี้สินของชาวบ้านทั้งหมด ทางสถาบันจะเป็นผู้จ่ายเอง แต่จะต้องทำเรื่องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เพื่อลดยอดการชำระ และขยายเวลาออกไป เพื่อที่ทางสถาบันจะได้มีเวลาติดตามทวงหนี้จากผู้กู้แล้วนำไปส่งธนาคาร

                ขณะที่นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวหลังจากมีชาวบ้านเข้ามาร้องทุกข์ก็ได้สั่งให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง พร้อมกับตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา 1 ชุด ซึ่งหลังจากประชุมล่าสุดโดยมีนายอำเภอท่าคันโทร่วมกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ประธานสถาบัน และชาวบ้านผู้เสียหาย เบื้องต้นได้ให้ชาวบ้านเข้าไปปรับปรุงโครงการสร้างหนี้กับธนาคาร เพื่อลดยอดเงินการจ่ายและขยายระยะเวลา ซึ่งทางประธานสถาบันเองก็ยินยอมที่จะจ่ายเงินคืนทั้งหมด แต่ต้องเก็บเงินจากผู้กู้ได้เสียก่อน อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะต้องตรวจสอบบัญชีของสถาบันการเงินแห่งนี้อย่างละเอียด ว่า ได้ให้สมาชิกที่เป็นชาวบ้านไปกู้ทั้งหมดกี่ราย เป็นยอดเงินเท่าไหร่ และเงินที่ได้ไปนั้นไปปล่อยกู้จริงหรือไม่ ปล่อยกู้กี่ราย จำนวนเงินเท่าไหร่ พร้อมทั้งตรวจสอบว่าทางสถาบันขออนุญาตจัดตั้งถูกต้องไหม เนื่องจากคดีนี้เพื่อป้องกันปัญหาด้านอายุความหากเข้าข่ายฉ้อโกง ได้แนะนำให้ประชาชนผู้เสียหายได้เข้าไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าคันโท เป็นรายๆ


อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เตรียมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงต่อ นายไกรสวัสดิ์ แก้วคำหาญ ผอ.รร.โนนสำราญวิทย์ อำเภอท่าคันโท ประธานสถานบันการเงินชุมชนบ้านท่าคันโท ม.9 เนื่องจากเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งหากมีมูลการทุจริตโทษสูงสุดจะต้องถูกตั้งกรรการสอบวินัยร้ายแรง ขณะที่มีรายงานว่า ยังมี ตำบลกรุงเก่า ตำบลนาตาล ตำบลยางอุ้ม และตำบลกุดจิก ที่มีชาวบ้านเริ่มทยอยเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งคาดว่าอาจจะมีผู้เสียหายในเรื่องนี้มากกว่า 800 ราย ทั้งนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ก็จะทำการแยกประเภทปัญหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกู้เงินจากธนาคารออมสิน สาขาท่าคันโท หรือไม่

(คลิกอ่าน : เลวชั่วจริงๆ!!! ครูสาวสุดจะทนแก๊งผลิตหนังโป๊ ฉวยรูปจากเพจดังไปทำปกตัวอย่างโปรโมทหลอกคนซื้อ ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด!!)

ชมพิศ ปิ่นเมือง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.กาฬสินธุ์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อิทธิพล กาวรรณธง