ชำแหละยุทธศาสตร์ ทักษิณ สู้ศึกเลือกตั้ง แตกพรรคสาขา หวังกวาดเรียบเสียงส.ส.

ชำแหละยุทธศาสตร์ "ทักษิณ" สู้ศึกเลือกตั้ง แตกพรรคสาขา หวังกวาดเรียบเสียงส.ส.

Publish 2018-10-07 14:26:22


ถึงฮ่องกงเป็นที่เรียบร้อบแล้ว สำหรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากลูกสาวคนสุดท้องของนายชินวัตร อย่างอุ๊งอิ๊ง หรือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพยืนคู่กับนายทักษิณ ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "Ing Shinawatra" โดยระบุว่า "มาแล้วๆๆๆ แต่ไปประชุมแล้ว ทำงานรัวๆ มาถึงก็อธิบายเรื่องเทคโนโลยีให้ฟังตั้งแต่8โมงเช้า (7โมงไทย) ลูกง่วงนะคะ รูปนี้ถ่ายเสร็จ พ่อบอก “ถ่ายโดยว่าที่ลูกเขย” อ่ะ เขินนิดๆ ไม่มากๆ ฝืดๆ"

 



ไม่กี่วันก่อนหน้านี้มีกระแสสะพัด ว่าการมาของทักษิณในครั้งนี้ต้องการพบปะพูดคุยกับแกนนำและบรรดาเครือข่าย ก็เพื่อที่จะเคลียร์ปัญหาภายในพรรคที่จัดสรรกันไม่ลงตัวนั้น คาดว่าไม่น่าจะเป็นเหตุผลหลัก เพราะความน่าจะเป็นในการที่ทักษิณมาฮ่องกงในครั้งนี้ เพื่อมาบัญชาการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการที่จะ “แตกพรรคสาขา” ภายใต้กลเกมการสร้างเงือนไข ไม่ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

จากเหตุผลที่เชื่อได้ว่าหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250เสียง ซึ่งได้รับการสรรหาจากคสช. นั้นจะโหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกอีกครั้ง ภายหลังจากการเลือกตั้ง และเพียงได้ส.ส. มาแค่126เสียง ก็จะเพียงพอที่จะจัดตั้งพล.อ.ประยุทธ์ ให้กลับเป็นนายกได้  แต่ถ้าพรรคในเครือข่าย-แนวร่วมระบอบทักษิณ สามารถที่จะดำเนินการให้เสียงส.ส.ของฝ่ายฝั่งตนเองได้240เสียง แม้สภาจะตั้งพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกได้ แต่ก็ไม่สามารถที่จะจัดรัฐบาลได้ เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลนั้นต้องมีเสียงส.ส. 251เสียงขึ้นไป และยิ่งจะให้มั่นคง ต้องมีถึง280เสียง เพื่อจะกุมเสียงในสภาได้ ดังนั้นยุทธศาสตร์ของทักษิณในตอนนี้ คือทำให้พรรคเพื่อไทย และพรรคสาขา-เครือข่าย-แนวร่วม ได้เสียงร่วมกัน240เสียงขึ้นไป

 

แต่จะทำอย่างไรให้ได้เสียงจำนวนที่ต้องการมา หากยังรวมว่าที่ผู้สมัครส.ส.ไว้ที่พรรคเพื่อไทย เพียงพรรคเดียวก็จะไม่มีโอกาสตามที่หวัง ด้วยปัจจัยสำคัญที่ ในด้วยการคำนวณคะแนนเสียงส.ส.ในระบบจัดสรรปันส่วนผสม ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ที่จะมีการนำทุกคะแนนเสียงมาคำนวณแบบไม่ทิ้งน้ำ และ หากพรรคใดได้จำนวน ส.ส.เขตตามเกณฑ์ที่มีการกำหนดไว้แล้ว ทำให้โอกาสที่จะได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ปาร์ตี้ลิส  ยิ่งน้อยลงไป หรืออาจไม่มีเลย จึงเป็นที่มาของการกระจายตัวออก แตกพรรคสาขา-พรรคย่อยขึ้นมาเป็นจำนวนมาก

 

ดังนั้น สิ่งที่”ทักษิณ”จะทำคือ การบริหารจัดการพรรคแนวร่วม-เครือข่าย ที่ตอนนี้ปรากฏรายชื่ออยู่ ประมาณ 9พรรค



ประกอบไปด้วย พรรคในเครือข่ายได้แก่ เพื่อไทย เป้าหมายหวังเพื่อกวาด ส.ส.เขตให้ได้มากที่สุด โดยจะส่งผู้สมัครในพื้นที่ที่มั่นใจว่าจะชนะเป็นหลัก  ส่วนพื้นที่ที่ไม่มีโอกาสได้ชนะเลือกตั้งและได้เสียง สส.  จะเปิดทางให้ผู้สมัครจากพรรค เพื่อธรรม  โดยมีนาย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และพรรคเพื่อชาติ  มีรายงานว่า พรรคนี้เป็นพรรคของคนเสื้อแดง จะมี นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นแกนนำในการควบคุมทิศทาง ยุทธศาสตร์ของพรรค ซึ่งทั้ง2พรรคจะตามเก็บคะแนน ในพื้นที่ พี่จะแพ้พรรคอื่น หรือพื้นที่จะได้คะแนนอำดับ2 หวังที่จะเก็บคะแนนสะสม ไปช่วงชิงเก้าอี้ส.ส.ในรูปแบบของปาร์ตี้ลิส ซึ่งทั้ง2พรรค ยังเป็นพรรคสำรองหากพรรคเพื่อไทยถูกยุบอีกด้วย

 

 

ถัดมาคือ พรรคประชาชาติ   โดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ผงาดเป็น หัวหน้าพรรค โดยได้รับการสนับสนุนในทางอ้อมจากบรรดาเครือข่ายระบอบทักษิณ หวังชิงคะแนนพื้นที่เป้าหมายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และภาคใต้บางส่วน รวทั้งเสียงของพี่น้องมุสลิม และประชาชาติ ไม่ได้คาดหวังที่ได้ ส.ส.เขตอย่างท่วมท้น แต่หวังได้คะแนนเก้าอี้ส.ส.ในรูปแบบของปาร์ตี้ลิส เช่นเดียวกันทั้ง เพื่อธรรม-เพื่อชาติ

 

วันมูหะมัดนอร์ มะทา

 

ผนวกกับ “พรรคที่เป็นแนวร่วม” อัน ประกอบไปด้วย “อนาคตใหม่”  ภายใต้การนำ ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่มีจุดยืนตรงข้ามกับ คสช. อย่างชัดเจน , “เสรีรวมไทย” ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นหัวหน้าพรรค  ที่มีหลายนโยบาย  ดูละม้ายคล้ายแนวทางกับ อนาคตใหม่และ เพื่อไทย  

 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

 

”ประชาภิวัฒน์” โดยมี สมเกียรติ ศรลัม รับหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรค อีกทั้งยังเป็น ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย  เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เรียกร้องให้บัญญัติศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

 “พลังปวงชนไทย” ที่มีข่าวสะพัดว่า “พานทองแท้ ชินวัตร” เป็นผู้สนับสนุนพรรค  อีกทั้งข่าววงในเสื้อแดงยังว่ากัน “พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร” อดีต ผบ.ทบ. และ อดีต ผบ.สส. รับบทที่ปรึกษาพรรคแบบไม่เป็นทางการมานานแล้ว ก่อนจะแจ้งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียอีก

 

สมบัติ บุญงามอนงค์

 

พรรค เกียน นำโดย บก.ลายจุด หรือ สมบัติ บุญงามอนงค์  อีกหนึ่งไม้เบื่อไม้เมากับคสช เป็นอดีตแกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ประวัติที่ผ่านมาได้ เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับเสื้อแดงมากมาย ที่เดิมทีจะใช้ชื่อ “เกรียน” เนื่องจาก กกต.ไม่ให้ใช้ชื่อพรรคเกรียน เพราะว่าเป็นคำที่ไม่เหมาะสม ...โดยทุกพรรคที่กล่าว ล้วนมีทิศทางที่อยู่ตรงข้ามกับคสช.และพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งสิน

 

นี่เป็น “ยุทธศาสตร์”ในการเก็บคะแนน สส.ปาร์ตี้ลิสต์หวังได้เกิน 240 เสียง ต่อกรกับฝ่ายที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์  อย่างพรรค “พลังประชารัฐ” ในขณะ ที่พลังประชารัฐยังอยู่ในพะวง “ดูด - ไม่ดูด” สามมิตร  แต่เพื่อไทย กลับกระจ่ายแตกตัวออก นี่จึงเป็นความแตกต่าง ที่เกิดขึ้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าขบคิดสำหรับ ฝ่าย“พลังประชารัฐ”

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม