ไหนบอกว่าอนาคตใหม่?? แนวทางเดียวกันเป๊ะ ธนาธร-ทักษิณ ไม่สนกฎหมายมุ่งปลุกระดม วิบากกรรมนี้จะพาซวยถึงแม่!!

ไหนบอกว่าอนาคตใหม่?? แนวทางเดียวกันเป๊ะ "ธนาธร-ทักษิณ" ไม่สนกฎหมายมุ่งปลุกระดม วิบากกรรมนี้จะพาซวยถึงแม่!!

Publish 2019-05-03 12:02:29


โป๊ะแตกอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนยิ่งดิ้นก็ยิ่งชัดขึ้นทุกทีสำหรับคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรณีปมฉาวการถือครองหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน  โดยเป็นหุ้นที่นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา เคยถือหุ้นรวมกันกับคุณธนาธร 900,000 หุ้น ที่ต่อมาได้ทำการโอนไปให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2562 ซึ่งเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. 6 กุมภาพันธ์ 2562 จึงเกิดคำถามว่าจะเข้าลักษณะต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีนี้เองค่ะคุณธนาธร และแกนนำพรรคอนาคตใหม่หลายต่อหลายคนออกมาแก้ต่างโดยแสดงเอกสารหลักฐานการโอนหุ้น พยายามอธิบายว่าคุณธนาธรได้โอนหุ้นไปเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2562 ก่อนที่คุณธนาธรจะลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่สุดท้ายแล้วมันก็นำมาซึ่งการ แจ้งข้อกล่าวหาของกกต. เมื่อ วันที่ 23  เม.ย. 2562 ช่วงที่กกต.กำลังพิจารณาคุณธนาธรอยู่ต่างประเทศค่ะโดยขึ้นเครื่องกลับมาเมื่อวันที่ 25 เม.ษ.62 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กลับจากการศึกษาดูงานหลายประเทศในยุโรป เป็นการกลับมาเร็วกว่ากำหนดเพื่อเตรียมชี้แจงข้อกล่าวหา พอมาถึงสนามบินก็ได้เริ่มวาทกรรมปลุกระดมทันทีโดยบอกกับผู้ที่มารอต้อนรับ บางช่วงบางตอนว่า “อย่าให้เรื่องนี้เป็นการทำเพื่อปกป้องธนาธร แต่ขอให้ทำเพื่อปกป้องความเป็นธรรม นี่ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นเรื่องของสังคม” งงมั๊ยละค่ะ หุ้นก็หุ้นตัวเอง ชื่อก็เป็นชื่อของตัวเองแต่พอผิดกลับโบ้ยไปให้เป็นเรื่องของสังคม หมายความว่าสังคมจะต้องมารับผิดกับเรื่องนี้ด้วย หรือไม่อย่างไรคะ??

คำพูดต่างๆ ทั้งจากปากคุณธนาธร จากคนในพรรคอนาคตใหม่ หรือพวกที่เชียร์คุณธนาธรนับวันเริ่มเห็นว่ามันไม่ใช่วาทกรรมปกติ ทำให้เรื่องนี้เป็นกระแสในสังคมหลายคนออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ออกมาแสดงความคิดเห็นบางคนก็ออกมาเตือน ออกมาวิเคราะห์ ออกมาจับผิด ซึ่งก็จับไม่ผิดจริงๆ อย่างพลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) และ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้แสดงความคิดเห็นระบุว่า... "เส้นทาง ธนาธร เส้นทาง ทักษิณ กติกาการเลือกตั้งครั้งนี้ บังคับใช้กับผู้สมัคร ส.ส. ทุกคน ดังนั้นทุกพรรค จะต้องปฎิบัติ เหมือนๆ กัน ไม่มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบกัน  ถ้าใครทำผิดกติกา กกต.ก็ต้องเข้ามาดูแล เรื่องหุ้นสื่อมวลชน ของคุณธนาธร ก็เหมือนกัน คุณธนาธรรู้ไหมว่าผิด รัฐธรรมนูญ ม.98(3) คุณธนาธรรู้แน่นอนเพราะไปโอนหุ้นออกจาก มติชนมาเสร็จแล้ว และยังมีลูกพรรค อีกคนหนึ่งที่โดนศาลฎีกา สั่งให้เป็นบุคคลต้องห้ามในฐานะที่มีหุ้นสื่อฯ อีกด้วย เรื่องหุ้นสื่อฯนี้ ตอนแรก คุณธนาธร เริ่มต่อสู้ทางกฏหมาย แต่ก็โดนแฉ ว่าข้อกฏหมายนั้นผิดพลาดไปหลายๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องรถตู้ด่วน ที่กลับมาจากบุรีรัมย์ด้วย ฯลฯ พออีก 3 วันต่อมา แนวทางของพรรคอนาคตใหม่ ก็เริ่มเปลี่ยนไป เหมือนกับจะไม่สนใจเรื่อง กฏหมายอีกต่อไป หันกลับมาปลุกมวลชน ว่าเรื่องนี้ถูกแกล้งจากทหาร และไปต่างประเทศ โดยพูด และ ทำเหมือนคุณทักษิณ เข้าไปทุกทีแล้ว คนที่มารับพ่อฟ้า ส่วนหนึ่งพอจำได้ว่าเคยอยู่ในเครือข่าย ทักษิณ มาก่อน



ยิ่งดิ้นรนมาก ก็ยิ่งรัดตัวมากขึ้น จากผิดแค่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ก็อาจจะผิดในเรื่องหลักฐานเท็จ เข้าไปอีก ผมก็ภาวนา ให้หลักฐานของคุณธนาธร ถูกต้อง เรื่องจะได้ยุติเสียที แต่มาคิดอีกที คงยุติลำบาก ถ้าคุณธนาธรยังคิดถึง เรื่องการรื้อฟื้นคดีคุณทักษิณ และ พยายามเลียนแบบคณะราษฎรอยู่ ยังมีเวลาจะเดินทางใหม่ไหม ! ก็อยู่ที่ตัวเองเท่านั้น ครับ" ดูเหมือนเป็นคำเตือนซะมากกว่านะคะสำหรับพลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ ซึ่งในขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวจากทางฝั่งของ “ผู้กองปูเค็ม” หรือ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล อดีตนายทหาร และผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง หลังจากได้ทำการตรวจสอบข้อมูลคุณสมบัติของผู้สมัครส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและปาร์ตี้ลิสต์ ทั้งพรรคอนาคตใหม่ และพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 6 พรรค ผ่านทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้ทำการรวบรวมเอกสารทั้งหมดจนล่าสุด 26 เม.ย.62 “ผู้กองปูเค็ม”   ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คอีกครั้ง แต่ครั้งนี้บอกว่า... "ของขวัญให้ ปิยบุตร (ฝากถึงธนาธร) คุณคงลืมไปว่าผมได้ไปร้อง กกต.พิษณุโลก กรณีธนาธรซุกหุ้น เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 62 หรือ ก่อนเลือกตั้ง 1 วัน ผมได้ไลฟ์ เหตุการณ์ยื่นหนังสือร้อง กกต.พิษณุโลก (โดยได้แนบลิ้งค์ไลฟ์สดมา พร้อมลิ้งค์สำเนาเอกสารร้องกกต.พิษณุโลก ) ที่นี้คุณได้เห็นแล้วใช่มั้ยว่า ที่คุณพล่ามมา 2 วันแล้วว่า กกต. ไม่มีอำนาจ แท้จริงแล้ว กกต มีอำนาจเต็มที่จะแจก "ใบส้ม" ให้กับพรรค "ส้มเน่า" เพียงเพราะมี "สารกันบูด" เสื่อมสภาพ หมดอายุ เช่นคุณนั่นแหละ ซึ่งนี่เป็นข้อความของผู้กองปูเค็ม

ยืนยันอำนาจการตรวจสอบของ กกต.ด้วยคำพูดของกกต.เองเลยล่ะค่ะโดยคุณแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามบอกว่า ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า กกต.มีอำนาจในการตรวจสอบคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้าม หลังวันเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือเพราะเหตุใดทำไมไม่ตรวจสอบให้เสร็จสิ้นในวันสมัครรับเลือกตั้งในคราวเดียวกันนั้น ฟังให้ดีๆ นะคะ คุณแสวงบอกแบบนี้ "คุณสมบัติ คือ ลักษณะประจำตัวบุคคล ต้องมีมาก่อนการได้มาซึ่งสิทธิหรือตำแหน่งตามกฎหมาย การกำหนดคุณสมบัติจะเป็นการกำหนดเพื่อให้ได้บุคคลลักษณะเดียวกัน ณ วันสมัครรับเลือกตั้ง กกต.สามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้เพราะมีเอกสารรับรองหรืออ้างอิงทุกรายการ ลักษณะต้องห้าม คือ ลักษณะที่กำหนดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อห้ามมิให้ผู้มีลักษณะบางประการที่กำหนดไว้หรือพฤติกรรมที่ไม่สมควรเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ณ วันสมัครรับเลือกตั้ง กกต.จะตรวจสอบได้เพียงลักษณะต้องห้ามที่มีข้อมูลอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีอยู่จำนวน 23 หน่วยงาน แต่ถ้าเป็นลักษณะต้องห้ามที่ข้อมูลอยู่ในความครอบครองของเอกชน อาจตรวจสอบยังไม่ได้ จึงต้องให้ผู้สมัครรับรองตนเองไว้ว่า เป็นผู้ไม่มีลักษณะต้องห้าม หากภายหลังความปรากฎว่า เป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง กกต.ก็จะดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามที่กฎหมายมีไว้ ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง หรือ วันประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว"



แต่ที่สังคมยังเกิดข้อสงสัยก็คือว่าแท้ที่จริงแล้วมีการโอนหุ้นเมื่อไหร่กันแน่ ระหว่างวันที่ 21 มี.ค.2562 (วันที่บริษัทฯยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนกรมการค้า) กับ วันที่ 8 ม.ค.2562 (ตามคำชี้แจงประกอบเอกสารตราสารการโอนหุ้นของคุณธนาธร) ซึ่งเรื่องนี้มีการนำเอกสารหลักฐานต่างๆ มาเกี่ยวข้อง รวมถึงแม่ของคุณธนาธรที่มีความเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ด้วยเพราะฉะนั้นแล้ววิบากกรรมในครั้งนี้หากคุณธนาธรมีความผิดจริง อาจเป็นการฉุดทั้งพรรคอนาคตใหม่ลงเหวโดยไม่รู้ตัว และนอกจากนี้ผลกระทบที่อาจตามมาเป็นลูกโซ่ถึงนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้เป็นมารดา ที่ย่อมไม่พ้นการติดร่างแหไปด้วย เพราะน่าตั้งข้อสังเกตต่อไปว่าในกรณีที่การดำเนินการโยกย้ายหุ้นมีความไม่โปร่งใส อันมีเหตุมาจากการพยายามสร้างหลักฐานเท็จเพื่อปกปิดข้อเท็จจริงเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่อย่างไร

คุณผู้ชมสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและย้อนหลังได้ที่เพจ เจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก และทางยูทูปช่องทีนิวส์ ออนไลน์นะคะและอย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งเพื่อรับข้อมูลข่าวสารก่อนใคร



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปวีณ์รัตน์ วีระบัวพา
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์