ชำระแค้น​! บุญทรง ซัดทอด​ เละ งานนี้มีหนาว ... เจออีกหลายโกง

ชำระแค้น​! "บุญทรง" ซัดทอด​ เละ งานนี้มีหนาว ... เจออีกหลายโกง

Publish 2019-01-22 13:15:46


ต่อเนื่องกับกระแสข่าวการเมืองที่กำลังเข้มข้นอยู่ณ ขณะนี้ จากกรณีเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา "น.ส.สุภา ปิยะจิตติ" กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยในกิจกรรมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบบรรณาธิการสื่อ ที่จัดโดย "สถาบันอิศรา" ร่วมกับ "สำนักงาน ป.ป.ช." ถึงความคืบหน้าคดีทางการเมืองต่าง ๆ ในตอนหนึ่งระบุว่า "ปัจจุบันมีคดีทางการเมืองที่อยู่ระหว่างการไต่สวนประมาณ 87 สำนวน คาดว่าจะมีการตีตกข้อกล่าวหาเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอประมาณ 20 สำนวน โดยสำนวนที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ

 

 

ได้แก่ "คดีให้เอกชนดำเนินการปรับปรุงข้าวเพื่อส่งมอบให้แก่ประเทศอินโดนีเซีย" หรือ "ข้าวบูล็อค" ตามสัญญาการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จำนวน 3 แสนตัน สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาแล้ว (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก) ปัจจุบันรอคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาทั้งนี้ "น.ส.สุภา" ยังเปิดเผยอีกว่า "นอกจากนี้ยังมี"คดีระบายข้าวแบบจีทูจีล็อตสอง" และ "คดีระบายมันสำปะหลังแบบจีทูจี" สมัยรัฐบาล "น.ส.ยิ่งลักษณ์"  ซึ่งมี "นายบุญทรง เตริยาภิรมย์" อดีต รมว.พาณิชย์ "พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ" อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ กับพวก โดยดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว รอฟังคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา นอกจากนี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลเพิ่มเติม ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอฟังคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเช่นกัน 

 

 


โดยก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าไปไต่สวน"นายบุญทรง" ในเรือนจำ เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม "คดีระบายข้าวจีทูจี" และ "มันสำปะหลังจีทูจี"  สำหรับกรณีของ"นายทักษิณ"นั้น ในชั้นการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. คดีระบายข้าวจีทูจีล็อตแรก มีเอกชนบางรายให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการไต่สวน ว่า "เคยบินไปพบนักการเมืองใหญ่ที่ดูไบ เพื่อเจรจาซื้อขายข้าว โดยนักการเมืองใหญ่รายนี้ บอกว่า ให้มาซื้อกับ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร (เสี่ยเปี๋ยง จำเลยคดีข้าวจีทูจีล็อตแรก ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ) ได้เลยโดยตรง ส่วน"นางเยาวภา"นั้น เป็นแกนนำกลุ่มวังบัวบาน ใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นต้นสังกัดกลุ่มทางการเมืองของ "นายบุญทรง" โดยในทางการเมืองว่ากันว่า "นางเยาวภา" เปรียบเสมือนเจ้านายของ"นายบุญทรง" 

 



อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นต้องเข้าใจก่อนว่าการไต่สวนของ ป.ป.ช. เกี่ยวกับคดีข้าวในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีอย่างน้อย 5 คดีด้วยกัน จบไปแล้ว 2 คดี ได้แก่ คดีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว (น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเลย) และคดีระบายข้าวแบบจีทูจีโดยทุจริต (นายบุญทรง นายภูมิ พร้อมพวกเป็นจำเลย) เหลืออยู่ระหว่างไต่สวน 3 คดี ได้แก่ คดีปรับปรุงข้าวส่งมอบอินโดนีเซีย (BULOG มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กับพวกเป็นผู้ถูกกล่าวหา) คดีจำหน่ายข้าวถุงธงฟ้าราคาประหยัด (ผู้บริหารระดับสูงขององค์การคลังสินค้า (อคส.) กับพวกเป็นผู้ถูกกล่าวหา) และคดีระบายข้าวแบบจีทูจีล็อตใหม่ (มีนายบุญทรง กับพวกเป็นผู้ถูกกล่าวหา) 

 

 

ทั้งนี้ คดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน และเชื่อว่านาย บุญทรง ได้คายความลับออกมาแล้ว คือ คดีปรับปรุงข้าวที่ส่งมอบให้อินโดนีเซีย (BULOG) ซึ่งผู้ถูกกล่าวหารวม 4 ราย ได้แก่ "นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง" เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ (ปี 2554) พร้อมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ เจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า (ทั้ง 3 ตำแหน่งไม่เปิดเผยชื่อ)

 

ทั้งหมดถูกกล่าวหาว่า ทุจริตการเปิดประมูลให้เอกชนดำเนินการปรับปรุงข้าวเพื่อส่งมอบให้แก่ประเทศอินโดนีเซีย (BULOG) ตามสัญญา การซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จำนวน 300,000 ตัน เมื่อเดือน ธันวาคม 2554 โดยเอื้อประโยชน์ให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล ทั้งที่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงในลักษณะนอมินีของ บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด "ของนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร" ที่ถูกศาลล้มละลายพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

 

 

ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ล.18747/2552 รวมทั้งเคยเป็นคู่สัญญาการค้าขายข้าวกับรัฐบาลในโครงการ รับจำนำข้าวเปลือกปี 2544/2545 และปี 2546/2547 จำนวน 1.9 ล้านตัน และไม่สามารถส่งมอบข้าวได้ตามสัญญา ทั้งนี้ ผลประโยชน์ที่รัฐควรได้จึงตกไปเป็นของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด กับพวกพ้องที่เป็นนักการเมือง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เอื้อประโยชน์แก่กันและกันต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

