ลากไส้ปวิน-นักปชต.จอมปลอม แน่นแฟ้นธนาธร ระดับเชิญบรรยายญี่ปุ่น ขณะคนกันเองสาวไส้ ธนาธร-นี่แหล่ะตัวดูถูกคนจน 

ลากไส้"ปวิน-นักปชต.จอมปลอม" แน่นแฟ้น"ธนาธร" ระดับเชิญบรรยายญี่ปุ่น ขณะคนกันเองสาวไส้ "ธนาธร-นี่แหล่ะตัวดูถูกคนจน" 

Publish 2018-10-27 14:07:15


ลากไส้"ปวิน-นักปชต.ผู้มดเท็จ" แน่นแฟ้น"ธนาธร" ระดับเชิญบรรยายญี่ปุ่น ขณะคนกันเองสาวไส้ "ฝ่ายหลัง-นี่แหล่ะตัวดูถูกคนจน" 


ดูเหมือนอาการปากร้ายของนักวิชาการแดง-สายร่านตัวเอ้อย่าง "นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์" ผู้ต้องหาคดี112 ที่หนีอยู่ต่างประเทศ  ที่ออกมาโจมตี "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และ "นางนราพร จันทร์โอชา" ภริยา ในโอกาสที่เดินทางเยือนกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อเข้าร่วมประชุมเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 12 (ASEM)เมื่อวันที่ 18-20 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยเขาโจมตีด้วยข้อความที่เป็นเท็จอย่างไม่ละอายว่า

 

"โถ ผัวเมียถูกไล่ออกที่ประชุมในข้อหาทรราษฎร์ แถมโรงแรมก็ไล่ออกเพราะเค้าไม่ต้อนรับโจรห้าร้อย ต้องบากหน้าเดินตามถนนในกรุงบรัสเซลส์หามุมนอนพัก ข้าวปลาก็ไม่มีกิน ต้องคุ้ยในถังขยะ เป็นนายกที่ปล้นอำนาจเค้ามา ชีวิตมันไม่ง่ายนะคะ" จะสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าตัวเสียแล้ว เมื่อ "พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ" นายทหารฝ่ายกฎหมายของ คสช. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ปอท. ตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ”

 
 



อย่างไรก็ตาม ตัวนายปวินดูจะไม่ยี่หระในเรื่องนี้ เพราะหลังจากนั้นเขายังอกมาโพสต์ท้าทายประชดประชัด ด้วยข้อความว่า "อย่าทำอย่างนี้เหมือนคนไม่เคยมีใจ หากฉันพลาดไป น่าจะปรับความเข้าใจกับฉัน อย่าทำเมินเฉย เหมือนคนที่ไม่เคยผูกพัน ก็เรารัก รักกัน จำได้ไหมเธอ คนบอกลาจะปวดใจแค่ไหน คนถูกทิ้งจะเสียใจกว่าแค่ไหน ใครจะรู้....."


ว่าไปแล้ว ลักษณาการปากร้าย และพูดทุกอย่างด้วยความเท็จของนายปวิน ไม่ได้เหนือการคาดเดาของผู้สันทัดกรณีนัก เพราะนักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวในกลุ่มก๊วนของเขาทั้งที่อยู่ต่างประเทศ และในเมืองไทย...ก็ล้วนแต่เคลื่อนไหวด้วยการสร้างเรื่องโป้ปดมดเท็จทั้งนั้น...หรืออย่างดี...ก็แค่พูดความจริงแค่ครึ่งเดียว 


และหากจะสืบลึกลงไปก็พบว่า กลุ่มก้อนทางเมืองไทยของ "นายปวิน" อย่าง "นายธนาธร" ที่กำลังถูกกล่าวขานในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น ก็มีพฤติการณ์ไม่ต่างจากตัวเขา คือพูดอะไรแบบไร้ข้อมูล และห่างไกลจากความเป็นจริงไปมาก ทั้งเรื่องปัญหาชายแดนสามจังหวัดภาคใต้ รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจ  (ที่เขาเองก็ถูกผู้รู้ตอกหน้ามาแล้วหลายรอบ) ฯลฯ  และเมื่อสืบลึกยิ่งพบว่า ทั้งคู่สนิทสนมกันเป็นอย่างมาก และในทางพฤตินัยอาจเรียกได้ว่า...เป็นก๊วนเดียวกันก็ดูจะไม่ผิด เพราะนาย "ธนาธร" เคยได้รับเชิญไปร่วมบรรยายในหัวข้อ “การเมืองแห่งความหวัง:ก้าวพ้นทศวรรษที่สูญหาย” ที่มหาวิทยาลัยโดชิชา ที่ญี่ปุ่น ซึ่งมี "นายปวิน" เป็นเจ้าของคลาส และเป็นผู้ส่งเทียบเชิญนายธนาธรด้วยตนเอง

