ธนาธรดิ้นคุยภูมิใจไทย ไม่รู้หรือพรรคนี้เทิดทูนสถาบัน เมื่อตัวเองเป็นนายทุนนิตยสารเชิงลบสถาบัน

ธนาธรดิ้นคุยภูมิใจไทย ไม่รู้หรือพรรคนี้เทิดทูนสถาบัน เมื่อตัวเองเป็นนายทุนนิตยสารเชิงลบสถาบัน

Publish 2019-05-17 08:12:53


จากกรณีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เป็นประธานการประชุม ต่อมามีเอกสารเผยแพร่ข่าวระบุว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อ กกต.ว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งเป็นเหตุให้ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบรัฐธรรมนูญ 98 (3)



 

ทั้งนี้กกต.มีมติเอกฉันท์เห็นว่าจากพยานหลักฐาน บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์ในการยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ว่า ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน เมื่อพิจารณาจากงบการเงินของบริษัทพบว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร ให้บริการโฆษณาถือเป็นการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชนและยังคงประกอบกิจการอยู่ ไม่มีการจดทะเบียนยกเลิกบริษัทหรือเสร็จการชำระบัญชี

 

ขณะที่สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น หรือ บอจ. 5 ที่ กกต.ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังปรากฏชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นตั้งแต่ปี 2558 จนถึงวันที่ 21 มี.ค.62 เมื่อ กกต.ประกาศเปิดสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 4-8 ก.พ. จึงเท่ากับว่าขณะที่นายธนาธรยื่นใบสมัครลงรับเลือกตั้งยังถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด อยู่ จึงเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42(3)

 

 

 



 

“รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสองยังกำหนดว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่า ส.ส.ซึ่งถูกร้อง มีกรณีตามที่ถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานสภาฯ ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ให้ถือว่าผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง มีรายงานว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว”

 

 

ขณะในวันเดียวกัน นายธนาธร ได้แถลงกรณี กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยการถือครองหุ้นสื่อว่า ไม่มีอะไรสุ่มเสี่ยง กกต.ยังไม่กล้าตัดสินใจ มั่นใจในเอกสารหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าไม่มีผลอะไรต่อคุณสมบัติการสมัครเป็น ส.ส. ไม่ได้คิดเรื่องนี้มาเป็นประเด็น มองว่านี่คือความพยายามเฮือกสุดท้ายของ คสช.ที่จะสกัดกั้นพรรคอนาคตใหม่คาดหวังว่าถ้าจัดการกับแกนนำพรรคได้แล้ว จะจัดการกับพรรคได้ แต่เรามั่นใจในพยานหลักฐานเอกสารของพวกเราว่าไม่มีอะไรมาเอาผิดได้ เชื่อมั่นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้ความเป็นธรรมและไม่รู้สึกกังวล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ ยืนยันว่าไม่มีใครหาข้อโต้แย้งที่เป็นวิทยาศาสตร์หรือหาหลักฐานมาล้มล้างหลักฐานที่เรามีได้ เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์และจะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง ส่วน ส.ส.ของพรรคยังมีกำลังใจหลายคนพยายามผลักดันให้เราประกาศจุดยืนเช่นนี้มานานแล้ว

 

 

ทั้งนี้นายธนาธร ยังกล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งประชาชนทั่วประเทศสงสัยถึงความชัดเจน ความหวังลดน้อยถอยลง รู้สึกว่ามีเลือกตั้งหรือไม่มีก็เหมือนเดิม ประชาชนในประเทศ ไทยตอนนี้หมดหวังไปแล้ว ปักใจเชื่อแล้วว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกลับมาเป็นนายกฯ พรรคไม่สามารถปล่อยให้สังคมสิ้นหวังแบบนี้ต่อไปได้ พวกเราขอยืนยันเจตนารมณ์ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคภารกิจอันดับ 1 คือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.จะสู้ถึงที่สุด เพื่อจะหยุดยั้งความคลุมเครือ พรรคอนาคตใหม่ขอประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เชื่อว่ามีแต่พรรคอนาคตใหม่เท่านั้นที่จะดึงความสามัคคีร่วมกันได้ และดึงพรรคต่างๆที่มีความขัดแย้งมาทำงานร่วมกัน เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือส่งทหารกลับกรมกอง แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย เพื่อขจัดความสิ้นหวังเราจะจัดตั้งรัฐบาลเอง ถ้าหากพรรคอนาคตใหม่รวบรวมเสียงจนจัดตั้งรัฐบาลได้ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกฯ เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.

 

 

เมื่อถามว่า มีการทาบทามพรรคการเมืองอื่นแล้วหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ตนไม่ปฏิเสธว่ามีการพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นเป็นเรื่องปกติ หลังจากนี้จะเดินทางไปขอพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา และนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อบอกทุกคนว่าถึงเวลาแล้วที่พรรคการเมืองจะมาทำงานร่วมกัน เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.การพูดคุยจะเริ่มต้นทันที มั่นใจว่าจะทันวันที่ 20 พ.ค. เป็นวันที่พรรคภูมิใจไทยจะประกาศท่าที อย่างช้าทุกอย่างต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 พ.ค. เมื่อถามว่า การประกาศเช่นนี้ได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทยมาก่อนหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ลองไปถามพรรคเพื่อไทยดูตอบแทนไม่ได้ แต่ในเมื่อภารกิจเลือกตั้งครั้งนี้ชัดเจน พรรคเพื่อไทยน่าจะสนับสนุนพวกเรา มั่นใจมากต้องทำให้ได้ ไม่ใช่ทำเพื่ออนาคตใหม่ เพื่อเก้าอี้นายกฯ เพื่อเก้าอี้รัฐมนตรีใดๆ แต่เพื่อให้สังคมเดินหน้า เอาความหวังของประชาชนกลับมา และบอกประชาชนว่านี่ไม่ใช่เวลาสิ้นหวัง แต่เป็นเวลาที่ต้องตื่นตัวทางการเมือง เรียกร้องสิ่งที่ถูกต้องอย่างตรงไปตรงมา

 

 

ก่อนหน้านี้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit ซึ่งได้แชร์โพสต์ของ THE STANDARD ที่ระบุข้อความว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคอนาคตใหม่ ตอบสดๆ ทุกข้อสงสัย ไขทุกความคาใจ

 

ทั้งนี้เมื่อได้เข้าไปดูในเฟซบุ๊ก The Standard ก็พบว่ามีรายการสัมภาษณ์ นายธนาธร ในหลากหลายประเด็นทั้งการเมืองต่างประเทศและในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ในแง่ของการทำนโยบายที่จะนำไปสู้ในการเลือกตั้งในอีกไม่กี่เดือนนับจากนี้ รวมทั้งในเรื่องส่วนตัวของนายธนาธร ซึ่งจะขอนำเรื่องราวในบางประเด็นมาเผยแพร่ต่อเพื่อให้มุมมองความคิดของนายธนาธร ผู้ที่จะก้าวเข้ามาเดินลงไปสู่สนามการเมือง รวมทั้งเรื่องที่เป็นกระแสร้อนฉ่ากับข้อครหาที่เกี่ยวโยงถึงสถาบันดังนี้

 

“ในเรื่องล้มเจ้า เป็นเพียงข้อกล่าวหา ผมถูกกล่าวว่าล้มเจ้า โดยมีการนำเรื่องนิตยสารฟ้าเดียวกันมา ยอมรับว่าได้ลงทุนทำนิตยสารนี้จริง แต่ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องเนื้อหา ทางนั้นมีกองบรรณาธิการ ผมไม่เคยล้มเจ้าก่อนหน้านี้ยังไม่อยากแจง แต่ตอนนี้มีคนคาดหวังกับผมเยอะเมื่อผมออกมาเล่นการเมือง ผมจึงต้องชี้แจง ซึ่งถ้านิตยสารฟ้าเดียวกันล้มเจ้า ก็จับไปเลย และป่านนี้ก็คงถูกปิดไปแล้ว ผมเกี่ยวข้องแค่เป็นผู้ลงทุน อยากทำนิตยสารเท่านั้น” นายธนาธร กล่าว

 

 

อย่างไรก็ตามสำหรับนิตยสารฟ้าเดียวกัน นิตยสารที่มีทัศนคติเชิงลบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเมื่อวันที่2 เม.ย.2549 นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการวารสารฟ้าเดียวกัน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ แจ้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากฉบับพิมพ์ สถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย โดยเจ้าพนักงานการพิมพ์กรุงเทพมหานคร ได้มีหนังสือ ที่ ตช. 0028.143/1922 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2549 เรื่อง "ห้ามขายหรือแจกจ่ายและให้ยึดสิ่งพิมพ์" แจ้งมายังธนาพล อิ๋วสกุล (บรรณาธิการนิตยสารฟ้าเดียวกัน) ว่า "สิ่งพิมพ์ชื่อ "ฟ้าเดียวกัน" ปีที่ 3 ฉบับที่ 4 ตุลาคม- ธันวาคม 2548 ฉบับสถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย ได้ลงโฆษณาข้อความอันอาจจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงได้อาศัยอำนาจความในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 แจ้งคำสั่งเจ้าพนักงานการพิมพ์กรุงเทพมหานครที่ 1/2549 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2549 เรื่อง ห้ามการขายหรือจ่ายแจกและให้ยึดสิ่งพิมพ์มายังท่านเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

"ธนาธร" ชิงเปิดเกมส์ชน "กกต." ปลุกกระแสต้านผลคดีถือหุ้นสื่อ ประกาศเดินหน้าเป็นแกนตั้งรัฐบาล พร้อมนั่งนายกฯเอง!

“กนก” หยอก “ธนาธร” รีบแต่งชุดขาวใส่เดินเล่นที่บ้านก่อน เผื่อไม่ได้ใส่!!

ด่วน!มติกกต.ส่งศาลรธน.วินิจฉัยคุณสมบัติส.ส.ธนาธรปมถือหุ้นสื่อ

"ธนาธร-อนาคตใหม่" ประกาศกร้าว ไม่มีวันยอมแพ้เผด็จการ ย้ำ ถ้า ส.ส.จุดยืนชัด ส.ว.ไม่กล้าค้านแน่!

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์