แถลงแล้ว!!! "บิ๊กตู่" โชว์ผลงาน 2 ปี ยันเดินหน้าปฏิรูป-กวาดล้างพวก "ขี้โกง" ให้สิ้น

Publish 2016-09-15 13:02:37

 

ครบรอบ 2 ปี "บิ๊กตู่" แถลงผลงานรัฐบาล 2 ปี ยันเดินหน้าปฏิรูป-กวาดพวก "ขี้โกง" ให้สิ้น ระบุรัฐบาลวางแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือ

 

วันนี้ (15 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำทีม 6 รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานรัฐบาลในโอกาสครบรอบ 2 ปี ใน 6 ด้าน และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ซักถาม


โดยก่อนจะมีการแถลงฯ ได้มีการฉายวีทีอาร์ผลงานของรัฐบาลด้วย รวมทั้งยังมีการจัดทำเอกสารบทสรุปผลงานรัฐบาลจำนวน 169 หน้า ซึ่งอธิบายตั้งแต่การเข้าควบคุมอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 เพื่อยับยั้งความแตกแยก รวมถึงการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี จัดตั้งสภาปฏิรูป ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร และจัดการเลือกตั้ง


จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแถลงผลงานรัฐบาลในโอกาสครบรอบ 2 ปี ใน 6 ด้าน และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี มีใจความโดยสรุปว่า ที่ผ่านมาประเทศยังมีความวุ่นวาย ทิศทางในการดำเนินงานของประเทศไร้ทิศทางทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์น้อย ไม่ได้รับความทั่วถึง เกิดความเหลื่อมล้ำทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมกระจุกอยู่ในบางกลุ่มบางคน

ปัญหาเหล่านี้นำมาซึ่งความขัดแย้ง เกิดความรุนแรงทางการเมือง แต่ในระยะนี้เริ่มเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของคนไทย หลังจากที่ยิ้มฝืดๆกันมานาน วันนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องการ คือ ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน เอ็นจีโอ ต้องหากันให้เจอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันทุกฝ่าย ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศมีปัญหามาหลายด้าน แต่ในระยะนี้เริ่มดีขึ้น

 

ประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดความรุนแรงทางการเมือง เกิดการทุจริตคอรัปชั่นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ประชาชนไม่ได้น้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาใช้ ทำให้เกิดการทุจริตคอดังนั้นหลังจากที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศก็ได้พยายามวางรากฐานให้กับรัฐบาลต่อไปในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมาอีก

 

จากปัญหาที่ผ่านมาทำให้ประเทศต้องเกิดการปฏิรูป ซึ่งรัฐบาลได้วางแผนและมาตรการต่างๆทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในช่วงมาตรการระยะสั้น โดยการดำเนินการของรัฐบาลมีมาตรการหลัก มาตรการรอง และมาตรการเสริม โดยช่วงที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศนั้นเกิดปัญหาทั้งใน และนอกประเทศในทุกมิติ เช่น ในประเทศเกิดความขัดแย้งทางการเมือง ขณะที่นอกประเทศเกิดการก่อการร้าย ด้านเศรษฐกิจเกิดปัญหาราคาผลผลิตด้านการเกษตรตกต่ำ ขณะที่นอกประเทศมีปัญหาการขยายตัวของเศรษฐกิจทรุดตัว สหรัฐ ญี่ปุ่นและกลุ่มยูโรโซน ต่างตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ นอกจากนี้ต่างประเทศยังไม่เข้าใจการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลนี้ เกิดคำถามต่างๆมากมาย ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลนำมาคิด เพื่อนำไปกำหนดแผนมาตรการต่างๆนำไปสู่การปฏิบัติจริง

 

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. บริหารประเทศท่ามกลางความยากลำบาก ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก แต่ผลงานก็ยังมีผลสัมฤทธิ์ปรากฏออกมา เราคิดเองทำเองอย่างเดียวไม่พอเราต้องฟังเสียงข้างนอกฟังเสียงต่างประเทศด้วย ความเสี่ยงด้านความไม่มั่นคงทางการเมืองดีขึ้น โปร่งใสดีขึ้น ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลง คดียาเสพติดลดลง ได้รับการประเมินด้านความโปร่งใสดีขึ้นกว่า 30 อันดับ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรสหประชาชาติจัดอันดับความน่าลงทุนดีขึ้น ผลการจัดอันดับพบว่าประเทศไทยมีความทุกข์ยากน้อยที่สุด สื่อต่างประเทศระบุว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยว น่าลงทุนเป็นอันดับ 4 ของโลก


การจัดทำแผนงานของรัฐบาลไทยมีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ในระยะ 2 ปีอยู่ในแผนระยะสั้นนับจากนี้จะเข้าสู่ในระยะต่อไป แต่ไทยอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ประเทศไทยจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เตรียมพร้อมรับมือจากภัยก่อการร้ายอาชญากรรมข้ามชาติโรคระบาด ต้องเตรียมแผนรองรับให้ได้ ต้องรักษาโมเมนตัมของประเทศใน 6 มิติตามโมเดลไทยแลนด์ 4.0 เราต้องร่วมมือกันทั้งองคาพยพ รัฐบาลพยายามทำให้ประชาชนคนไทยมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ระยะแรกที่ผ่านไปต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ และทำให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติไปได้ สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำ คือ การวางแผนแม่บท วางเข็มทิศไว้ให้กับรัฐบาลต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกำชับให้ข้าราชการ กระทรวงต่างๆต้องปรับตัว โดยเฉพาะเรื่องการใช้งบประมาณที่ต้องไม่แยกขาดออกจากกัน การดำเนินโครงการต่างๆต้องสอดคล้องกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้งบประมาณแบบเบี้ยหัวแตก ข้าราชการจำเป็นต้องปรับตัวในการทำงานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน มีไว้อำนาจพิเศษเพียงเพื่อทำให้เกิดความเรียบร้อย เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นรัฐบาลก็ผ่อนคลายการใช้อำนาจพิเศษลง


ส่วนอำนาจพิเศษใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น รวมไปถึงต้องขจัดการเมืองที่ไม่สุจริต ไม่เคารพกฎหมายให้สิ้นจากแผ่นดินไทย จึงขออย่าไปขยายข้อความที่บิดเบือนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยระยะเวลาอีก 1 ปีกว่า จะเข้าสู่โรดแมประยะที่ 3 ทำการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลต่อไป  อย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่ชี้นำ ไม่สามารถให้กลับมามีที่ยืนในสังคมได้ หลังจากนี้ไปเดินหน้าตามโรดแมป จะต้องทำให้ประเทศไทยเป็นพัฒนาที่พัฒนาแล้ว ขอบคุณประชาชนที่เข้าใจการทำงานของรัฐบาลแม้มีบางส่วนไม่เข้าใจ แต่ขอให้ประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า