จากบุรีรัมย์มากทม.ทำไม่ได้ในหนึ่งชม.!! ปชป. ชี้เหตุองค์ประชุมไม่ครบ จับตาหัวหน้าคนใหม่ แว่วๆ ถอนชิงเก้าอี้ไปหนึ่ง

จากบุรีรัมย์มากทม.ทำไม่ได้ในหนึ่งชม.!! "ปชป." ชี้เหตุองค์ประชุมไม่ครบ จับตาหัวหน้าคนใหม่ แว่วๆ ถอนชิงเก้าอี้ไปหนึ่ง

Publish 2019-05-03 12:36:22


ทำความรู้จักพรรคประชาธิปัตย์ให้มากขึ้นแม้ว่าเป็นพรรคเก่าแก่ที่หลายคนบอกว่าคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแต่มาปีนี้ 2562 เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์มากมายทั้งการที่จะต้องมาเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ไหนยังจะก่อเกิดกลุ่มวัยรุ่นที่เรียกตัวเองว่า "New Dem" แตกสาขาออกไปทำงานภายใต้พรรคเก่าแก่ประชาธิปัตย์แต่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรุ่นใหม่ตัวเด่นๆ ที่เราพอจะคุ้นหูรู้จักกันก็มี คุณไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชาย คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณปลื้ม-สุรบถ หลีกภัย ลูกชายคุณชวน หลีกภัย และนพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัลย์ หรือ หมอเอ้ก นี่คือตัวหลักๆ ที่อยู่ในกลุ่ม New Dem และที่บอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์ไปมากส่วนใหญ่ก็มาจากกลุ่ม New Dem นี่ล่ะค่ะ เพราะแต่ละคนชูนโยบายร่วมสมัยมากขึ้นอย่างคุณไอติม พริษฐ์ เสนอแนวคิดยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และเปลี่ยนเป็นการเกณฑ์แบบสมัครใจ 100 % เพราะเห็นว่าจากประสบการณ์คนที่ต้องรับภาระเข้ารับราชการทหาร คือ คนที่ไม่มีโอกาสในสังคมเท่าคนอื่น และพบว่าเพื่อนที่เป็นทหารด้วยกัน รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว หรืกลับบ้านไปภรรยาหนีไปแล้ว ดังนั้นหากต้องการทำให้แนวคิดนี้เป็นนโยบายที่ทำได้จริง ต้องไม่สร้างศัตรูกับกองทัพ แต่จะต้องทำความเข้าใจกับกองทัพและประชาชน ให้มีกำลังพลเพียงพอ เพิ่มแรงจูงใจในการเข้ารับราชการทหาร คือ เพิ่มสวัสดิการ, ความก้าวหน้าทางอาชีพ, และลดความรุนแรงในค่ายทหาร

สำหรับนพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัลย์ หรือ หมอเอ้ก เสนอแนวคิดการเปิดการค้ากัญชาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด เพราะเล็งเห็นว่ากัญชากำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่เป็นที่ต้องการของตลาด พร้อมเรียกร้องให้รัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนผลิตและสกัดสารของกัญชาออกมา รัฐควบคุมมาตรฐานและความปลอดภัย ส่งเสริมสายพันธุ์กัญชาใหม่ๆ ปกป้องสิทธิบัตร และเปิดตลาดกัญชาโลกให้ไทยมีมาตรฐานทัดเทียมส่วนคุณสุรบถ หลีกภัย หรือคุณปลื้ม ชูแนวคิดการผลักดัน E-Sport ที่ปัจจุบันทำรายได้เกือบหนึ่งหมื่นล้านบาท และจะเติบโตอีกในอนาคต พร้อมทั้งยังสร้างอาชีพ เช่น นักกีฬา E-Sport, แคสเตอร์, เหล่านี้คือนโยบายของกลุ่ม New Dem ในพรรคประชาธิปัตย์ สำหรับในพาร์ทของนักการเมืองรุ่นเก่าก็กำลังเคร่งอยู่กับการเลือกหัวหน้าพรรคโดยก็ได้มีการนัดประชุมกันแต่การประชุมครั้งที่ผ่านมาเกือบล่มนะสิคะเพราะสมาชิกที่เข้าร่วมมีไม่ครบองค์ประชุมจนต้องมีการงดเว้นข้อบังคับเพื่อให้การประชุมเกิดขึ้นได้ การประชุมครั้งที่ผ่านมาคุณจุติ ไกรฤกษ์ รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ บอกแบบนี้ค่ะว่า ในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยนายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศเสนอให้พรรคศึกษาจุดอ่อน จุดแข็งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเพื่อเตรียมความพร้อม ปรับปรุงการทำงานในครั้งต่อไป ซึ่งพรรคฯ ได้มอบหมายให้นายกนก วงศ์ตระหง่าน รักษาการรองหัวหน้าพรรคไปวิเคราะห์ผลเลือกตั้งแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่การประชุมกก.บห.พรรคครั้งแรกหลังเลือกตั้งซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกินสามเดือน

 



ส่วนสาเหตุที่ทำให้องค์ประชุมไม่ครบในช่วงเช้าเป็นเพราะสมาชิกพรรคเดินทางมาจากต่างจังหวัด พร้อมกล่าวติดตลกว่า สมาชิกทำตามกฎหมายไม่สามารถเดินทางจากบุรีรัมย์มากทม.ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ก็ขำๆ กันไปนะคะอย่าคิดให้มันเป็นประเด็นแต่ที่ถูกต้องคือจากบุรีรัมย์ถึง ขาเข้าด่านธัญบุรี ช่องทางที่ 14 เค้าใช้เวลา 2 ชม.ค่ะ มาว่ากันต่อดีกว่าเรื่องของการเสนอชื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก่อนหน้านี้มีการเสนอชื่อมา 4 คน คือคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน คุณกรณ์ จาติกวณิช และคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แต่ล่าสุดนี่แว่วๆ มาว่าคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งก่อนหน้านี้ กลุ่มคุณถาวร เสนเนียม แสดงท่าทีสนับสนุนให้เป็นหัวหน้าพรรค ได้ยืนยันกับผู้ใหญ่ในพรรคว่า จะไม่เข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากเกรงว่า จะยิ่งสร้างปัญหาในพรรคมากขึ้น โดยในขณะนี้แม้มีความเห็นทางการเมืองต่างกันในพรรคแต่ก็มีการย้ำจากผู้ใหญ่ในพรรคขอให้งดแสดงความเห็นผ่านสื่อ และให้ตัดสินในที่ประชุมใหญ่ วันที่ 15 พ.ค.นี้ ซึ่งจะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกหัวหน้าและกก.บห.พรรคชุดใหม่ด้วย แต่ คุณผู้ชมขาพอมันมีประเด็นแบบนี้ออกมาคุณพีระพันธุ์ก็ได้ออกมาเปิดเผยล่ะค่ะว่า... ตนขอปฏิเสธกระแสดังกล่าวเพราะที่ผ่านมายังไม่เคยแสดงท่าทีหรือประกาศว่าต้องการจะลงแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแต่อย่างใด มีแต่สื่อนำชื่อไปเอ่ยถึงในเชิงรายงานข่าวเท่านั้น และเมื่อถามว่าหากถึงวันที่มีการคัดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ในวันที่ 15 พ.ค. และมีคนเสนอชื่อเข้าชิงจะมีท่าทีอย่างไร คุณพีระพันธุ์บอกว่า ตอนนี้ตนยังตอบไม่ได้ ขอดูท่าทีจากหลายๆ อย่างก่อนจึงจะตัดสินใจอีกครั้ง



แม้ว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเลือกหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะเป็นเพราะว่าผลคะแนนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมาก็ตามแต่ผลพวงที่ตามมาและต้องจับตาดูคือภายใต้หัวหน้าพรรคคนใหม่พรรคประชาธิปัตย์จะเลือกอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านอิสระ ตามที่มีเสียงแตกอยู่ภายในพรรคแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนปัจจุบันที่กำลังจะแต่งตั้งขึ้นต้องไม่ได้เข้ามาเพื่อที่จะกอบโกย แต่จะต้องเข้ามาบริหารนำพาพรรคให้มีความพัฒนาและดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างแข็งแรงแต่ว่าจะทำได้หรือไม่นั้นก็ต้องติดตามกันต่อไปล่ะค่ะ

คุณผู้ชมสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและย้อนหลังได้ที่เพจ เจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก และทางยูทูปช่องทีนิวส์ ออนไลน์นะคะและอย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งเพื่อรับข้อมูลข่าวสารก่อนใคร



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปวีณ์รัตน์ วีระบัวพา
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์