อ.จักษ์ โพสต์ หัวพรรคปล่อยเงินกู้ ไปใช้หาเสียง จนได้เป็นส.ส.  แต่คิดเพิ่มค่าบำรุงพรรคเท่าตัว ใช้หนี้ทั้งต้นดอก

อ.จักษ์ โพสต์ หัวพรรคปล่อยเงินกู้ ไปใช้หาเสียง จนได้เป็นส.ส. แต่คิดเพิ่มค่าบำรุงพรรคเท่าตัว ใช้หนี้ทั้งต้นดอก

Publish 2019-05-21 16:23:46


อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่เกิดหลังจากที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาเปิดเผยในตนเองต่อหน้า สื่อมวลชนต่างประเทศ โดยไม่ต้องมีสื่อมวลชนสำนักใด หรือใครออกมาขุดคุ้ย  ในบนเวทีบรรยายที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือ เอฟซีซีที (FCCT) ในหัวข้อ อะไรคืออนาคตของพรรคอนาคตใหม่ (What is the future of Future Forward? เมื่อวันที่ 15พ.ค. ที่ผ่านมา  นายธนาธรได้กล่าวถึงประเด็น การบริหารการเงินของพรรคอนาคตใหม่  โดยระบุว่าตนเองได้ใหพรรคอนาคตใหม่ยืมเงิน 110 ล้านบาท

 

ช่วงหนึ่งนายธนาธรกล่าวว่า "ผมให้เงินพรรคยืมอยู่ 110 ล้านบาท ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งรอบนี้ พรรคไม่สามารถระดมทุนได้ทันเวลาสำหรับการหาเสียง อย่างที่ผมบอกไปว่าพรรคเพิ่งมีตัวตนในทางกฎหมายเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถระดมเงินได้ทันการหาเสียงเลือกตั้ง"

 

เรื่องดังเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรียกในวงกว้างและนำมาสู่การตั้งคำถามของสังคมทั้งการออกมาระบุจำนวนเงินที่ไม่ตรงกัน โดยวันที่ 5 เม.ย. 62 นายธนาธร เปิดเผยในการแถลงข่าวที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธรระบุว่า พรรคอนาคตใหม่เป็นหนีตนเอง 90 ล้านบาท  อีกทั้งก่อนหน้านี้ 19 มี.ค.62 น.ส.พรรณิการ์ วานิช  โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เคยให้สัมภาษณ์ว่าพรรคกู้ยืมเงินจำนวน 250 ล้านบาทจาก นายธนาธร  ซึ่งการกู้ยืมดังกล่าวมีสัญญาและคิดดอกเบี้ยชัดเจน นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะการที่พรรคการเมืองกู้ยืมเงินนั้นสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งรวมไปถึงประเด็นการให้ยืมเงิน110ล้านบาทของนายธนาธร เข้าข่ายนายทุนพรรคหรือไม่



น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว   ว่า ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าตัวเลขที่ออกมามันไม่ตรงกันนั้น ทั้ง 250 ล้านบาท 90 ล้านบาท และ110 ล้านบาท ตนขออธิบายว่าจำนวนเงินที่เป็นวงเงินสูงสุดที่นายธนาธรกำหนดให้พรรคอนาคตใหม่กู้นั้น มีเพดานอยู่ที่ 250 ล้านบาท แต่การดำเนินกิจกรรมจนถึงวันเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่กู้ไป 90 ล้านบาท และจนถึงวันนี้ ก็มีการกู้เพิ่มไปอีกนิดหน่อย เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายของพรรค ตัวเลขจึงอยู่ที่ 110 ล้านบาท นี่คือสาเหตุที่ตัวเลขไม่ตรงกัน แต่เป็นความคืบหน้าของการกู้เงิน ซึ่งนายธนาธรคิดดอกเบี้ยแบบเงินกู้ระยะยาว เพราะพรรคการเมืองไม่ใช่องค์กรแสวงหาผลกำไร และนายธนาธรก็ไม่คิดแสวงหาผลกำไรจากการให้กู้ครั้งนี้

 

