อย่าตีกินแบบมั่ว ๆ! อัยการ สวนเต้น ณ นปช. หลังอ้างนายพล สั่งเป่าคดีสลายแดง 53 ยันเลื่อนลอย-ไม่มีใครมาวิ่งเต้น

อย่าตีกินแบบมั่ว ๆ! "อัยการ" สวน"เต้น ณ นปช." หลังอ้าง"นายพล" สั่งเป่าคดีสลายแดง 53 ยันเลื่อนลอย-ไม่มีใครมาวิ่งเต้น

Publish 2018-09-17 17:58:28


อย่าตีกินแบบมั่ว ๆ! "รองโฆษกอัยการ" สวน "เต้น ณ นปช." หลังเจ้าตัวหยิบข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมาอ้างว่า มี "นายพล" สั่งเป่าคดีสลายแดงปี 53 โดยรองโฆษกอัยการ ยันยังไม่พบ มีนายพลคนใดมาวิ่งเต้นคดีดังกล่าวเลย และสำนวนยังเดินตามขั้นตอนปกติ...ไม่ใช่ตามที่แกนนำแดงกล่าวอ้าง

 

วันนี้ (17 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง" รองโฆษกอัยการ ออกมากล่าวถึงกรณี "นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" เลขาธิการกลุ่ม นปช. อ้างข้อมูลคอลัมน์นิสต์รายหนึ่งที่ระบุว่ามี”นายพลคนรหนึ่ง”เดินทางไปเจรจากับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อไม่ให้สั่งฟ้องคดีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปี 53 จนมีผู้เสียชีวิต 99 ศพ (ตัวเลขนี้เสื้อแดงนับรวมศพทหารด้วย-ผู้เขียน) ว่า ยังไม่ทราบว่า มีนายพลคนใดมาทำการวิ่งเต้นกับคดีดังกล่าวเลย

 

“คดีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้เป็นเจ้าของสำนวน ได้ทำเอกสารพร้อมความเห็นมาตามขั้นตอนกระบวนการอย่างปกติอยู่แล้ว”นายโกศลวัฒน์ กล่าว

 



ทั้งนั้ เรื่องนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ "นายณัฐวุฒิ" ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงอัยการสูงสุด และผู้เกี่ยวข้องในคดีสลายการชุมนุมดังกล่าว ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเขาอ้างอิงว่า มีบทความในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 6 ก.ย. 2561 คอลัมน์มองรอบทิศ เรื่อง “นายพล” เดินแรง โดยผู้ใช้นามปากกา "พยัคฆ์น้อย" ซึ่งระบุถึงเหตุการณ์วันที่ 3 ส.ค. 2561 เวลาก่อน 11.00 น.ว่า มีนายทหารระดับนายพลเดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสำนวนคดีสลายการชุมนุมกลุ่มนปช.เมื่อปี 2553 จนมีผู้เสียชีวิต 99 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,000 ราย โดยนายพลขอให้ผู้ใหญ่ฝ่ายอัยการยุติเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีเกือบ 20 ศพที่ศาลไต่สวนสาเหตุการตายเป็นที่ยุติแล้วว่าเสียชีวิตเพราะถูกกระสุนปืนความเร็วสูงจากฝั่งเจ้าหน้าที่ ให้ทำเป็นสำนวนมุมดำ หาตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้ จึงไม่ต้องส่งฟ้องศาล

 

โดยนายณัฐวุฒิ ระบุต่อว่า ตนอ่านบทความดังกล่าวโดยละเอียดและสรุปได้โดยไม่ซับซ้อนว่า เนื้อหาเช่นนี้ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อความสง่างาม และความน่าเชื่อถือขององค์กรอัยการ มั่นใจว่าจะต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงตอบโต้ในทันที แต่จนถึงวันนี้(16 ก.ย.) ยังไม่ปรากฏคำชี้แจงใดๆ ทำให้นึกถึงหลักคิดทางกฎหมายข้อหนึ่งว่า “การนิ่งเฉยถือเป็นการยอมรับ” ทั้งนี้ ไม่ควรเป็นภาระของประชาชนในการค้นหาความจริงเรื่องนี้ แต่อัยการสูงสุดควรมีคำอธิบาย และหากท่านจะมีคำตอบต่อเรื่องดังกล่าว ตนซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ติดตามคดีนี้ท่ามกลางความมืดมนมาอย่างยาวนาน ขอคำอธิบายเพิ่มเติมเรื่องขั้นตอนการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

