ธนาธรฟังไว้!กกต.ตอบชัด ทำตามหน้าที่ ไร้มูลจูงใจทางการเมือง ปมถือหุ้นขาดคุณบัติส.ส. โทษจำคุกสูงสุด10ปีตัดสิทธิ์20ปี

"ธนาธร"ฟังไว้!กกต.ตอบชัด ทำตามหน้าที่ ไร้มูลจูงใจทางการเมือง ปมถือหุ้นขาดคุณบัติส.ส. โทษจำคุกสูงสุด10ปีตัดสิทธิ์20ปี

Publish 2019-05-24 16:46:23


 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีที่ปรากฎเป็นข่าวว่า กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคและส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มีการเร่งรัดหรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ โดยขอชี้แจงว่าการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของส.ส. เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82

 



โดยกรณีของนายธนาธร เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย หรือความปรากฏว่าสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) กกต.จึงได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งเป็นการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของกกต.ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

 

ส่วนกรณีที่มีการไต่สวนนายธนาธร ว่าเป็นบุคคลผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. นั้น เป็นการดำเนินการตามที่มีผู้ร้องคัดค้านเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ของนายธนาธร ซึ่งเป็นการไต่สวนว่า มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 151  หรือไม่ (ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้ง หรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ)

 

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่กกต.ได้แต่งตั้งขึ้นอย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าการดำเนินการทั้ง 2 กรณี เป็นการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของกกต.และเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ไม่ได้มีการเร่งรัดหรือมีมูลจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด

 

 



สำหรับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. ๒๕๖๑ ใน มาตรา ๑๕๑ ระบุว่า "ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี

 

ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ศาลมีคําสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดํารงตําแหน่งดังกล่าวให้แก่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย.

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์