ปชช.จี้ "รบ." เทงบด้านการศึกษา - ค้านส.ส.แปรญัตติลงพื้นที่ตัวเอง !!

Publish 2016-01-03 12:53:50

"นิด้าโพล" เผยประชาชนส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาล จัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาเป็นอันดับ 1 - ไม่เห็นด้วยที่ใช้วิธีการแปรญัตติจัดสรรงบประมาณไปลงในพื้นที่ตัวเองกว่า 56.40 ...

 


วันนี้ (3 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "การแปรญัตติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 22 - 23 ธันวาคม 2558 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไปทั่วประเทศ กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง
         


จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีในเรื่องต่าง ๆ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.64 ระบุว่า เป็นด้านการศึกษา รองลงมา ร้อยละ 19.12 ระบุว่า เป็นด้านการลงทุนสาธารณะ ร้อยละ 8.48 ระบุว่า เป็นด้านการใช้หนี้สาธารณะ (เช่น การใช้หนี้การกู้ยืมของรัฐทั้งในและต่างประเทศ) ร้อยละ 5.92 ระบุว่า เป็นด้านการป้องกันประเทศ ร้อยละ 8.64 ระบุว่า เป็นด้านอื่น ๆ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจปากท้อง การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ การพัฒนาสังคมและชุมชน การประกันสุขภาพและสาธารณสุข ด้านกีฬา และสื่อมวลชน และร้อยละ 1.20 ไม่ระบุ-ไม่แน่ใจ
         


ด้านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการตั้งงบประมาณเพื่อการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 92.56 ระบุว่า จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รองลงมา ร้อยละ 6.16 ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ร้อยละ 1.12 ระบุว่า ขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการ ให้ดูเป็นรายกรณีไป และร้อยละ 0.16 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
         


สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่ ส.ส. แต่ละคน ใช้วิธีการแปรญัตติให้จัดสรรงบประมาณไปลงในพื้นที่ตัวเอง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.40 ระบุว่า เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง รองลงมา ร้อยละ 34.24 ระบุว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้อง ร้อยละ 4.56 ระบุว่า ต้องดูเป็นรายกรณีไป และร้อยละ 4.80 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
         


ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อความเหมาะสม หาก ส.ส. หรือกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณสามารถเสนอเปลี่ยนแปลงรายการใช้จ่ายจากที่กำหนดไว้เดิมไปเป็นงบกลางที่ไม่มีรายละเอียด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.32 ระบุว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม รองลงมา ร้อยละ 10.00 ระบุว่า เป็นการกระทำที่เหมาะสม ร้อยละ 0.40 ระบุว่า ต้องดูเป็นรายกรณีไป และร้อยละ 7.28 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
         


ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการแถลงเหตุผลของรัฐสภาในการปรับลดวงเงินงบประมาณหรือเปลี่ยนแปลงรายการใช้จ่ายให้ประชาชนทราบ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 96.24 ระบุว่า เห็นด้วย รองลงมา ร้อยละ 1.68 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 0.08 ระบุว่า ต้องดูเป็นรายกรณีไป และร้อยละ 2.00 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