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีความไม่แน่นอน ไม่รู้ว่ากฎหมายลูกต่างๆจะออกมาเมื่อไหร่ เราจึงไม่รู้ว่าการระดมทุนนั้นอะไรจะทำได้ หรือไม่ได้ ยังไม่มีความชัดเจน จึงทำให้การระดมทุนของเราไม่เป็นไปตามแผนหลายอย่าง เพราะติดเรื่องกฎหมาย ทำให้หารายได้ไม่ทันกับรายจ่ายที่กำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง รายจ่าย และเจ้าหนี้ของเรามีหลายราย เช่น การไปเช่าสำนักงานใน 77 จังหวัด การซื้อครุภัณฑ์ต่างๆ เนื่องจากเป็นการเริ่มต้นของพรรค เราจึงคิดว่าแทนที่จะมีเจ้าหนี้มากมายหลายเจ้า จึงขมวดเจ้าหนี้มาเป็นรายเดียว คือนายธนาธร และนำเงินไปจ่ายเจ้าหนี้รายอื่นๆ เพื่อบริหารจัดการได้ง่าย อย่างไรก็ตาม การกู้เงินครั้งนี้ ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว และพรรคจะเป็นผู้จ่ายเงินทั้งหมดคืนนายธนาธร โดยขณะนี้เรากำลังวางแผนการเงินอยู่ว่าจะคืนเงินทั้งหมดให้เร็วที่สุดได้เมื่อใด ซึ่งเบื้องต้นมีข้อเสนอว่าอาจมีการเพิ่มอัตราค่าสมาชิกของพรรค จากคนละ 100 บาท เป็น 200 บาท เพื่อให้พรรคเราเลี้ยงตัวเองได้ ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะไปยื่นตรวจสอบเรื่องนี้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เราก็ไม่มีปัญหา เพราะพร้อมจะชี้แจงได้ทั้งหมด



ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้ขัดกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น ยืนยันว่าพ.ร.ป.ดังกล่าวระบุเฉพาะที่มารายได้ของพรรคการเมือง ไม่ได้ระบุรายจ่าย และนี่คือการกู้เงิน ซึ่งในการเป็นหนี้ของพรรค เป็นรายจ่าย ไม่ใช่รายได้ ส่วนที่บอกกันว่าคุณธนาธรเป็นหัวหน้าพรรค จะเข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันเลย เพราะเป็นการให้กู้เงิน ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ของกฎหมาย ส่วนที่พรรคการเมืองบางพรรคไปบิดเบือนว่า เรื่องนี้ผิดกฎหมาย คุณธนาธรบริจาคเงินให้พรรคเกินกำหนด นี่ไม่ใช่เงินบริจาค แต่เป็นเงินกู้ ซึ่งคุณธนาธรก็บริจาคให้พรรค 10 ล้านตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้มีปัญหาอะไรในเรื่องนี้เลย นี่เป็นเงินคนละก้อนกัน คุณธนาธรให้พรรคกู้และต้องจ่ายคืนในระยะยาว และดอกเบี้ยต่ำ แต่มีดอกเบี้ยและต้องจ่ายคืนทุกบาท ทุกสตางค์” น.ส.พรรณิการ์

 

 

ล่าสุดทางด้านดร..จักษ์ พันธ์ชูเพชร  ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไว้อย่างน่าสนใจ

 

การเมืองยุคใหม่ ... #ตำรารัฐศาสตร์คงต้องปรับปรุง

...เมื่อหัวหน้าพรรคปล่อยเงินกู้นอกระบบให้พรรคที่ตนเป็นหัวหน้าพรรคยืมเงิน โดยใช้มติกรรมการบริหารพรรคที่ตนนั่งเป็นประธานในที่ประชุมให้ความเห็นชอบ แล้วนำเงินที่กู้ไปให้ผู้สมัครใช้หาเสียง

...จนตัวเอง กรรมการบริหารพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อได้เป็น สส. เข้าไปนั่งในสภา

...จากนั้นจึงเพิ่มค่าบำรุงพรรค ให้สมาชิกพรรคจ่ายค่าบำรุงพรรคในอัตราเพิ่มกว่าเท่าตัว เพื่อเป็นรายได้นำไปใช้หนี้ให้กับหัวหน้าพรรคทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

#การเมืองใหม่ที่ไร้เมตตา #การเมืองเรื่องผลประโยชน์

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์