ผ่ายุทธศาสตร์ พรรคลิ่วล้อ อ้างประชาธิปไตย ซ่อนเร้น พา “ทักษิณ”กลับบ้าน

ผ่ายุทธศาสตร์ พรรคลิ่วล้อ อ้างประชาธิปไตย ซ่อนเร้น พา “ทักษิณ”กลับบ้าน

Publish 2019-01-13 17:55:37


อีกหนึ่งประเด็นที่พูดถึงอย่างมากในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา  กับข้อเสนอของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อชาติ ที่ออกมาแนะให้รัฐบาลตั้งโต๊ะเจรจากับทักษิณ ชินวัตร เพื่อยุติความขัดแย้ง พร้อมอ้างว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด  ก่อนผู้เกี่ยวข้องระดับผู้ใหญ่ในรัฐบาลจะออกมาประสานเสียงว่าจะไม่มีการเจรจาต่ออะไรใดๆ ทั้งสิ้น

 

เหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ ข้อเรียกร้องของแกนนำพรรคเพื่อชาติ ต่อทักษิณ เป็นเรื่องการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม  เนื่องจากปัญหาของทักษิณก็คือการต้องโทษในคดีอาญา และเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลฎีกาฯ



ย้อนกลับไป 29 ธันวาคม 2561 ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกพรรค พร้อมแกนนำพรรคและกรรมการบริหารคณะลงพื้นที่ เขตสวนหลวง ที่ซอยพัฒนาการ35  ปรากฏว่าในวันนั้นมีประชาชนมาร่วมงานแล้วถือป้าย  ร้องเรียนเศรษฐกิจแย่-ยาเสพติดระบาด ทั้งนี้ประชาชนเสนอนำ"ทักษิณ"กลับไทย"  จนมีการนำไปเสนอเป็นข่าวว่าพรรคไทยรักษาชาติมีนโยบายจะดำเนินการในลักษณะดังกล่าว

 

แพทองธาร ชินวัตร -ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช

 

ด้วยประเด็นนี้ทำให้ จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ต้องรีบออกมาระบุว่า  พรรคไทยรักษาชาติไม่ได้มีจุดยืนถึงขั้นประกาศจะเอา “ทักษิณ” กลับบ้าน  แต่เรื่องนี้เป็นความคิดของประชาชน

 

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากการออกมาพูดถึงแนวคิดการนำ “ทักษิณ” กลับบ้าน ต้องบอกว่าจะมีมูลไม่มากก็น้อย ด้วยหลังจากนั้นก็มีการหยั่งเสียงเหมือนเป็นการโยนหินถามทาง   ก่อนจะมีความเคลื่อนไหวในเชิงขานรับว่าจะนำพา “ทักษิณ” กลับบ้านตามมา โดยกลุ่มการเมืองในระบอบทักษิณ

 

อาทิเช่นกับเหตุกรณีเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2562  นายยงยุทธ ติยะไพรัช  หนึ่งในผู้ร่วมจัดตั้งพรรคเพื่อชาติ  เดินทางไปที่หอประชุมเทศบาลตำบลวงฆ้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก  ก่อนกล่าวว่า "เราได้พยายามให้ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทย 3 ครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงขอโอกาสครั้งนี้ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ 4 หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อชาติ ที่สำคัญจุดอ่อนที่สำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นรัฐธรรมนูญที่ถอยหลังเข้าคลอง

 

โดยเฉพาะที่มาและอำนาจของ ส.ว. ทำให้พรรคการเมืองไม่มีความมั่นคง และทำลายขีดความสามารถของคนไทย เช่น คนคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นที่ดี แล้วมีพรรคการเมืองนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะถูกตีความว่าเป็นบุคคลภายนอกชี้นำพรรค อาจถูกยุบพรรคได้ ทำให้คนเก่ง คนดีขาดโอกาส

 

จากนั้นในวันที่ 7 ม.ค.62  ที่บ้านริมคลอง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงพรรคเพื่อไทย  กล่าวถึงกรณีนายยงยุทธระบุบนเวทีปราศรัยจะพา ทักษิณ  กลับบ้าน ว่า เรื่องแบบนี้ไปห้ามกันไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิของท่านที่ท่านจะพูด ต่างจิตต่างใจ เรื่องนี้มีคนตั้งใจหลายคน แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูด

 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

 

 หากทำการพิจารณาประเด็นเรื่องการพา “ทักษิณ” กลับบ้านนั้นถูกจุดขึ้นมาจากทางพรรค เครือข่ายทักษิณ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ แม้แต่พรรคเสรีรวมไทยก็พูดถึง “ทักษิณ”

 

ต่อมา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.62   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปฏิเสธข้อเสนอของนายยงยุทธ ที่จะให้คสช.เปิดเจรจากับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อความปรองดอง

 

โดยมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การสู้รบหรือทำสงคราม จึงไม่ต้องมีการเจรจา อีกทั้งย้ำจุดยืนของรัฐบาลที่ไม่เจรจากับคนหลบหนีคดี พร้อมแนะอีกฝ่ายให้กลับมาต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย หากคิดว่าไม่ได้กระทำผิด

 

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า จะตั้งโต๊ะเจรจากับนายทักษิณเรื่องอะไร ถ้าเขาทำตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างก็จบแล้ว

 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา



หลังจากที่ฟากฝั่งรัฐบาลออกมาพูดเรื่องการตั้งโต๊ะเจรจากับนายทักษิณโดยเน้นย้ำว่า ให้นายทักษิณ กลับมาเข้ากระบวนการยุติธรรมแทนกระบวนการอื่น ๆ นั้น

 

ท้ายที่สุด “ยงยุทธ” ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊คโดยระบุว่า ไม่ได้พูดว่าจะเอาทักษิณกลับบ้าน แต่ขยายความไปถึงกระบวนการเกี่ยวเนื่อง

โดย ยงยุทธ ติยะไพรัช  ขยายความว่า "ประเด็นการจะกลับบ้านของ ทักษิณก็คือกระบวนการร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งคนทั่วไปทำกันอยู่แล้ว แต่ทักษิณไม่ได้รับเหมือนคนอื่น  เช่น กระบวนการทางศาลยังต้องถามพยานทุกครั้ง ว่ามีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อนหรือไม่ หรือผู้สอบวางตัวไม่เป็นกลางในกระบวนการสอบสวนยังขอเปลี่ยนตัวได้ ผมว่าคุยกันดีๆ ระหว่างพี่น้องเตรียมทหารด้วยกัน หากกลัว ดร.ทักษิณจะกลับมามีอำนาจ ก็คุยกันด้วยเหตุผลโดยเอาเรื่องบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ยังง่ายกว่าการสร้างรัฐธรรมนูญและแก้กฎหมายเลือกตั้ง"

 

ยงยุทธ ติยะไพรัช

 

นายยงยุทธ โพสต์อีกว่า"ทุกวันนี้ทุกฝ่ายที่มีอำนาจเพื่อไม่ให้ระบอบทักษิณกลับมา เราสูญเสียและต้องแลกกับระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงและเป็นสากล ซึ่งในช่วงปี 2549 ทักษิณประชุมที่ยูเอ็น โดน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจ เลขาฯ ยูเอ็นถามว่าจะประณามตอบโต้ไหม ทักษิณปฏิเสธ และบอกว่าแค่นี้บ้านเมืองก็บอบช้ำพอแล้ว แสดงให้เห็นว่าความรักบ้านเมือง สปิริตยังมีอยู่"

 

 หลังจากที่ “ยงยุทธ” ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวว่า โดยเฉพาะ ข้อมูลในช่วงปี 2549 ทักษิณประชุมที่ยูเอ็น  และยูเอ็นถามว่าจะประณามตอบโต้ไหม ทักษิณปฏิเสธ และบอกว่าแค่นี้บ้านเมืองก็บอบช้ำพอแล้ว แสดงให้เห็นว่าความรักบ้านเมือง

 

