“วิษณุ” เผย นายก-กก.สภามหาวิทยาลัย ไม่ต้องลาออก ยืนยันตอนนี้ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว!

“วิษณุ” เผย นายก-กก.สภามหาวิทยาลัย ไม่ต้องลาออก ยืนยันตอนนี้ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว!

Publish 2019-01-26 09:10:20


สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 มกราคม "นายวิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำหนดให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินจนหลายคนต้องลาออกว่า ตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการของรัฐทุกแห่งไม่จำเป็นต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินแล้ว โดยให้เป็นไปตามระเบียบเดิม เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น รวมถึงตำแหน่งกรรมการกองทุนก็ไม่ต้องยื่นด้วยเช่นกัน

 

   

ทั้งนี้ "นายวิษณุ" เปิดเผยว่า อย่างไรก็ตามสำหรับตำแหน่งอธิการบดีและรองอธิการบดียังคงต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามระเบียบเดิมทุกประการ โดย ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือมาถึงรัฐบาลแล้ว และเตรียมประกาศภายใน 1-2 วันนี้ เรื่องนี้ตนเตือนแต่แรกอย่าเพิ่งตื่นเต้นตกใจเกินไป หลายคนยังตกใจจะลาออก กรุณาไม่ต้องลาออก ส่วนที่ลาออกไปแล้วก็ถือว่าพ้นสภาพต้องสรรหาใหม่
 



ส่วนทางด้าน ศ.คลินิก "นพ.อุดม คชินทร" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า "กรณีดังกล่าวนายวิษณุ ได้ออกมาระบุชัดเจนแล้วว่า นายกสภามหาวิทยาลัย และรองนายกสภามหาวิทยาลัย ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและบัญชีหนี้สินให้กับทางป.ป.ช.แล้วเนื่องจากทางสำนักงาน ป.ป.ช.ได้ตัดส่วนนี้ออกไปแล้ว

 

 

"เรื่องนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาคงไม่ต้องมีประกาศออกมา เพราะขณะนี้ ป.ป.ช.ได้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาแล้ว ขณะนี้เพียงแต่รอประกาศราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น ดังนั้นจึงเผยแพร่เรื่องนี้ออกไปได้เลย จะได้ไม่มีใครมาคอยห่วงเรื่องนี้และถามผมอีกว่านายกและรองนายกสภามหาวิทยาลัยจะต้องลาออกหรือไม่ลาออก เพราะขณะนี้ชัดเจนแล้ว ดังนั้นนายกและรองนายกสภามหาวิทยาลัยห้ามลาออก" รมช.ศึกษาธิการ กล่าว



อีกทั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์ ถ.แจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี "นายวิษณุ" เป็นประธานพิธีเปิดงานและมอบนโยบายการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐประจำปี 2562 โดยได้กล่าวมอบนโยบายว่า วันครบรอบแห่งการสถาปนา 11 ปี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.)ว่า หลายปีที่ผ่านมาก็มีผลงานชัดเจน ทำงานโดดเด่นจนเป็นที่น่าพอใจ ทำให้เกิดการตัดวงจรทุจริตไม่ให้แพร่ขยาย โดยเฉพาะคดีทุจริตจำนำข้าว คดีทุจริตเงินทอนวัด คดีทุจริตคนไร้ที่พึ่ง และคดีทุจริตนักเรียนผี

 

 

นายวิษณุกล่าวต่อว่า ส่วนปีนี้รัฐบาลอยากให้ป.ป.ท.เข้มงวด 3 เรื่องสำคัญที่จะช่วยให้เกิดป.ป.ท.โฉมใหม่คือ 1.การสร้างเครือข่ายกับองค์กรภาครัฐ ภาคประชาชน และในระดับองค์กรนานาชาติให้มากยิ่งขึ้น 2.บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย โดยการทำงานด้วยความอดทนและกล้าหาญ และ 3.ให้ความรู้และเตือนสติเพื่อให้เกิดความตระหนักในเรื่องการทุจริต เพราะหากไม่ทำอะไรกับการทุจริตที่เกิดขึ้นก็จะสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติได้รุนแรงขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ป.ป.ท.มีผลงานการชี้มูลความผิด 912 คดี จากที่ได้รับการร้องเรียนทั้งหมดตั้งแต่ปี พ.ศ.2551-2562 จำนวน 35,580 คดี



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา