เปิดวาร์ปฉาว อดีตอธิบดีคนดัง ซัดแรงหมอทวีศิลป์  ไม่มีวันเข้าใจคนจนเวลาหิว

เปิดวาร์ปฉาว อดีตอธิบดีคนดัง ซัดแรงหมอทวีศิลป์ ไม่มีวันเข้าใจคนจนเวลาหิว

Publish 2020-04-19 22:14:00


สืบเนื่องจากกรณีเกิดเหตุมประชาชนจำนวนมาก   เดินทางไปเข้าคิวรอรับของบริจาค  บริเวณหน้าวัดดอนเมือง กทม. เป็นแถวยาวประมาณ 2 กิโลเมตร โดยไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันโรค COVID-19  กระทั่ง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) ต้องออกมาเตือนความอันตราย จาการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสที่อาจเกิดขึ้น  

 

พร้อมแนะนำทางเลือก โดยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา  เพื่อจะได้ไม่เป็น ซูเปอร์สเปรดเดอร์   ไปแพร่เชื้อให้กับคนอื่น ๆ หากเริ่มมีอาการไอ ไข้ เจ็บคอ ให้รีบมาพบแพทย์โดยด่วน หรือใครรู้ว่าญาติไปรอรับของบริจาค  ต้องเตือนให้ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาอย่าง 100%  

 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  หมอทวีศิลป์ยังช็อก เห็นปชช.เข้าคิวรอรับของบริจาค ที่หน้าวัดดอนเมือง กทม. กว่า 2 กม.)




อย่างไรก็ตาม  แม้ทางด้าน นพ.ทวีศิลป์  จะเน้นให้เฝ้าระวัง ป้องกัน  ผ่านถ้อยแถลงว่า  "ตนเข้าใจที่คนไทยอยากจะช่วยเหลือกัน แต่ขอฝากถึงผู้ใจบุญที่อยากบริจาคให้พี่น้องประชาชน ต้องมีระบบการจัดการที่ดี เพราะการปล่อยคนมายืนรอคอยอย่างแออัดเช่นนี้ ถือว่าไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย เนื่องจากมีคนมาชุมนุมกันจำนวนมาก"


แต่ล่าสุดมีการแผยแพร่ความเห็นของ   นพ.เรวัต วิศรุตเวช    อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข    และสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย  โดยการโพสต์เฟซบุ๊ก   วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่โฆษกศบค. ดังกล่าว    มีเนื้อหารายละเอียด    ระบุว่า   "เพราะเขาหิว 11 โมงเช้าของทุกวันประชาชนติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิดผ่านการแถลงของ. ศบค ว่ามีคนป่วยและตายเพิ่มขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนเท่าไหร่ สำหรับในประเทศไทยคนป่วยและตายอาจมีจำนวนไม่มากนักแต่พี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อนอย่างหนักถึงขั้นอดอยากไม่มีจะกินเพราะต้องตกงานเนื่องจากกิจการถูกปิดโดยคำสั่งของรัฐบาล

 


สิ่งที่ประชาชนมักจะได้ฟังจากการแถลงของโฆษก. ศบค. ถ้าเมื่อไหร่ยอดป่วยและตายเพิ่มขึ้น   ก็จะแถลงว่าเพราะคนไทยไร้วินัย ไม่ค่อยให้ความร่วมมือแต่ไม่เคยยอมรับในความล้มเหลวและเหลวแหลกที่ปล่อยให้คนนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศมาติดคนไทยที่ไม่ได้เดินทางไปไหนแต่ต้องป่วยและตายโดยไม่ได้เป็นผู้ไปติดเชื้อจากต่างประเทศ
 



เพราะฉะนั้นทุก11โมงเช้าคือเวลาที่คนไทยต้องรับฟังการอบรมว่าต้องทำตัวดีๆ นะ มิฉะนั้นยอดผู้ป่วยจะสูงขึ้น หรือไม่ลดลงส่วนรัฐบาลไม่เกี่ยว ฟังแล้วเหมือนการนิรโทษกรรมหลังการทำรัฐประหารเลย ที่ทำผิดอย่างไรก็ไม่เคยผิดทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ทั้งชาตินี้. ชาติหน้า และตลอดไปทุกๆชาติ

 


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง.....โฆษก ศบค. ได้ออกมาตำหนิประชาชนที่กำลังอดอยากหิวโหยเข้าคิวยาวเหยียดเป็นจำนวนมากเพื่อรอรับบริจาคทั้งเงิน ข้าวสารอาหารแห้ง ที่วัดดอนเมือง ว่าทำผิด พ.ร.ก ฉุกเฉิน จะเป็นเหตุให้มีการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งเมื่อดูในภาพข่าวก็มีทั้งคนที่ใส่หน้ากากอนามัยและไม่ได้ใส่ ผู้ไม่ได้ใส่ก็ถูกตำหนิว่าทำตัวไม่ดี ไม่รู้จักป้องกันโดยหารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วเพราะเขาไม่มีเงินจะซื้อเพราะมีการกักตุนจนราคาแพงหรือขาดแคลนจนหาซื้อไม่ได้

 

 

ประชาชนที่มาชุมนุมกันอย่างแออัดยัดเยียดโดยไม่หวาดกลัวโควิด  เพราะความหิวโหยอดอยากซึ่งคุณหมอโฆษกจะไม่มีวันเข้าใจ เนื่องจากในชีวิตไม่เคยต้องประสบกับความยากแค้นแสนสาหัสเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต

 


ในฐานะแพทย์คนหนึ่งย่อมไม่อยากเห็นการอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่นโดยไม่มีระยะห่าง  (physical distancing)  จนเป็นเหตุให้มีการแพร่ระบาดของโรคได้ พี่น้องกำลังอดอยากหิวโหย แต่โฆษก ศคบ. กำชับว่าผู้บริจาคควรต้องบริหารจัดการให้มีมาตรการระยะห่าง โดยไม่ละอายใจว่าจริงๆแล้วควรไปสั่งให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการ ในฐานะผู้บริหารประเทศซึ่งมีทั้งหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องควบคุมป้องกันการระบาดและเยียวยาประชาชน

 

พี่น้องประชาชนก็คงยังกลัวทั้งโควิด และ พ.ร.ก ฉุกเฉินครับท่านโฆษก แต่เพราะเขาหิวครับ

 

อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่า ก่อนหน้านั้นครูท่านหนึ่งได้เคยออกมาพูดถึง นพ.ทวีศิลป์ ในฐานะลูกศิษย์เช่นกัน 

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  ครูโคราชเคยสอน หมอทวีศิลป์ ตอนเด็ก ส่งกำลังใจถึงลูกศิษย์ เล่าอีกมุมชีวิตไม่เคยรู้มาก่อน )


นอกเหนือจากเป็นการออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่โฆษกศบค.  ทั้งในฐานะแพทย์  และอดีตข้าราชการ กระทรวงสาธารณสุข รวมถึง  สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้าน   ซึ่งแล้วแต่มุมมองว่าสาธารณชน จะเห็นว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร


จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม   พบว่า  เมื่อวันที่   13  กรกฎาคม  2559    "สำนักข่าวอิศรา"  ได้เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเมือง ของ  นพ.เรวัต  ไว้หลายประเด็น   โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับนักการเมือง  ถึงขั้นเคยมีความพยายามจะผลักดันให้เป็น  ผู้ตรวจการแผ่นดิน  ครั้งแล้วครั้งเล่า


ทั้ง ๆ ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้น  จะมีมติไม่เห็นชอบ 66 เสียง เห็นชอบ 66 เสียง และงดออกเสียง 24 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุม 156 คน ต่อข้อเสนอของ  คณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน  

 

พร้อมระบุด้วยว่า  แม้แต่  นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสมาชิก สนช. ก็ยังข้องใจถึงเหตุผลที่คณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติเสนอชื่อ นพ.เรวัต วิศรุตเวช อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้ง  แม้ว่าที่ประชุมสนช.จะตีตกข้อเสนอดังกล่าวไปแล้ว

 

พร้อมกันนี้  "สำนักข่าวอิศรา"  ยังตั้งข้อสังเกตุถึงเส้นทางชีวิตข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข จนสุดท้ายได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการแพทย์   ว่า  มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรหรือไม่ จากนัยสัมพันธ์ทางการเมืองที่ปรากฎตามเอกสารเชิงประจักษ์

 

 

ทั้งการรับตำแน่งประธานที่ปรึกษา รมช.เกษตรและสหกรณ์ (นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ)  

 

 

และยังเคยเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศของประธานรัฐสภา (ยุคนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์) รวมถึงเคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคดีพิเศษ (ยุคนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ) 

 

 

(คลิกอ่านข้อมูลข่าวประกอบ :  เปิดแฟ้มลับ‘หมอเรวัต’! นั่งกุนซือ‘ณัฐวุฒิ-ขุนค้อน’-ไฉน กก.สรรหาฯยังชงชื่อ? )  

 

ขอบคุณภาพ  ข้อมูล :  สำนักข่าวอิศรา  ,   เพจเฟซบุ๊ค  นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;