 



การเสียชีวิตทั้ง 99 ศพถือเป็นการตายโดยผิดธรรมชาติ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 148 พนักงานอัยการต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 วรรค 5 และต้องเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการชันสูตรพลิกศพ ซึ่งอัยการถือปฏิบัติกันมาโดยไม่มีข้อยกเว้นหรือเลือกปฏิบัติ เช่น กรณีตัวอย่างการไต่สวนการตายจากเหตุวุ่นวายที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งมีการไต่สวนสาเหตุการตายโดยศาลจังหวัดปัตตานีรวม 78 ศพ แต่เหตุการณ์ปี 2553 อัยการดำเนินการไต่สวนการตายไปเพียงกว่า 20 ศพเท่านั้น ยังคงเหลืออีกเกิน 70 ศพที่ค้างอยู่ในกระบวนการและไม่มีความคืบหน้าใดๆ นับตั้งแต่การรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่าคดีดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของป.ป.ช.ในฐานะพนักงานสอบสวน แต่การไต่สวนการตายยังเป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ท่านมีแนวทางดำเนินการต่อกรณีผู้เสียชีวิตที่ยังรอการไต่สวนการตายอีกกว่า 70 ศพอย่างไร หากเพิกเฉยจะถือว่าพนักงานอัยการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่

 

ในจำนวนเกือบ 20 ศพที่ศาลชี้ว่าเสียชีวิตจากกระสุนปืนฝั่งเจ้าหน้าที่ มีบางกรณี เช่น 6 ศพที่วัดปทุมวนาราม และนายพัน คำกอง ซึ่งสำนวนระบุชัดว่ากระสุนมาจากทิศทางใด และสามารถตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่หน่วยใด คนไหน อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ในฐานะผู้บริหารสูงสุดขององค์กรอัยการ ท่านมีคำอธิบายสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนจำนวนมากที่ติดตามคดีนี้อยู่หรือไม่ และไม่ทราบว่ามีนายพลคนไหนไปพบใครที่สำนกงานอัยการสูงสุด ไม่ทราบว่ามีข้อเจรจาให้คดีดังกล่าวเป็นสำนวนมุมดำจริงหรือไม่ และไม่ประสงค์จะกล่าวหาหรือให้ร้ายใคร แต่ตนต้องการคำอธิบาย เพราะแน่ใจมาตลอดว่าคดีสลายการชุมนุมกลุ่มนปช. 99 ศพไม่ได้รับความยุติธรรม ทั้งนี้ ตนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยืนขวางความอยุติธรรมในทุกกระบวนการอย่างถึงที่สุด

 

"ผมพยายามระมัดระวังไม่ให้การติดตามเรื่องนี้ก่อกระแสความขัดแย้งระหว่างคนต่างความคิด และพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายสร้างสังคมประชาธิปไตย แต่สิ่งนี้จะเป็นไปไม่ได้เลยหากละเว้นความยุติธรรมสำหรับคนบางกลุ่ม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความกระจ่างจากท่าน และยังหวังต่อไปว่าองค์กรอัยการจะรับรู้ความเจ็บปวดของประชาชน ที่ยิ่งเดินก็ดูเหมือนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ยิ่งเลือนหายไป อนึ่ง ผมจะมอบหมายตัวแทนฝ่ายกฎหมายเดินทางไปยื่นคำร้องเรื่องนี้ต่อสำนักงานอัยการสูงสุดอีกครั้งในสัปดาห์หน้า"

ด้วยความเคารพ

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า