พลิกปูม เสี่ยเปี๋ยง เส้นทางสามเส้าจากพ่อค้าข้าว ฉาว 2 อภิมหาทุจริต..บ้านเอื้ออาทร ถึง จำนำข้าว ?

พลิกปูม "เสี่ยเปี๋ยง" เส้นทางสามเส้าจากพ่อค้าข้าว ฉาว 2 อภิมหาทุจริต.."บ้านเอื้ออาทร ถึง จำนำข้าว" ?

Publish 2019-01-29 16:02:53


วานนี้มีข่าวใหญ่ทางการเมือง จากการเปิดเผยจากเจ้าของฉายา “มือปราบจำนำข้าว” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคปะชาธิปัตย์ที่ได้ออกมาระบุว่าถึงความคืบหน้า อันเกี่ยวเนื่องมาจากอภิมหาทุจริต “จำนำข้าว” อายัดทรัพย์สินทรัพย์สิน นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง หนึ่งในอดีตคนสนิทนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย

 

 

เมื่อวันที่ 28 ม.ค.62 นพ.วรงค์ เปิดเผยผ่าน  Warong Dechgitvigrom ถึงการยึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยงและเครือข่าย ในคดีทุจริตจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบจีทูจี ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น ระบุว่า...ข่าวดีครับ ตามที่ผมได้ไปขึ้นเบิกความเป็นพยาน ยึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยงและเครือข่าย ในคดีทุจริตจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบจีทูจี ตั้งแต่สมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์

 

ล่าสุดศาลแพ่งได้มีคำสั่งยึดทรัพย์ บ.กรีธา พรอพเพอร์ตี 1,362 รายการ วงเงินประมาณ 9,600 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ถือว่าเป็นคดีที่สอง ส่วนคดีแรกคือบริษัท ทีเอส พรอพเพอร์ตี วงเวินประมาณ 1,200 ล้านบาท ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษา ยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินเช่นกัน ทั้งสองคดีนี้ ถือว่าเป็นบริษัทเครือข่ายเสี่ยเปี๋ยง ที่ศาลแพ่งตัดสินแล้ว จำเลยอุทธรณ์ครับ มีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบ.

 



 

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าการอายัดทรัพย์สินทรัพย์สิน นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง โดย ปปง. ยังมีกรณีเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมาซึ่ง พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสำนักงาน ปปง. ได้รับหนังสือจากคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เรื่องร้องเรียน กรณีให้ตรวจสอบการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณจำนำข้าว และหนังสือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน กรณีมีการทุจริตจากนโยบายการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการทุจริต ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(5)

 

คดีนี้คณะกรรมการธุรกรรมและเลขาธิการ ปปง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน เสี่ยเปี๋ยง กับพวก ไปแล้ว จำนวน 10 คำสั่ง รวมทรัพย์สินที่อายัดไปแล้วทั้งสิ้น 2,323 รายการ รวมมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2561 ได้มีมติให้อายัดทรัพย์สินเพิ่มอีก 180 รายการ รวมมูลค่ากว่า 518,803,421 บาท พร้อมดอกผลไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ.

 

ทั้งนี้หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 ส.ค.60 อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำพิพากษา ในคดีทุจริตฮั้วประมูลการระบายข้างแบบรัฐต่อรัฐ หรือ G to G โดยในส่วนเสี่ยเปี๋ยง นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 14 ให้จำคุก 4 กระทงในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำความผิดฮั้วประมูล, ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 พรบ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม พศ.2542 มาตรา 123/1 ให้คุกทั้งสิ้น 48 ปี

 

ทั้งนี้ชื่อของเสี่ยเปี๋ยง  พ่อค้าข้าวคนดังที่ถูกปปง.สั่งอายัดทรัพย์ นั้นยังเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีฉาวอย่างคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ในยุครัฐบาลไทยรักไทย  ซึ่งมี "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นหัวเรือใหญ่ แล้วมอบหมายให้รัฐมนตรีใกล้ตัวอย่าง "วัฒนา เมืองสุข" ดูแลรับผิดชอบ



เมื่อคตส. “พาสทิญ่า ไทย” 1 ในผู้รับเหมา ร้องเรียนนำร่องว่า การได้โครงการมาจากการเคหะ มีจ่ายเงินทอนเรียกรับสินบนแก่ผู้มีอำนาจ  และเสี่ยเปี๋ยง มีสถานะคล้ายเป็น ตัวการฟอกเงินบาปค่านายหน้าบริษัทรับเหมา???