 

สถานะทางคดีเมื่อปี 2557 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนไปแล้ว ต่อมาเมื่อเดือน พ.ค. 2560 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ได้สรุปข้อเท็จจริงเสนอคณะอนุกรรมการไต่สวนพิจารณา ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2560 อยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน

 

ส่วนทางด้าน คดีการระบายมันสำปะหลัง (มันเส้น) แบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงาน ป.ป.ช. ถึงความคืบหน้าในการไต่สวนกรณีนี้ว่า ในสัญญาที่มี "นางปราณี ศิริพันธ์" เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา) เป็นผู้เจรจากับเอกชนและลงนามเมื่อช่วงปี 2555-2556 จำนวน 3 สัญญา รวมวงเงินประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ (หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา) กับพวกรวม 31 ราย  โดยพบพฤติการณ์เบื้องต้นว่า การขายมันสำปะหลังดังกล่าว ขายในราคาที่เป็นมิตรไมตรี แต่เอกชนที่มาซื้อไม่ได้เป็นผู้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลจีนจริง แต่มีการผ่องถ่ายให้บริษัทในไทย จากการตรวจสอบพบว่ามีแคชเชียร์เช็คกว่า 2 พันใบที่ใช้ในการซื้อขายนั้น

 



ทั้งนี้ พบว่าแคชเชียร์เช็คจากเอกชนที่สั่งจ่ายให้กับกรมการค้าต่างประเทศเพื่อชำระตามสัญญาซื้อขายแบบจีทูจี ในส่วนที่ออกมาจากธนาคารไทยพาณิชย์ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีนายลิตร พอใจ นายสมคิด เอื้อนสุภา (ทั้งคู่เป็นคนสนิทของนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง อดีตพ่อค้าข้าวชื่อดัง) เป็นผู้ขอซื้อแคชเชียร์เช็คกับธนาคาร และเป็นเงินที่นำมาจากบัญชีของ"นายสุธี เชื่อมไธสง" (คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง ปัจจุบันถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกหมายจับ เนื่องจากหลบหนีคดีระบายข้าวจีทูจี)  

 

แหล่งข่าว ระบุอีกว่า สำหรับเอกชนจีนทั้งหมดที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายมันเส้นจีทูจีนั้น ได้มอบอำนาจให้นายลิตร และนายสุธี เป็นผู้ดำเนินการแทนทั้งหมด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการไต่สวนเพื่อขยายผลว่ามีเอกชนรายใดเข้าไปเกี่ยวข้องอีกบ้าง   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนี้ กรณีนี้ ป.ป.ช. ได้แสวงหาข้อเท็จจริงแล้ว พบว่า ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีการทำสัญญา ซื้อขายมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง จำนวนรวม 7 สัญญา ปริมาณรวม 4,790,000 ตัน จำนวนเงินรวม 30,642,500,000 บาท

 

 


นอกจากนี้ ล่าสุดคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ได้เพิ่มชื่อผู้ถูกกล่าวหาขึ้นอีกทั้งหมด 53 ราย มีทั้งอดีตข้าราชการ และกลุ่มเอกชน แบ่งได้ดังนี้ 
กลุ่มอดีตข้าราชการ-เจ้าหน้าที่ของรัฐ 3 ราย   1. นายยรรยง พวงราช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์    2นายคณิต วาสิกานนท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.กองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก กรมการค้าต่างประเทศ   3. พ.ต.ท.ธนิต กรปรีชา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองสารวัตร งานสายตรวจ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร สารวัตรศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล และสารวัตรกลุ่มงานสัญญา กองกฎหมาย

 

 

กลุ่มเอกชน 50 ราย อาทิเช่น  บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด  นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร (เสี่ยเปี๋ยง)  น.ส.สุนีย์ จันทร์สกุลพร  น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง  บริษัท ไทเกอร์ดิสทริบิวชั่นแอนด์โลจิสติคส์ จำกัด  เป็นต้น

 

โดยทั้งหมดถูกคณะอนุกรรมการไต่สวน กล่าวหาเพิ่มเติมว่า กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ตามกฎหมายอื่น กรณีทุจริตในการซื้อขายมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังแบบจีทูจี จำนวน 7 สัญญา ปริมาณ 4,790,000 ตัน มูลค่ารวม 30,642,500,000 บาท (ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท)  อีกทั้ง ในการเพิ่มเติมผู้ถูกกล่าวหาในชั้นคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ พบว่า นายอภิชาติ กับเครือข่าย รวมถึงบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ได้ถูกกล่าวหาด้วย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในถูกจับอยู่ในเรือนจำมูลความผิดในคดีระบายข้าวแบบจีทูจีไปแล้ว

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวล เกิดจากผลพวงที่ "นาย บุญทรง" ลูกน้องผู้จงรักภักดี ที่โดนหักหลังให้ติดคุกอย่างทุกข์ทรมานด้วยโรคประจำตัว อาจจะด้วยการผูกใจเจ็บหรือไม่ ถึงยอมลบคำพูดของตัวเองที่ว่า"กูพูดไม่ได้"  ยอมเปิดปากซักทอดถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังคดีทุจริตทั้งหมด ... สำหรับคดีความทั้งหมดคงยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร นายบุญทรงจะเปิดปากซักทอดถึงใครอีก? สำหรับบุคคลใดที่อยู่ในขบวนการเหล่านี้ คงมีอาการร้อนๆหนาวๆ หรือไม่ก็อาจเตรียมเก็บกระเป๋าหนีตามนายใหญ่ไป ใช่หรือไม่ ....   

 

 


 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา