หมอกัมปนาทอยากรู้ สุชาติ ต้องการอะไร ฉวยโอกาสปลุกระดม ! ย้ำ มือชกหน้าป๋า ได้รับการดูแลอย่างดี  ควรให้เกียรติผู้วายชนม์!

"หมอกัมปนาท"อยากรู้ "สุชาติ" ต้องการอะไร ฉวยโอกาสปลุกระดม ! ย้ำ "มือชกหน้าป๋า" ได้รับการดูแลอย่างดี ควรให้เกียรติผู้วายชนม์!

Publish 2019-05-29 14:16:41


สืบเนื่องจากการณีที่นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติได้ มีการเปิดเผยข้อมูล นายขวัญชัย วรสุต อดีตนักศึกษารามคำแหง ที่ชกพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ขณะนั้นเป็นประธานในพิธีปิดกีฬาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2528 โดยโพสต์ของนายสุชาติ ระบุว่า หลังจากนั้น นายขวัญชัย ถูกจับเข้าโรงพยาบาล ก่อนจะถูกจับกดน้ำจนเสียชีวิตในโรงพยาบาล

 



 

ขณะเดียวกันทางด้านของ นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Kampanart Tansithabudhkun, M.D.) ยืนยันว่ามืกชกป๋ายังมีชิวิตอยู่โดยระบุข้อความว่า ... ผมก็อยากถามเหมือนกันว่าคุณสุชาติต้องการอะไร...

 

ก่อนอื่นขอเรียนให้ทราบว่าในอดีตผมเคยเป็นจิตแพทย์ที่รับราชการอยู่ที่โรงพยาบาลนิติจิตเวชหรือปัจจุบันเรียกว่าสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์สังกัดกรมสุขภาพจิตตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปี 2550

 

( ขอแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติม ณวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 นะครับหลังจากที่ได้อ่าน Comment จากหลายๆที่บอกว่าผมพูดเรื่องนี้ไม่จริงเพราะตอนนั้นผมยังอายุน้อยอยู่เลย ความจริงก็คือว่าผู้ป่วยแอดมิดในสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์หรือสมัยก่อนคือโรงพยาบาลนิติจิตเวชตั้งแต่ปี 2528 ผมเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปี 2532 เข้ารับราชการที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ปี 2542 ได้ดูคนไข้ อยู่ในช่วงเวลาก่อนที่ผู้ป่วยจะจำหน่ายออกไปด้วยฝีมือของผมเองในปี 2544 ข้อมูลที่ผมแจ้งมาว่าผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 7 ปีนั้นผมอาจจะเข้าใจผิดตรงที่ว่าแฟ้มของผู้ป่วยความจริงมีหลายแฟ้มและผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลนานนับ 10 ปีแล้วแต่มีการจำหน่ายผู้ป่วยออกไปแบบเอกสารแต่ตัวผู้ป่วยไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเนื่องจากว่าถ้าผู้ป่วยแอดมิดอยู่ในโรงพยาบาลนานเกินไปจะทำให้สถิติของผู้ป่วยที่ค้างอยู่ในโรงพยาบาลนานเกินไปก็เลยมีการจำหน่ายออกไป แบบเอกสารแล้วแอดมิดกลับเข้ามาใหม่ เพราะฉะนั้นแฟ้มจึงมีหลายแฟ้มมากๆ อาจจะงง และยืนยันว่าตัวเองเป็นผู้ดูแลบำบัดรักษาและสั่งยาผู้ป่วย ด้วยมือของตัวเองอย่างแท้จริง)​

 



... ในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีโอกาสดูแลผู้ป่วยคนที่คุณสุชาติได้กล่าวถึง ผู้ป่วยได้รับการถ่ายโอนจากคุณหมอท่านหนึ่งมาให้ผมดูแลหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลถึง 7 ปีแล้ว (ข้อมูลอาจจะคลาดเคลื่อน ความจริงมากกว่านั้น)​ ตอนนั้นผมก็ทราบประวัติของผู้ป่วย ตามที่หลายท่าน อาจจะได้ทราบจากข่าวข้างล่างนี้แล้วนะครับ ข้อมูลบางส่วนขออนุญาตไม่เปิดเผยเนื่องจากเป็นเรื่องของสิทธิผู้ป่วย

 

... แต่จะเล่าสถานการณ์ให้ฟังว่าผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างดี ในสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์และอยู่ภายใต้ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 48 ที่บังคับรักษาเพื่อความปลอดภัยของสังคม

 

... ในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ไม่มีเรื่องราวของการถูกทำร้ายหรือถูกผู้ป่วยด้วยกันจับกดน้ำจนเสียชีวิตแต่อย่างใด ผมยืนยันด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นแพทย์ ว่าผมได้ดูแลและได้คุยกับญาติผู้ป่วยเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันว่า อยากให้ผู้ป่วยได้ออกไปใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปในสังคม

 

... ซึ่งตอนนั้นญาติผู้ป่วยเครียดมากกังวลใจว่าผู้ป่วยจะไม่สามารถออกไปอยู่ข้างนอกได้ ( ซึ่งก็ต้องเข้าใจญาติผู้ป่วยด้วยเนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลค่อนข้างนานมาก ญาติผู้ป่วยกังวลใจว่าผู้ป่วยอาจจะปรับตัวไม่ได้ถ้าอยู่ภายนอกและเกรงว่าคนหรือสังคมรอบข้างอาจจะไม่ยอมรับผู้ป่วย)​ แต่จากการประเมินของแพทย์ มีความเห็นว่าผู้ป่วยอาการดีขึ้นมากแล้วและสามารถออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอกได้แล้ว

 

... และในที่สุดเราก็ได้ข้อตกลงร่วมกันว่าผู้ป่วย สามารถออกไปสู่โลกภายนอกได้ ด้วยการรายงานอาการและพฤติกรรมของผู้ป่วยในขณะที่อยู่ในโรงพยาบาลและเรื่องความปลอดภัยต่อสังคมไปสู่ศาลและศาลก็มีคำสั่งเพิกถอน ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 48 เรียบร้อยตามกระบวนการ

 

... และด้วยความเมตตาของท่านเจ้าอาวาสวัดหนึ่งซึ่งมีความเมตตากรุณาอย่างสูง ได้รับผู้ป่วยไปดูแลและให้ฝึกทำงานผู้ป่วยได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ญาติก็ไปเยี่ยมตลอด และก็กลับมาติดตามการรักษาเป็นแบบผู้ป่วยนอกเป็นระยะๆซึ่งอาการก็ดีขึ้นตามลำดับและอยู่ที่วัดอย่างมีความสุข ญาติก็มีความสุขด้วย

 

... หลังจากในปี 2550 ผมได้ลาออกจากราชการและไม่ได้ทราบข่าวคราวของผู้ป่วยอีกเลยว่าเป็นอย่างไรบ้าง...

 

... ผมตั้งข้อสังเกตนะครับหลังจากผู้ป่วยจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลไปแล้วถ้าจะมีใครมาตามทำร้ายผู้ป่วยก็คงจะง่ายกว่าในโรงพยาบาลเสียอีก แต่ก็ไม่ได้มีใครซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจ ของใครเลยที่จะมาทำร้ายผู้ป่วยเนื่องจากผู้ป่วยเป็นผู้ป่วยทางด้านสุขภาพจิตจริงๆ และวันเวลาก็ผ่านไปนับสิบปีแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์เรื่องคดีของผู้ป่วย แต่ผมมั่นใจว่า พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ท่านเข้าใจเรื่องนี้ดี และไม่ได้มีความอาฆาตพยาบาทต่อผู้ป่วยแต่อย่างใดเลย ท่านให้กระบวนการทางกฎหมายจัดการไปตามระบบตามที่ทีมงานผู้รักษาได้เห็นจริงๆ

 

... มีผู้ป่วยที่เป็นเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยเลยที่ถูกกล่าวหาว่าอารมณ์แปรปรวนก้าวร้าวและมีพฤติกรรมล้มเจ้าหลายราย ถูกส่งมาตรวจวินิจฉัยและรักษาอยู่ที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ พอบรรดาทีมผู้รักษาทั้งหลายแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่าผู้ป่วยมีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตจริงๆ ก็โดนฝ่ายที่รักเจ้าอย่างไม่ลืมหูลืมตารุมด่าทั้งหมอทั้งทีมแพทย์ผู้รักษาอย่างเสียๆหายๆมากมายเต็มไปหมด ผมก็นั่งดูอยู่ตามอินเทอร์เน็ตเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนใจมากว่า

.... คุณหมอที่รักษาก็วางตัวเป็นกลางอย่างมากแต่ก็ถูกฝั่งที่รักเจ้าด่าอย่างรุนแรงอีกจนได้

 

... แต่พอผู้ป่วยไปเกี่ยวข้องกับคนบางกลุ่มที่คิดต่อต้านเผด็จการ ก็เลยเอาผู้ป่วยมาเป็นเครื่องมือ และเอาพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ผู้ซึ่งวายชนม์ไปแล้วมาเป็นประเด็นถกให้คนด่ากันต่ออีก...

 

... จากเหตุการณ์ครั้งนี้และครั้งอื่นๆที่ผ่านมา ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับกีฬาสีเลย มันเกี่ยวข้องกับปัญหาบุคลิกภาพ ของกลุ่มคนบางจำพวก ที่มารวมกลุ่มกัน... เพื่อเอาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง มาทำมาหากิน ใส่ร้าย เพื่อให้ได้ประโยชน์ในฝั่งที่ตัวเองต้องการโดยไม่ได้สนใจในเรื่องของความถูกต้องแต่อย่างใด และบางครั้งถ้าเอาสีเสื้อของตัวเองมาแอบอ้างแล้วปลุกระดมมวลชนให้ฝั่งของตัวเองให้ออกมาปะทะด่าทอ กันอย่างเมามันส์โดยที่แต่ละคนก็ไม่ได้มีข้อมูลอะไรที่ชัดเจนเลยแม้แต่นิดเดียว ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายและการแตกความสามัคคีของคนในชาติอย่างรุนแรงยิ่งๆขึ้นไปอีก

 

... จริงอยู่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ ซึ่งก็ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของผมซึ่งผมก็ให้ความเคารพนับถือท่าน แต่ไม่ได้มีความสนิทสนมส่วนตัวและแทบจะไม่ได้มีช่วงเวลาที่ไปเกี่ยวข้องกับท่านแต่อย่างใดเลย รู้แต่ว่าท่าน เป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อโรงเรียนเก่าของผมและต่อประเทศชาติ และท่านเองก็อาจจะทำให้คนบางกลุ่มบางจำพวกเสียประโยชน์และเกิดความไม่สบายใจได้ครับ

 

... ผมก็เชื่อว่าในประเทศไทยก็มีคนจำนวนมาก ที่แต่ละฝ่ายก็มีคนที่ตัวเองชื่นชมและอาจจะทำให้อีกฝ่ายนึงไม่ชื่นชอบและชิงชังบ้าง

 

... แต่อย่างน้อยผมก็คิดว่าถ้าเรายังมีจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ที่ดีก็ควรจะให้เกียรติผู้วายชนม์ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ลุกขึ้นมาต่อสู้ปกป้องสิทธิของตัวเองบ้างนะครับ

 

... ในชีวิตมนุษย์ของคนเราไม่มีใครที่จะเป็นกลางได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ ผมเองก็บอกเลยว่า ผมก็อาจจะชื่นชมคนบางคนเหมือนกันในชีวิตผม

 

... แต่ว่า ถ้าวันหนึ่งคนที่พวกคุณชื่นชอบชื่นชมเสียชีวิตไปแล้ว แล้วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเอาเรื่องไม่จริง มาใส่ร้ายคนที่คุณชื่นชอบ ผมก็จะยืนยันว่าจะออกมาให้ข้อมูลที่ถูกต้องเช่นเดียวกัน หากอยู่ในสถานะที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ที่เอามานำเสนอกันผิดๆเหล่านั้นนะครับ

 

... ถ้าถามความเห็นผม ณ เวลานี้ ผมรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากที่ชื่อของผู้ป่วยในอดีตถูกหยิบยกขึ้นมาอีก และรู้สึกเห็นใจญาติของผู้ป่วยที่ต้องกลับมากังวลใจกับเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านไปแล้ว และเคยจบลงได้ด้วยดี

 

... แต่ด้วยเพราะมีคนบางจำพวกที่ไม่ยอมจบเรื่องราวเหล่านี้ แล้วยังมีความจำดี(ในบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด)​ แต่การควบคุมอารมณ์ไม่ดี แถมข้อมูลก็จับแพะชนแกะเอามาปลุกปั่นประชาชนแบบผิดๆเพื่อการที่พูดคุยให้เกิดความเสียหาย และความแตกแยกในสังคมขึ้นไปอีก... เพื่อหวังผลจะกระแทก "เผด็จการ" ในปัจจุบัน ตามความคิดของคุณใช่ไหมครับ...

 

ปล.เลือกตั้งที่ผ่านมา ผมโหวตโนครับ ผมไม่สนับสนุนฝ่ายใดทั้งสิ้น... ทุกวันนี้อยู่ด้วยอุดมการณ์ของตัวเอง เพราะวันเวลาทำให้เราได้รู้เช่นเห็นชาติมาหมดแล้ว... ว่ามีคนจริงใจต่อประเทศไทยน้อยมากจริงๆ... และเราก็กลายเป็นประชาชนที่แทบไม่มีสิทธิ์ได้เลือกอะไรเลย...แต่อย่างน้อยที่ทำได้ คือขอเลือกนำเสนอความถูกต้องที่ตัวเองได้เกี่ยวข้อง และให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับสังคมก็พอแล้วครับ...

 

.... ขอความกรุณาอย่าบิดเบือนข้อมูลและกรุณาตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนที่จะนำเสนอทางสื่อต่างๆและ comment ด้วยความเข้าใจผิดกันนะครับ.. ถ้ายังมีความรักในประเทศชาติของตัวเองอยู่บ้างกรุณาอย่ายุยงให้แตกความสามัคคีกันมากไปกว่านี้เลย... คุณคิดว่าทุกวันนี้ประเทศไทยยังบอบช้ำไม่พออีกหรือครับ.

 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางด้านของนายสุชาติ ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจในการนำแสดงข้อมูลที่ผิดพลาด และขออภัยต่อฯพณฯ พลเอกเปรม และครอบครัวของนายขวัญชัย ระบุว่า

 

กรณีข่าวเรื่องคุณขวัญชัย วรสุต กับพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ผมได้เรียบเรียบข่าวมาจากเรื่องราวในหนังสือพิมพ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2528 บัดนี้ผมได้ทราบข้อเท็จจริงใหม่แล้วจากคุณกังวาฬ พุทธิวนิช ซึ่งเป็นญาติกับครอบครัว "วรสุต" และทราบว่าในปัจจุบัน คุณขวัญชัย วรสุต ยังมีชีวิตอยู่ ตามภาพและเรื่องที่คุณกังวาฬ พุทธิวนิช ได้ทำความจริงให้ปรากฎ

 

ขอบคุณคุณกังวาฬ พุทธิวนิช ที่ได้แจ้งเรื่องนี้ให้ทราบ ผมรู้สึกเสียใจที่เข้าใจผิดและได้ลบโพสต์เรื่องนี้ของผมเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมไปแล้ว

 

ขออภัยต่อครอบครัวของคุณขวัญชัย วรสุต ที่ผมไม่ทราบข้อเท็จจริงเรื่องนี้มาก่อน และขออภัยต่อ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านมา ณ ที่นี้

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์