 

 

ข้อเท็จจริงอีกส่วนหนึ่งซึ่งถูกระบุว่าเป็นความเชื่อมโยงกระบวนการทุจริตที่เกิดขึ้น  ก็คือเส้นทางการไหลของเงินที่กลายเป็นชนวนผูกมัดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าด้วยกัน ประเด็นดังกล่าวนี้ นายแก้วสรร  อติโพธิ  กรรมการคตส. และ  ประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนการทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร    ในขณะนั้นได้ให้รายละเอียดว่า  ...

 

“การตรวจสอบตามแนวทางการสอบสวนของคตส.  เริ่มต้นจากการพบว่า นายวัฒนา เป็นผู้ผลักดันให้เกิดการประมูลแบบเทิร์นคีย์เหมาโควตา  จากเดิมที่ทำการประมูลแบบจ้างเฉพาะเหมาะก่อสร้างเท่านั้น  นอกจากนี้ยังมีการผลักดันให้บริษัท   พาสทิญ่า ไทย จำกัด  ที่ไม่มีคุณสมบัติในการเข้าประมูล เนื่องจากมีวงเงินจดทะเบียนเพียงแค่  3    ล้านบาท แต่กลับแจ้งว่าได้จดทะเบียน 100  ล้านบาท  ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการข้ามขั้นตอนโดยการใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคล ซึ่งเป็นคนของตัวเองเข้าไปเป็นกรรมการกลั่นกรองโครงการของการเคหะแห่งชาติ  จนทำให้บริษัท พาสทิญ่าฯ ได้รับการคัดเลือกผ่านเข้าไปรับโควตา 7 โครงการ รวม 7,500 ยูนิต”

 

ข้อมูลเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่งซึ่งเกี่ยวโยงกับการเรียกจ่ายเงินในรูปแบบการทุจริตหรือผลประโยชน์ต่างตอบแทนระหว่างนักการเมืองและเอกชนผู้รับเหมาดำเนินโครงการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทร (ในขณะนั้น)       นายแก้วสรร    อธิบายเพิ่มเติมจากการตรวจสอบ พบว่า มีการฟอกเงินจากการดำเนินโครงการ   โดยพยานที่เป็นคนของบริษัท พาสทิญ่าฯ ได้ให้การยืนยันว่า มีการจ่ายเงินล่วงหน้า 470 ล้านบาท แต่พบว่ามีการแยกบัญชีจำนวน 82.5 ล้านบาท โดยระบุในบัญชีของบริษัทว่า เป็นเงิน “อันเดอร์เทเบิล” หรือเงินใต้โต๊ะ    และอ้างว่าเป็นเงินนำส่งนักการเมืองระดับรัฐมนตรี     โดยผ่านกระบวนการฟอกเงินผ่านบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง    ซึ่งชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโควตาข้าว  ในยุคสมัยที่ นายวัฒนา เมืองสุข   ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็น รมว.พาณิชย์

 

โดยการฟอกเงินแบ่งเป็น 2 สาย   สายแรก เป็นการจ่ายเช็คเงินสดจำนวน 11 ฉบับ แยกเป็นฉบับละไม่ถึง 2 แสนบาท เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ปปง.เข้าบัญชีของนายสุจิตร สวนโสกเชือก ผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขารัตนธิเบศร์ ซึ่งเป็นพนักงานขับรถของนายอภิชาต จันทร์สกุลพร จำนวน 18.75 ล้านบาท

 

