บิ๊กตู่ขอประเมินปลายเม.ย. ค่อยดูผ่อนปรนใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมเคอร์ฟิว

บิ๊กตู่ขอประเมินปลายเม.ย. ค่อยดูผ่อนปรนใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมเคอร์ฟิว

Publish 2020-04-15 15:13:30


กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร  สำหรับการเดินหน้าภารกิจหยุดยั้่งวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และ รมว.กลาโหม  ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.  อันเป็นไปตามข้อกำหนด ในอำนาจหน้าที่   "พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน"  




ล่าสุด พล.อ. ประยุทธ์   ได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 112/2563   เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล ด้านผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19  เนื้อหาสาระสำคัญ ว่าด้วย  การแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล ด้านผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19    โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับ ปลัดกระทรวงอีก 9  กระทรวง รวมถึงผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  โดยมีภารกิจสำคัญ ว่าด้วยการจัดทำมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์  ตลอดจนให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างทั่วถึง เป็นธรรมโดยเร็ว 

 


พร้อมกำหนดหน้าที่และอำนาจสำคัญ 7  ข้อ  คือ 

1. ติดตาม รวบรวม และบูรณาการข้อมูลเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน 
2. ตรวจสอบการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาตรการของรัฐต่างๆ 
3. นำผลการดำเนินการ  มาวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีความครอบคลุม ทั่วถึงและเป็นธรรม
4. กำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินมาตรการชดเชยรายได้ ให้เป็นไปตามแผนงานและเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส รวมทั้งเสนอแนะกลไกและขั้นตอนการดำเนินงานที่กลุ่มเป้าหมาย สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือเยียวยาได้อย่างแท้จริง ต่อนายกรัฐมนตรี หรือศูนย์ปฏิบัติการด้านมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน  ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2563  เรื่อง การจัดโครงการสร้างของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2563  


5. ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ  รัฐวิสาหกิจ  และ องค์กรที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงข้อเท็จจริง และรายงานข้อมูล รวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการ
6. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน  หรือ บุคคล เพื่อช่วยปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น และ เหมาะสม
และ 7. การปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย



หลังจากก่อนหน้านั้น  พล.อ.ประยุทธ์  เพิ่งมีคำสั่งนายกรัฐมนตรี  ที่ 9/2563 และ 12/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19)  โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และ  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ,  เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา   ,  อธิบดีกรมบัญชีกลาง ,  อธิบดีกรมศุลกากร  และ อธิบดีกรมการค้าภายใน  ร่วมเป็นรองประธาน

 


ภายใต้กรอบหน้าที่เรื่องการบริหารจัดการพัสดุและเวชภัณฑ์ สำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 

โดยสาระสำคัญของการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว  คือ การกำหนดอำนาจหน้าที่กลั่นกรอง ควบคุม การบริการจัดการพัสดุ และเวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย ที่น่าสนใจ อาทิ ข้อ 2 พิจารณากลั่นกรองการกำหนดราคากลางในการจัดซื้อพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) และเวชภัณฑ์ป้องกัน ตลอดจนสินค้าหน้ากากอนามัยของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐให้เหมาะสม

การพิจารณากลั่นกรองการนำเข้าสินค้าหน้ากากอนามัยเข้ามาในราชอาณาจักร และคำขอรับหนังสืออนุญาตการส่งออกสินค้าหน้ากากอนามัยไปนอกราชอาณาจักร พร้อมเอกสารหลักฐานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาต และวิธีการส่งออกสินค้าหน้ากากอนามัย

 

 

การพิจารณากลั่นกรองเอกสาร หลักฐาน ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการผลิต และปริมาณการจำหน่ายพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) และเวชภัณฑ์ป้องกัน ตลอดจนสินค้าหน้ากากอนามัย รวมทั้งความต้องการในแต่ละภาคส่วนเพื่อประกอบการพิจารณาของเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการในการอนุญาตให้ผู้ผลิตกระจายพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) และเวชภัณฑ์ป้องกัน ตลอดจนสินค้าหน้ากากอนามัยให้ทั่วถึง

และการติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ ประเมินผล  สรุปข้อมูลผู้ผลิตเกี่ยวกับ  การนำเข้า  ราคาซื้อ   ราคาจำหน่าย   ปริมาณการผลิต  ปริมาณการกระจาย ชื่อและที่อยู่ของผู้รับซื้อปลายทาง ตลอดจนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับพัสดุ สำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (โควิด 19) และเวชภัณฑ์ป้องกัน สินค้าหน้ากากอนามัย และรายงานผลการดำนินการให้นายกรัฐมนตรี ทราบเป็นระยะ


ทั้งนี้เป็นน่าสังเกตจากหลายฝ่ายในระยะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์  มีหลักการชัดเจนในการเข้าไปควบคุม สั่งการ การแก้ปัญหาฟื้นฟูประเทศ  จากกรณีวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด -19  ในแทบทุกขั้นตอน   อาทิ การออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 8/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เมื่อวันที่ 8 เมษายน  2563   กรณีเพื่อให้การปฏิบัติงานของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดเป็นไปด้วยความรอบคอบ และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2563 เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563  ข้อ 2  นายกรัฐมนตรีจึงแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)  เพื่อทำหน้าที่ในการเข้าร่วมประชุมเพื่อให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ การป้องกัน และแก้ไขปัญหาของภาคธุรกิจเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 


พร้อมกำหนดให้ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นประธาน  ทำงานร่วมกับ  ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง   ,  อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ,  ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า  , ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ,  ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  และมีประธานองค์ภาคธุรกิจต่าง ๆ  เป็นกรรมการ  โดยไม่มีนักการเมือง หรือ ผู้แทนพรรคการเมืองใด ๆ ในพรรคร่วมรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้อง แม้แต่ชุดคณะกรรมการเดียวเลย

 

 

คลิกอ่านลิงค์เอกสารประกอบ - http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/083/T_0090.PDF

คลิกอ่านลิงค์เอกสารประกอบ - http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/085/T_0029.PDF




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;