กางรายชื่อ นักการเมือง - อดีตข้าราชการ อีก 7 คน ที่ยังไม่ได้ถูกยึดเครื่องราชฯ เหมือน ทักษิณ

กางรายชื่อ "นักการเมือง - อดีตข้าราชการ" อีก 7 คน ที่ยังไม่ได้ถูกยึดเครื่องราชฯ เหมือน "ทักษิณ"

Publish 2019-03-31 12:07:51


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  เนื่องจากถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่น ๆ คดีติดตัวยาวเป็นหางว่าว หนำซ้ำยังเป็นนักโทษหนีคดีไปอยู่ต่างแดนอีกด้วย ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง 


 

 

สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ถูกเรียกคืนประกอบไปด้วย 1. เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ 2. เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

3. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย 4. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นปฐมดิเรกคุณาภรณ์ และเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1

 

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร สำหรับรายชื่อนักการเมือง ที่อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เช่นเดียวกับ นายทักษิณ นั้น  มีอีกอย่างน้อย 4 ราย ด้วยกัน  คือ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์ “ภูมิ สาระผล” อดีต รมช.พาณิชย์ และ “มนัส สร้อยพลอย” อดีตอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ

 

 

โดยยึดข้อกำหนดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชฯ ดังนี้

- ระเบียบดังกล่าว กำหนดเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชฯ ไว้ ทั้งหมด 8 ข้อด้วยกัน ซึ่งมีข้อหนึ่งที่เข้าเหตุ “ยิ่งลักษณ์-บุญทรง-ภูมิ-มนัส” ได้แก่ ข้อที่ 6 ระบุว่า เป็นผู้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่เพราะมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย



- “ยิ่งลักษณ์-บุญทรง-ภูมิ-มนัส” ต่างถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด ทั้งในทางถอดถอน และคดีอาญา แบ่งเป็น

1. “ยิ่งลักษณ์” กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว

ป.ป.ช. เห็นว่า มีพฤติการณ์เป็นการส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 178 และส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ มาตรา 11 (1) อันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญฯ  มาตรา 270 ซึ่งมีมูลเพียงพอที่จะดำเนินการส่งให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอนต่อไปได้

 

ยิ่งลักษณ์

 

ต่อมาที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปฏิบัติหน้าที่แทนวุฒิสภา ได้ดำเนินการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยมีมติเสียงข้างมาก 190 เสียง ให้ถอดถอน ซึ่งคะแนนเกินกว่า 3 ใน 5 ของ สนช. ทั้งหมด 220 ราย ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง และถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี

 

ส่วนในทางอาญา มีมูลความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ฐานเป็นเจ้าหน้าทีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

หรือใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ จึงส่งรายงาน และสำนวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้รับพิจารณาคดีนัดแรกไปแล้ว เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา และได้นัดตรวจพยานหลักฐานนัดแรกในวันที่ 21 และ 28 ก.ค. 2558



2. “บุญทรง-ภูมิ-มนัส” กรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยมิชอบ

ป.ป.ช. เห็นว่า ร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 พร้อมกับส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนให้แก่อัยการสูงสุด (อสส.) และส่งให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอน

 

ต่อมาที่ประชุม สนช. ปฏิบัติหน้าที่แทนวุฒิสภา ได้ดำเนินการถอดถอน นายบุญทรง นายภูมิ และนายมนัส โดยมีมติเสียงข้างมาก 182 เสียง 180 เสียง และ 158 เสียง ตามลำดับ ซึ่งคะแนนเกินกว่า 3 ใน 5 ของ สนช. ทั้งหมด 220 ราย ทำให้ทั้งหมดถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง และถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี

ส่วนในทางอาญา กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 เช่นกัน จึงส่งรายงาน และสำนวนให้ อสส. ฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

ปัจจุบันคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจีล็อตแรก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษจำคุก บุญทรง-ภูมิ-มนัส ว่ามีความผิดตามกฎหมายไปแล้ว   ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ระหว่างการหลบหนีคดีในต่างประเทศ 

ทั้งนี้ เครื่องราชฯของ “ยิ่งลักษณ์” ที่จะต้องถูกเรียกคืน ได้แก่

1.เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
2.เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
3.เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)


4.เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นเบญจมาภรณ์ช้างเผือก (บ.ช.)
5.เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.
6.เหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1

 

เครื่องราชฯของ “บุญทรง” ที่จะต้องถูกเรียกคืน ได้แก่

1.เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.)
2.เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

 

 

เครื่องราชฯของ “ภูมิ” ที่จะต้องถูกเรียกคืน ได้แก่

1.เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
2.เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

 

 

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาจำคุกอดีตนักการเมืองใหญ่อย่าง ‘วัฒนา อัศวเหม’ อดีต รมช.มหาดไทย ถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี ฐานร่วมสนับสนุนทุจริตการก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน เมื่อปี 2551 

 

 

และกรณี ‘ประชา มาลีนนท์’ อดีต รมช.มหาดไทย ถูกศาลตัดสินจำคุก 12 ปี และ พล.ต.ต.อธิรักษ์ ตันชูเกียรติ อดีต ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี ฐานร่วมสนับสนุนทุจริตในโครงการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง กทม. เมื่อปี 2556 ด้วย 

 

ประชา มาลีนนท์

 

ซึ่งทั้งสองรายหลบหนีไปต่างประเทศเรียบร้อย ก่อนหน้ามีคำพิพากษาศาล !  รวมไปถึงกรณีล่าสุดเมื่อปี 2557 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายึดทรัพย์กว่า 68 ล้านบาท ของ น.ส.นฤมล หรือณัฐกมล หรือณฐกมล หรืออินทร์ริตา นนทะโชติ หรือนนทะวัชรศิริโชติ ข้าราชการฝ่ายการเมือง

ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฐานร่ำรวยผิดปกติ ลูกสาว พล.อ.สัมฤทธิ์ นนทะโชติ ซึ่งเป็นคนสนิทของ ‘บิ๊กจิ๋ว’ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เข้าข่ายตามข้อ 6 ของระเบียบดังกล่าวด้วย (อ่านประกอบ : 9 'บิ๊กการเมือง-อดีต ขรก.'ถูกศาลสั่งคุก-สนช.ถอด ยังไม่ถูกเรียกคืนเครื่องราชฯ)

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมรายชื่อทั้งหมดจะอยู่ที่ 7 ราย คือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, บุญทรง เตริยาภิรมย์, ภูมิ สาระผล , มนัส สร้อยพลอย, วัฒนา อัศวเหม, ประชา มาลีนนท์, น.ส.นฤมล หรือณัฐกมล หรือณฐกมล หรืออินทร์ริตา นนทะโชติ หรือนนทะวัชรศิริโชติ 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ไพศาล"เปิดประเด็น รัฐบาลไหนบ้างไม่ทำหน้าที่ ปล่อยละเลยให้นักการเมืองทำผิด ยังถือครองเครื่องราชย์

อ้างอิงจาก สำนักข่าวอิศรา
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก สำนักข่าวอิศรา


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์