ตราบาปในอดีต! ย้อนคดีล้มประชุมอาเซียน บทเรียนราคาแพง ก่อนไทยเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง อย่าซ้ำรอยเดิมอีก!

ตราบาปในอดีต! ย้อนคดีล้มประชุมอาเซียน บทเรียนราคาแพง ก่อนไทยเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง อย่าซ้ำรอยเดิมอีก!

Publish 2019-01-29 13:30:25


"11 เมษายน 2552"   ผ่านมา 10 ปีแล้ว กับเหตุการณ์ที่ยากจะลืมเลือน และน่าอับอายที่สุดของคนไทย เพราะวันนั้นเกิดการชุมนุมประท้วง นำมาซึ่งความล้มเหลวของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับนานาชาติ ทำลายภาพลักษณ์ของชาติอย่างย่อยยับ ทุกฝ่ายต่างตราหน้าความอ่อนด้อยและไร้ประสิทธิภาพในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ และกล่าวหาความไร้ซึ่งอารยธรรมของกลุ่มคนเสื้อแดง ผู้สร้างความปั่นป่วนให้การประชุมครั้งสำคัญ  ที่ยากจะลืมเลือนของคนไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่นี่  >> "ย้อนประวัติการณ์ 10 ปี "เสื้อแดง" บุกล้มเวทีประชุมผู้นำอาเซียนพัทยา! ภายใต้การนำรัฐบาล"อภิสิทธ์" <<

 

 

 

วันเปลื่ยน เวลาหมุน เวียนกลับมาอีกรอบ 10ปี ผ่านไป ไวราวกับโกหก ณ วันนี้ ประเทศไทย ได้รับเกียรติจากประชาคมโลก เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียนประจำปี62 โดยมี "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช. เป็นประธานในครั้งนี้ 

 

​​​​​​​

 

 



หากพูดถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นแล้ว ปฎิเสธไม่ได้ว่าจะไม่พูดถึงตัวการชักใย ผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายดังกล่าว และผลกรรมที่บุคคลเหล่านี้ได้ก่อไว้ขึ้น

 

 

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่แกนนำกลุ่ม กปปส.ชลบุรี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ในข้อหามีส่วนร่วมและสั่งการให้ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นำกลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 นั้น

 

หลังจากนั้นบนสื่อโซเชียล ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นคลิปเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เมื่อปี 2553 โดยคลิปดังกล่าวความยาวประมาณ 3.56 นาที เนื้อหาทั้งหมดเป็นการปราศรัยของ"นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ" เลขาธิการ นปช. ซึ่งเป็นแกนนำในการชุมนุม ที่ระบุถึงการสั่งการให้ "นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง" นำกำลังมวลชนบุกล้มการประชุมอาเซียนดังกล่าว จนกระทั่งการประชุมต้องล้มเลิกกลางคัน ... ยิ่งไปกว่านั้น ภายในคลิปเดียวกันยังมีการปราศรัยของ"นายอริสมันต์" ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในการล้มการประชุมอาเซียน ด้วยการนำกำลังบุกเข้าไปภายในโรงแรมดังกล่าว ซึ่ง "นายอริสมันต์" ระบุด้วยว่า "นายณัฐวุฒิ" เป็นผู้สั่งการให้นำกำลังบุกเข้าไปในทันที พร้อมทั้งให้เงินจำนวน 180,000 บาท เพื่อปฏิบัติภารกิจ

 

 

อย่างไรก็ตาม จากการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกมา ทำให้มีคนส่วนมากแสดงความคิดเห็นว่า "นายณัฐวุฒิ" อาจเป็นผู้สั่งการตัวจริงให้มีการล้มประชุมอาเซียนในครั้งนั้น กรณีนี้สอดคล้องกับ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา "นายกันตภณ สุขุมาลินทร์" แกนนำ กปปส. จังหวัดชลบุรี และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองชลบุรี กลุ่มประชาธิปัตย์ ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ "พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ" โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ "นายณัฐวุฒิ" ข้อหาเป็นผู้สั่งการใช้และจ้างวานให้ "นายอริสมันต์" และพวก บุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนดังกล่าว โดยได้รับค่าจ้าง 180,000 บาท พร้อมมีหลักฐานเป็นคำปราศรัยของทั้ง "นายณัฐวุฒิ" และ "นายอริสมันต์" ที่ระบุชัดเจนทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุล้มประชุมอาเซียน

 



ทั้งนี้ มาดูกันที่คดีสุดจะบรรลือ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในครั้งเป็นเจ้าภาพ “อาเซียนซัมมิท” ปี 52 ต่อสักหน่อย   ก่อนหน้านี้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจ ภูธรพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้เคยออกเรียกตัวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. หมายเรียให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สภ.พัทยา ในคดีที่ถูกแจ้งข้อหาว่า อยู่เบื้องหลังการบุกล้มการประชุมอาเซียน และร่วมไปถึงแกนนำคนเสื้อแดงอย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์  นายอดิศร เพียงเกษ และนายแพทย์เหวง โตจิราการ

 

 

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง  และพวกอีก 12 คน แกนนำนปช. ผู้ที่ทำหน้าที่นำทัพ บุดล้มการ ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือ “อาเซียนซัมมิท” ปี 52  เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 60 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้จำคุกนายอริสมันต์และพวก ที่เป็นกลุ่ม นปช.รวม 13 คน คนละ 4 ปีโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งต่อมาถูกคุมตัวเข้าสู่ เรือนจำทันที หลังศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว  ถึงแม้ว่าขณะนี้แกนนำบางส่วนได้ ออกจากเรือนจำแล้วก็ตาม แต่แน่นอนว่า แกนนำคนสำคัญอย่าง"นายอริสมันต์"ยังคงชดใช้กรรมอยู่ในเรือนจำ

 

 

 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 60-  4 แกนนำ นปช.ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายอดิศร เพียงเกษ, นายแพทย์ เหวง โตจิราการ, และนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ เดินทางเข้าพบอัยการจังหวัดพัทยาเพื่อรายงานตัว หลังพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา นำส่งสำนวนคดีสั่งฟ้องกรณีพากลุ่มมวลชนยกขบวนไปปิดล้อม และล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน


อย่างไรก็ตาม  บทเรียนในอดีตเพียงพอที่จะทำให้ตระหนักรู้ว่า เจตคติทางการเมืองที่ขับเคี่ยวกับอย่างรุนแรงนั้นไม่ก่อให้เกิดเป็นผลดีกับทุกฝ่าย ซ้ำร้ายยังสุ่มเสี่ยงนำมาซึ่งความสูญเสีย การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติจากประชาคมโลกในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะลบล้างในทุกคำครหา และเพื่อเป็นที่ประจักษ์ว่าเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศไทยนั้นเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่หันเข้าสู่วังวนความแห่งความขัดแย้งเช่นในอดีตอีกต่อไป  ...

 


 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา