แถไปเรื่อย ไม่สำนึก!! สภ.นครสวรรค์ รวบ “หม่อมกำมะลอ” หลังอ้างเป็นทหารยศนายพัน ตุ๋นเงินชาวบ้านไปกว่า2ล้าน แถม โชว์กร่างไม่มีสลด!!

Publish 2016-12-20 20:11:00

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 20 ธ.ค. 59 พ.ต.ต.สามารถ สาโรจน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้มีการเชิญตัว นายชัยรินทร์ หรือหม่อมบิ๊ก อิศรางกูร ณ อยุธยา ชาว อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี มาสอบปากคำ หลังจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ก่อนหน้านี้ ว่าถูกนายชัยรินทร์ ซึ่งแอบอ้างตัวเองว่าเป็นหม่อม และเป็นนายทหารยศใหญ่ หลอกยืมเงิน โดยมีผู้เสียหาย 4 ราย พร้อมหลักฐานทั้งการยืมเงิน ยอดรวมกว่า 2 ล้านบาท และการพูดคุยผ่านทางออนไลน์ มาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นหลักฐานในการเอาผิดฐานฉ้อโกงฯ

 

 

 

 



จากการสอบปากคำ พบว่า นายชัยรินทร์แต่งกายคล้ายชุดทหาร ที่ด้านหน้าอกข้างซ้าย มีป้ายระบุ หน.อก.นสพ.เก้าเหล่าทัพไทย และติดบัตรศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ งานอำนวยการ 9 เหล่าทัพไทย คณะทำงานตรวจสอบเจ้าหน้าที่ 9 ลทท. ระบุชื่อที่บัตร คือ ผกร.ต.ชัยรินทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา กร. ตำแหน่ง หัวหน้า ฉก.เก้าเหล่าทัพไทย สังกัด กองบัญชาการเหล่าทัพไทย เดินทางมาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเพื่อนหญิงสาวไม่เปิดเผยนาม ซึ่งในการนี้ มีกำลังฝ่ายทหาร จาก มทบ.31 ค่ายจิระประวัติ เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย พร้อมกับเตรียมเอาผิดกับชายรายนี้อีกทอดหนึ่งด้วย

 

 

โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่ายอยู่นั้น ปรากฏว่า นายชัยรินทร์ได้พูดเสียงดังต่อว่ากลุ่มนักข่าวเรื่องการถ่ายบันทึกภาพ พร้อมกับมีการพูดว่า ชุดที่ใส่ให้เห็นนี้ไม่ใช่ชุดทหาร แต่เป็นแบบฟอร์มชุดนักข่าว ที่ตนเองสังกัดอยู่ น...เก้าเหล่าทัพไทย มีสำนักงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี อีกทั้ง ยังมีการชี้ไปที่ปกเสื้อของตัวเองให้ผู้สื่อข่าวดู ว่าตราที่ติดอยู่คอปกเสื้อ เป็นดาว 6 แฉก หมายถึงตำแหน่งหัวหน้าเฉพาะกิจฝ่ายข่าว น.ส.พ.เก้าเหล่าทัพไทย ส่วนการสอบปากคำ นายชัยรินทร์ให้การยอมรับว่าเคยยืมเงินผู้เสียหายบางคนเท่านั้น จึงมีการโต้เถียงกับกลุ่มผู้เสียหายอยู่พักใหญ่ ก่อนที่นายชัยรินทร์จะมีการนำโทรศัพท์มากดเบอร์โทรหาพรรคพวกรายหนึ่ง โดยได้ยินเสียงนายชัยรินทร์เรียกนามผู้รับปลายสายว่าท่านนายก ทั้งนี้ ในส่วนของทางคดี ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้มีการตรวจสอบประวัติ จนพบเจอเฟซบุ๊กของนายชัยรินทร์ ใช้ชื่อ “หม่อมบิ๊ก บิ๊ก” โดยในเฟซบุ๊กดังกล่าว จะพบภาพเจ้าตัวแต่งกายชุดทหารเต็มยศ ไปปรากฏตัวตามสถานที่ต่างๆ และภาพถ่ายร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการอีกหลายคน

 

 


และในเฟซบุ๊กเจ้าตัวมักจะโพสต์ข้อความ ทำนองว่าไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชน และตรวจสอบการทุจริตของข้าราชการ แต่สุดท้าย นายชัยรินทร์จึงถูกพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามหลักฐาน 2 ข้อหา ฐานฉ้อโกงทรัพย์ และแต่งกายเรียนแบบทหาร จากนั้น จึงมีการนำตัวนายชัยรินทร์ ไปตรวจค้นรถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ด สีส้ม หมายเลขทะเบียน กจ 1712 อุทัยธานี ภายในรถพบอาวุธปืน 9 มม. ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก แม็กกาซีน 2 ตลับ เครื่องกระสุนปีนขนาด 9 มม. 32 นัด ชุดแต่งการเลียนแบบทหาร 2 ชุด และบัตรประจำตัวแอบอ้างอีกหลายหน่วยงาน นอกจากนี้ รถคันดังกล่าว ยังมีการไฟไซเลนบนหลังคารถอีกด้วย จึงถูกดำเนินคดีเพิ่มอีกหลายข้อหา พร้อมกับจะมีการตรวจสอบประวัติเพื่อขยายผลต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าตัวเคยถูกสำนักสื่อแห่งหนึ่ง แฉพฤติกรรมไปข่มขู่เรียกรับผลประโยชน์ โดยใช้วิชาชีพสื่อมวลชนบังหน้า ในการตรวจสอบการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการ โดยคาดว่า น่าจะมีเป็นขบวนการ

 

 

 

ด้าน นางธนพร ถี่ถ้วน อายุ 64 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยพฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้ว่า ถูกนายชัยรินทร์ พร้อมพรรคพวกอีก 4 คน ทำทีเข้ามาตีสนิทในระหว่างไปทำบุญที่วัดที่วัดแห่งหนึ่ง เมื่อปี 2553 โดยตอนนั้นนายชัยรินทร์อ้างตัวว่า เป็นนักข่าวสังกัด นสพ.เบาะแส มาสืบเรื่องคดีฆาตกรรมคดีหนึ่ง ซึ่งก็ได้มีติดต่อพูดคุยกันเรื่อยมา จนมาถูกนายชัยรินทร์ขอยืมเงิน โดยครั้งแรก มีการขอยืมไป 4,000 บาท และจากนั้นก็ถูกขอยืมอยู่บ่อยครั้งครั้งละหลายหมื่น อ้างเอาไปทำธุรกิจรับเหมา จนถึงขนาดที่ตนต้องนำที่ดินไปจำนอง เพื่อเอาเงินมาให้นายชัยรินทร์ยืม รวมกันทั้งหมดกว่า 2 ล้านบาทแล้ว

 


 

ภาพ / ข่าว : กณต ทาทิพย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครสวรรค์

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศรัญญา สิงขรณ์