(วันที่ 15 มีนาคม 2549   ปรากฏชื่อของนาย ชาฮ์นน บินยาขอบ ได้อนุมัติให้ออกเซ็คเงินสด ธนาคารกรุงเทพสาขารัตนาธิเบศร์ จำนวน 11 ฉบับ ยอดเงิน 18,750,260 บาท จากบัญชีเลขที่ 058-301793-4    ชื่อบัญชี บจก. พาสทิญ่า ไทย 18,750,260 บาท   เข้าบัญชีของ คนขับรถของ นายอภิชาต จันทร์สกุลพร  หรือ เสี่ยเปี๋ยง   เจ้าของบริษัทเพรซิเดนท์ ฯ และเงินจำนวนนี้ได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย)

 

สายที่สอง มีการออกเช็คในนามธนาคารกรุงเทพ สาขาอโศก – ดินแดง จำนวน 63.85 ล้านบาท ให้กับ น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา ซึ่งเป็นแม่บ้าน เสิร์ฟกาแฟ ของบริษัท เพรซิเดนท์ฯ และเงินจำนวน 63.85 ล้านบาท โอนให้กับ น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว ซึ่งเป็นพนักงานพิมพ์ดีด จากนั้นเงินจำนวนทั้งหมดก็กลับเข้ามาสู่บริษัท เพรซิเดนท์ฯ อีกครั้ง    โดยหลักฐานทั้งหมดมีการเก็บเป็นเทปบันทึกปากคำพยานไว้แล้ว

 

 

( วันที่19  มีนาคม 2557 พบเช็คเงินสดอีก 34 ฉบับ  63,850,000 บาท   จาก   บจก .พาสทิญ่า ไทย   ถูกโอนเข้าบัญชี นางสาวรุ่งเรือง  ขุนปัญญา   พนักงานแม่บ้านของบริษัทเพรซิเด้นท์ ฯ    ผ่านธนาคารกรุงเทพสาขาอโศก-ดินแดง   และโอนผ่านต่อไปบังบัญชีของ   นางสาวกรองทอง วงศ์แก้ว   พนักงานพิมพ์ดีดของบริษัทเพรซิเด้นท์ ฯ     ที่ได้รับมอบฉันทะจากนางสาวรุ่งเรืองให้เบิกถอนเงิน   จำนวน 63,850,000 บาท  โดยมีการนำเงินเข้าบัญชีตนเอง 400,000 บาท    และถอนเงินจำนวนดังกล่าวออกโดยไม่มีร่อยรอยว่าส่งไปที่ใดต่อ    ส่วนเงินที่เหลือจำนวน 63,450,000   นางสาวกรองทอง ได้โอนเข้าบัญชีตนเองอีกครั้ง และแยกย่อยกระจาย เข้าบัญชีของบริษัทเพรซิเด้นท์ 2 บัญชี ซึ่งเป็นของธนาคารกรุงเทพสาขาเพชรบุรีตัดใหม่ จำนวน 31,004,204.75 บาท อีกบัญชี จำนวน 24,400 ,000 บาท และเข้าบัญชีของนายอภิชาต ธนาคารกรุงเทพสาขาอโศกดินแดง 155,313 บาท และบัญชีของ นางกิ่งแก้ว ลิมปีสุข สาขาเดียวกัน 3,000,000 บาท)

 

ประเด็นที่ต้องติดตามก็คือหลักฐานการโอนเงินระหว่าง  บจก .พาสทิญ่า ไทย  และบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง  ของ  “เสี่ยเปี๋ยง”  จะมีน้ำหนักเพียงพอซึ่งนั้นรวมถึงข้อพิสูจน์ในเชิงคดีต่อไปว่ามีบุคคลในระดับใดอยู่เบื้องหลังดีลธุรกิจฉาวนี้

 

และที่เป็นประเด็นข้อสงสัยมาโดยตลอดก็คือ ทำไมชื่อนักธุรกิจค้าข้าวอย่าง นายอภิชาต จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง จึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีฉาวอย่างโครงการบ้านเอื้ออาทร แท้ที่จริงแล้ว"เสี่ยเปี๋ยง" เป็นคนของใครกันแน่ ??

 

เมื่อปี 2547 ว่า นายอภิชาติ เคยให้สัมภาษณ์ถึงสัมพันธ์สามเส้าระหว่างตัวเขา วัฒนา เมืองสุข และ นายทักษิณว่า นายอภิชาติได้รู้จักกับนายทักษิณ ก่อนรู้จักกับนายวัฒนา เพราะมีอยู่วันหนึ่ง นายอภิชาติมีโอกาสเข้าพบนายทักษิณ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยไปกับคณะของ สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ

 

ก่อนหน้านั้นไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย เมื่อมีโอกาสได้พบในนามสมาคมฯเขาได้ยื่นนามบัตรเพื่อแนะนำตัวกับนายทักษิณ หลังจากนั้น นายทักษิณ ก็ให้นายอภิชาติไปพบและถามว่าจะให้ช่วยอะไร นายอภิชาติได้บอกว่าให้ช่วยบอกอินโดนีเซียซื้อข้าวจากไทย เพราะอินโดนีเซียไม่ได้ซื้อข้าวจากไทยมา 15 ปีแล้ว ต่อมานายทักษิณบอกว่าได้ช่วยพูดให้แล้วและอินโดนีเซียได้สั่งซื้อข้าวจากไทย 5 แสนตัน โดยปรากฏว่า บริษัทเพรซิเด้นท์ อะกริ เทรดดิ้ง กลายเป็นผู้ส่งมอบข้าวรายเดียว

 

นายอภิชาต หรือ เสี่ยเปี๋ยง อธิบายด้วยว่า ก่อนหน้านั้นตนได้ประสานกับทางรัฐบาลอินโดนีเซียไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เนื่องจากขายข้าวให้อินโดนีเซียต้องรัฐบาลกับรัฐบาลเท่านั้น จึงมีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากนายทักษิณ แต่หลังจากนั้นนายทักษิณก็ให้นายอภิชาติประสานกับ นายวัฒนา (วัฒนา เมืองสุข ) ซึ่งขณะนั้นเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และได้ติดต่อกันเรื่อยมา

 

"เรื่องขายข้าวให้อินโดนีเซีย ถ้าไม่มีนายกฯทักษิณ ผมขายไม่ได้ เพราะอินโดนีเซียซื้อรัฐบาลกับรัฐบาลเท่านั้น"

 

ในภายหลังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง นายอภิชาติ กับ นายวัฒนาเป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะภายหลังจาก นายวัฒนาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเปิดประมูลข้าว ขายข้าวสารในสต๊อกจำนวน 2 ล้านตัน เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2547 ปรากฎว่าการประมูลครั้งนั้น บริษัท เพรซิเด้นท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด เป็นผู้ชนะประมูล ข้าวเพียงรายเดียวจำนวน 1.78 ล้านตัน

 

ต่อจากนั้น บริษัท เพรซิเดนท์ อะกรี เทรดดิ้ง ของ นายอภิชาติ ยังประมูลข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ได้อีกหลายครั้งจนเป็นที่พูดถึงในวงการค้าข้าว โดยไม่มีใครรู้ว่าต่อจากนั้นเมื่อนายวัฒนาถูกโยกย้ายจากกระทรวงพาณิชย์ไปนั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมุนษย์ ความสัมพันธ์ระหว่างนายอภิชาต หรือ “เสี่ยเปี๋ยง” และนายวัฒนา จะยืนยันความแนบแน่นอีกครั้งผ่านโครงการบ้านเอื้อาทร ภายหลังทั้งคู่ถูกชี้มูลตั้งข้อกล่าวหากระทำความผิดจากทั้งคตส.และปปช.

 

จากนั้นต่อมาก็ปรากฏชื่อของ นายอภิชาต จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยงในคดีอภิมหาทุจริตจำนำข้าวในสมัยของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามที่ได้รายงานก่อนในเบื้องต้น




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม