ไทยไม่ประสงค์ให้เกิดการสู้รบในคาบสมุทรเกาหลีใต้  ประยุทธ์ยันผ่านรมว.กลาโหมเกาหลีใต้ หวังทุกฝ่ายแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

ไทยไม่ประสงค์ให้เกิดการสู้รบในคาบสมุทรเกาหลีใต้ ประยุทธ์ยันผ่านรมว.กลาโหมเกาหลีใต้ หวังทุกฝ่ายแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

Publish 2018-02-01 17:08:12

บ่ายวันนี้ นายซง ยอง-มู (H.E. Mr. Song Young – moo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม
 

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561) เวลา 13.30 น. นายซง ยอง-มู (H.E. Mr. Song Young – moo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม สรุปสาระสำคัญการหารือ ดังนี้



นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีอย่างเป็นทางการ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ในนามรัฐบาล และประชาชนชาวไทย การเดินทางมาไทยอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครั้งนี้นั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญเพราะปีนี้ครบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน และกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคีไทยและสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยสงครามคาบสมุทรเกาหลี ไทยและสาธารณรัฐเกาหลีเป็นมิตรประเทศที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันโดยกองพัน “พยัคฆ์น้อย” เป็นหน่วยทหารไทยที่ร่วมรบในครั้งนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่านับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจเพราะนายกรัฐมนตรีเคยเป็นผู้บังคับการกองพันนี้   ในโอกาสนี้ ขอฝากความระลึกถึงประธานาธิบดีมุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งได้มีโอกาสพบและพูดคุยในช่วงการประชุมผู้นำเศรษฐกิจที่นครดานัง ประเทศเวียดนาม ประทับใจในอัธยาศัยของประธานาธิบดี และเชื่อว่าจะได้มีโอกาสได้พบพูดคุยกันในโอกาสต่อ ๆ ไป และขอเชิญประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีขอบคุณประเทศไทย และคนไทยที่มีความกล้าหาญ และความเสียสละ เข้าร่วมรบในสงครามคาบสมุทรเกาหลีซึ่งคนสาธารณรัฐเกาหลีไม่เคยลืม ถ้าไม่มีความเสียสละจากไทยในวันนั้น ประเทศเกาหลีใต้ก็คงไม่สามารถเติบโต พัฒนา และมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจจนทุกวันนี้ และได้กล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำที่มีบทบาทโดดเด่นในภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ของสาธารณรัฐเกาหลีที่มีความทันสมัยในภูมิภาค รวมทั้งการประกาศใช้นโยบาย “New Southern Policy” ของประธานาธิบดีมุน แช-อิน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 และโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC โดยนายกรัฐมนตรีเชิญชวนให้นักลงทุนสาธารณรัฐเกาหลีเข้ามาร่วมลงทุนในประเทศไทยด้วย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการโหมสาธารณรัฐเกาหลีเห็นพ้องกับนายกรัฐมนตรีและจะไปบรรยายสรุปถึงการหารือกับนายกรัฐมนตรีให้ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีทราบต่อไป

นายกรัฐมนตรีชื่นชมการดำเนินนโยบายการเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลี ภาพยนตร์ ดนตรี นักร้อง นักแสดงชาวเกาหลีใต้ (กระแส Korean wave) ซึ่งได้รับความนิยมในประเทศไทยอย่างมาก และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปมาหาสู่ระหว่างกันที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หวังว่าไทยและสาธารณรัฐเกาหลีจะร่วมกันรักษา และพัฒนาระดับความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อไป นายซง ยอง-มู ตอบรับและเชื่อมั่นว่ามุมมองของคนเกาหลีต่อคนไทยเป็นไปด้วยดีมาก และมีชาวเกาหลีใต้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนถึงเกือบ 1.8 ล้านคน ในรอบปีที่ผ่านมา
 


ในตอนท้าย ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยไม่ประสงค์ให้เกิดการสู้รบ เพราะจะนำมาซึ่งความสูญเสีย เชื่อมั่นว่าสาธารณรัฐเกาหลีจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยกระบวนการทางสันติวิธี และในช่วงเวลานี้ได้เห็นว่าแนวโน้มของสถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ผ่านการกลับมาพบหารือกันระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ตลอดจนการที่เกาหลีเหนือตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว จึงเป็นสัญญาณที่ดี ยืนยันว่าไทยจะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านสันติวิธี และไทยได้ปฏิบัติตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ด้วยแล้ว ซึ่งนายซง ยอง-มูได้ขอบคุณสำหรับมุมมองและความห่วงใยของนายกรัฐมนตรีต่อสถานการณ์ความไม่สงบบนคาบสมุทรเกาหลี และขอบคุณที่ไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่สาธารณรัฐเกาหลี และในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ฝากความห่วงใยชาวไทยในเกาหลีใต้จำนวนกว่า 1 แสนคน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อาทิตย์ เจิดจรัส