 
นายปวิน อ้างว่าการบรรยายของนายธนาธร ในวันนั้นสนใจมาก เพราะพูดเรื่อง "วิวัฒนาการการเมืองไทย" และนายธนาธรก็กำลังทำพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่อยู่ด้วย


ทว่า...นั่นเป็นการอวยกันเองของ...คนกลุ่มก้อนเดียวกัน เพราะในอีกด้านหนึ่งที่เมืองไทย "พรรคของนายธนาธร" กลับถูกคนกันเองอย่าง  "เพียงคำ ประดับความ" กวีเสื้อแดง ซึ่งประกาศตัวสนับสนุนพรรคธนาธรมาตั้งแต่ต้น ออกมาลากไส้ธนาธรด้วยตนเอง หลังจากที่ไปพบเจอความจอมปลอมของเขา โดยเธอถึงกับระบุว่า พรรคธนาธรนี่แหล่ะ ตัวการสร้างวาทกรรมแบ่งแยกมวลชน และดูถูกคนจน ฯลฯ


ดังรายละเอียดที่เธอระบุไว้อย่างเผ็ดร้อน ทางเฟซบุ๊ก "Ma Nongmawor"  ซึ่งเป็นของเธอ คือ 

"การทะเลาะกับชนชั้นกลางอภิชนเป็นสิ่งที่โง่ที่สุด เพราะมันเท่ากับตัดอนาคตตัวเอง โดยเฉพาะคนที่คิดจะเขียนหนังสือเป็นอาชีพ

ตั้งแต่วิจารณ์พรรคอนาคตใหม่มิตรสหายหลายคนก็โกรธเคืองกันไป หลายคนเบือนหน้าหนี กล่าวหากันสารพัด แต่มิตรสหายบางคนปลอบใจกันว่า ไม่เป็นไร การยืนยันบางอย่างมันก็ทำให้เรามีเพื่อนน้อยอย่างนี้แหละ โดยเฉพาะเราเอื้อประโยชน์ให้ใครไม่ได้

โพสต์นี้จะเป็นโพสต์สุดท้ายที่เราจะเขียนถึงพรรคอนาคตใหม่ (เว้นแต่ว่าต่อไปพวกเขากลายเป็น ส.ส.หรือรัฐบาลที่ทำอะไรกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเราหรือประชาชนส่วนใหญ่ ในประเด็นที่มันเป็นนโยบายรัฐหรือนโยบายสาธารณะ)

 

เรามีประเด็นอยากพูดคร่าว ๆ แบบไม่ได้เรียบเรียงนัก เพราะรู้สึกว่าเสียเวลา

 

1.เราเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวธนาธรอย่างจริงใจในเบื้องแรก และเราเชียร์พรรคอนาคตใหม่เพราะมองเห็นว่าเป็นความหวังของเราที่จมอยู่ในสภาวะไร้ทางออกมานานหลายปี

 

2.เราเริ่มรู้สึกว่าพรรคไม่ใช่แนวทางที่เราจะเลือกมาเรื่อย ๆ หลัก ๆ คือพรรคเน้นคนรุ่นใหม่เกินไป เราคิดว่า มันจะทำให้คนกลุ่มอื่นรู้สึกเป็นอื่น วาทกรรมหลายอย่างผลักไสคนอื่น สร้างความเป็นอื่น ไม่เพียงทำให้เราไม่เท่ากัน แต่ยังจะถ่างช่องว่างนั้นให้กว้างขึ้น เราสงสารชาวบ้านที่เดินเข้าไปเพราะอยากมีอนาคตใหม่แต่ต้องมาทนฟังอะไรแย่ ๆ เจอการแบ่งแยกแย่ ๆ อย่างที่เคยพูด ๆ ไปเยอะแล้วคงจะไม่ลงซ้ำอีก

 



3.จุดที่เราคิดว่า คงไปต่อไม่ได้ มีหลายเหตุผล ทั้งเรื่องการสร้างวาทกรรมแบ่งแยกมวลชน เชิดชูคนรุ่นใหม่ว่ามีความชอบธรรมที่สุด เมื่อชอบธรรมไม่เท่ากัน สิทธิเสียงจะเท่ากันได้อย่างไร ระบบการทำงานที่เต็มไปด้วยพรรคพวก เพื่อนพ้อง ไม่เป็นกิจจะลักษณะ และหลายอย่างสวนทางกับคำโฆษณา ลักษณะเจ้ายศเจ้าอย่าง ขุนนางน้อย พวกพ้องก็ดีแต่อวยกัน วิจารณ์มวลชนทักษิณยังไงเรากลับทำ

 

4.ถ้ายังเป็นอย่างนี้ เรามองว่า การทำพรรคของอนาคตใหม่ สุดท้ายจะเหลือแต่พ่อยกแม่ยกที่มีเงินสนับสนุน เพราะคนจนเข้าไม่ถึง หรือเงินในกระเป๋าไม่พอจะสนับสนุนคุณได้ การช่วยวิ่งงาน ช่วยลงแรง คนจนต้องหยุดงาน เสียรายได้ ต้องจ่ายค่าเดินทาง สายป่านไม่ยาวพอทำไม่ได้หรอก (เราได้ยินเสียงบ่นจากคนไม่น้อย เรื่องเข้าไปช่วยพรรคแล้วพรรคไม่เห็นหัว ไม่สนับสนุนค่าใช้จ่าย อะไรต่าง ๆ ประดามี คือสุดท้ายแรงงานระดับล่างมันถูกเสียจนไร้ราคา และมันเป็นเช่นนี้เสมอ การเมืองระดับบนกินแรงคนระดับล่าง)

 

คนจน ไม่มีความมั่นคงเรื่องปากท้อง มันไม่เพียงเข้าไม่ถึงศิลปะหรอก อุดมการณ์ก็ยากจะเข้าถึงด้วย ชาวบ้านอยากลุกฮือ แต่คงยากจะลุกฮือ ถ้าไม่ระดมแบบที่นปช. เคยทำ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย (ชาวบ้านก็ถอดบทเรียน ตายมาเยอะแล้ว คบเพลิงแรกถูกจุดนานแล้ว ชาวบ้านไม่ได้ขี้ขลาด ไม่ใช่กลัว เพราะที่ผ่านมาคนที่ตายคาสนามก็มีแต่ชาวบ้าน)

ไม่เพียงเท่านั้น พรรคการเมืองก็ด้วย ชาวบ้านที่สายป่านสั้น แค่จะกินไปวัน ๆ ยังต้องวิ่งรอก คงไม่มีปัญญาไปโอบอุ้มพรรคการเมืองที่บอกว่าจะเป็นของเรา ได้สักกี่มากน้อยหรอก

5.เราได้ยินว่า พี่ที่เรานับถือคนหนึ่งซึ่งเป็นนักกิจกรรม ถูกดูถูกว่า ที่ชอบวิจารณ์พรรคเพราะไปขอเงินเขาแล้วเขาไม่ให้ เลยหาเรื่องด่าพรรค ทั้งที่เราแน่ใจว่าพี่คนนี้ไม่เคยขอเงินไปใช้ส่วนตัว มีแต่ขอมาทำกิจกรรมเคลื่อนไหว ไม่ให้ก็ไม่ให้ ไม่จำเป็นต้องดูถูกเขา ทุกคนมีศักดิ์ศรี เขาอาจวิจารณ์เพราะมันควรวิจารณ์จริง ๆ อย่าดูถูกกันขนาดนั้น นี่เป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้อย่างหนัก

6.เราพูดไว้ก่อนว่า ที่เราลุกขึ้นมาวิจารณ์พรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่เพราะไม่ได้ผลประโยชน์ ขอเงินแล้วไม่ให้อะไรทำนองนั้นนะ (เราไม่เคยขอเงิน และยืนยันว่าไม่เคยได้อะไร) แต่เราวิจารณ์เพราะเห็นว่า หลายอย่างที่พรรคอนาคตใหม่ทำ มันเป็นการดูถูกดูแคลนชาวบ้าน เท่านั้นเอง ถ้าเป็นพรรคของประชาชน ประชาชนเป็นเจ้าของก็ต้องวิจารณ์ได้ แต่หากจะมองว่าคือการทำลายพรรคเราก็ไม่มีอะไรจะพูด

7.เราไม่ใช่ดีแต่นั่งวิจารณ์ แต่พยายามเข้าไปช่วยเท่าที่เราทำได้ เท่าที่สายป่านเรามีแล้ว มันอาจแค่ระยะสั้น และเราถอยออกมาเพราะรู้สึกว่า มันไม่เหมาะกับเรา

8. ประเด็นส่วนตัวนิดหนึ่ง ขอบคุณนะคะ ที่ชมบทกวีของเรา เราซาบซึ้งใจเสมอ ก่อน สศจ. และ สนพ.อ่าน คุณคือปัญญาชนเซเลบคนแรกที่บอกว่าชอบบทกวีของเรา เราจำได้ไม่เคยลืมหรอกว่า ครั้งหนึ่ง บทกวีที่ปัญญาชนเบือนหน้า ดูถูกว่ามันใช้ถ้อยคำต่ำ ๆ ไม่มีศิลปะ มีคุณเดินเข้ามาขอลายเซ็น ทั้งยังคัดบทกวีของเราด้วยลายมือคุณเองด้วย นั่นทำให้เราคิดว่า คุณเป็นคนง่าย ๆ ไม่ถือตัว และยืนอยู่บนพื้นเสมอกับเรา

ขอให้โชคดีกับทางที่เลือก ในทางส่วนตัวเรายังมีความปรารถนาดีให้เช่นเดิม"

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า