กับกรณีดังกล่าว คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม  ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงในวันนั้น ผ่านรายการคมชัดลึก  ว่า ข้อมูลอีกมุมเนื่องจากคุณสนธิญาณอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บริหารสถานีวิทยุ 101 ของกองบัญชาการทหารสูงสุด  ได้เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้นชื่อ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์  ซึ่งก็ถือว่าเป็นผู้ที่ทักษิณตั้งขึ้นมาไว้เนื้อเชื่อใจ  ระหว่างที่ทักษิณ เดินทางไปประชุมที่ยูเอ็น ในขณะนั้น รองนายกรัฐมนตรี และ รักษาการนายกรัฐมนตรี ขณะนั้น  พลต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ 

 

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม 

 

การเคลื่อนกำลังของฝ่ายอำนาจแยกออกเป็นสามส่วน ส่วนที่หนึ่ง มาจากบูรพาพยัคฆ์ ซึ่งเคลื่อนกำลังโดยแต่งกายเป็นประชาชนธรรมดาแล้วกระจายควบคุมตามพื้นที่ต่างๆ

 

ส่วนที่สองมาจากศูนย์สงครามพิเศษกองบัญาการสงครามพิเศษ ผบ.ทบ.ในขณะนั้นคือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน ซึ่งเติบโตมาจาก ศูนย์สงครามพิเศษ ซึ่งมารักษาศูนย์กลางที่กองบัญชาการกองทัพบก ที่ถนนราชดำเนิน

 

ส่วนที่สามเป็นของแม่ทัพภาคที่สาม  พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ซึ่งเคลื่อนเขามากองพลทหารม้าสระบุรี ซึ่งเพื่อนนายทักษิณเป็นทหารคุมอยู่

 

คุณสนธิญาณกล่าวต่อว่า ปรากฏว่าพอถึงเวลาทหารทั้งหลายก็สั่งปฏิบัติการณ์รัฐประหาร    แต่ตอนนั้นนายทักษิณ กลับสั่งสู้แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรจนท้ายที่สุดสถานการณ์ทุกอย่างก็ยุติลง

 

ตอกย้ำด้วยความเคลื่อนไหวของบุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร “โพสต์ภาพและข้อความทางเฟชบุ๊ก Ing Shinawatra  เมื่อวันเด็ก (12 ม.ค.62) ที่ผ่านมา  เป็นภาพสามพี่น้องตระกูลชิน  ประกอบด้วย โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร ,เอม พินทองทา คุณากรวงศ์ (ชินวัตร) พร้อมสามี และอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร สวมเสื้อยืดสกีนลาย อาทิ “ขอพ่อคืน -อยากกอดพ่อ”

โดยระบุว่า “วันเด็ก” อุตส่าห์ย้อนไปตั้ง 8 ปีแล้วยังไม่เด็กเลยอ่ะ  2011 เดินหาเสียงตอนนั้น บนเสื้อเขียน “5ปีแล้วขอพ่อกลับบ้าน” ถึงวันนี้หลานโตจนพูดเก่งหมดแล้ว คราวนี้อาจจะไม่ได้มีโอกาสเดินหาเสียงเหมือนเดิม แต่ขอให้ได้มีโอกาสเลือกตั้งละกันเนอะ ทำไม่เป็นละนะ สอนด้วย ไปไง กาไงอ่ะแกรรรร”

 

 

เพราะฉะนั้นกรณีการตั้งโต๊ะเจรจา  วันนี้ชัดว่าเป็นสิ่งที่ฝั่ง “เครือข่ายทักษิณ” คิดมาโดยตลอด และเป็นยุทธศาสตร์หลักลึกที่ฝังไว้ โดยยังมิได้เปิดเผยออกมา ส่วนเหตุกรณีที่พยายามยกเรื่องประชาธิปไตยมาพูดถึง  อีกไม่นานคงมีแง่มุมมาแจกแจงให้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่เป็นมาตั้งแต่วันที่ทักษิณหนีออกจากประเทศไทย


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม