ตำรวจเตรียมพิสูจน์ เจ้าทองคำ ยิ้มเองหรือโดนบังคับ สั่งพี่คล้าวปิดปากห้ามออกสื่อ!

ตำรวจเตรียมพิสูจน์ "เจ้าทองคำ" ยิ้มเองหรือโดนบังคับ สั่งพี่คล้าวปิดปากห้ามออกสื่อ!

Publish 2018-12-01 10:33:02


ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองกับกรณี"พี่คล้าว"กับ"เจ้าทองคำ" หนุ่มเลี้ยงควายและควายที่โด่งดังจากการถ่ายภาพเซลฟี่คู่กันและเจ้าทองคำยังยิ้มโชว์ฟันขาวทำให้หลายๆคนตกหลุมรักในความฉลาดของมัน ซึ่งก่อนหน้านี้นายสุรัตน์เผยว่า เจ้าทองคำเป็นควายเพศผู้ที่เจ้าของควายฝากให้ นายสุรัตน์ เลี้ยง ร่วมกับเพศเมียอีก 2 ตัวซึ่งเจ้าของควายกำลังจะขายควายทั้งหมดที่ฝากไว้  ในราคา 1 แสนบาท ทำให้คนรักควายอย่าง สุรัตน์ต้องน้ำตาตก ถึงกับยิ้มไม่ออก

 



 

ต่อมานายสุรัตน์ได้รับระดมทุนจากชาวเน็ตที่ทราบข่าวช่วยกันโอนเงินให้นายสุรัตน์ไถ่ตัวเจ้าทองคำมาเป็นของตัวเอง ซึ่งหลังรับเงินบริจาคกว่า 1 แสนบาท และทำการตกลงซื้อขายไปเรียบร้อยแล้วนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า เจ้าของควาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุรัตน์ ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และข้อหานำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้อายัดของกลางในคดีคือเจ้าทองคำ นำมาเลี้ยงไว้ที่สถานีตำรวจเป็นการชั่วคราว

 

 

โดยต่อมาเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561 นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ พร้อมด้วยนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนสน.คันนายาว พร้อมรับทราบข้อกล่าวหา รวม4 ข้อหา ประกอบด้วยฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร่เงินและฟอกเงิน หลังเลื่อนเข้าพบมา3 วัน จากกรณีโพสต์เฟสบุ๊กขอเรี่ยไรรับเงินบริจาค ไถ่ชีวิตเจ้าทองคำความยิ้มได้2018 เมื่อวันที่17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จนมีผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินกว่า160,000 บาท

 

 

โดยนายสุรัตน์ ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมนำหลักฐานสลิปการรับโอนเงิน การโอนเงินจากกลุ่มเพื่อนๆ รวมถึงงเอกสารจากอัยการจังหวัดชัยนาทมายื่นให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมขอรับตัวเจ้าทองคำกลับไปเลี้ยงดู

 



นายสุรัตน์ กล่าวว่า สำหรับข้อความ“อยากจะให้ช่วยกัน ในการไถ่ชีวิตเจ้าทองคำไว้ที่นี่ .... อาจจะทำบุญด้วยกันมาแค่นี้” ตนเองไม่มีเจตนาแอบแฝงในการโพสต์ข้อความเพื่อเรี่ยไรเงินจากสาธารณชน  แต่ต้องการขอความช่วยเหลือจากกลุ่มๆเพื่อนๆในเฟสบุ๊กที่รักเจ้าทองคำ ซึ่งกลุ่มเพื่อนๆต่างยินดีและร่วมกันแชร์ข้อความต่อๆกันไป และยอมรับว่าขณะนี้เสียใจมากที่ถูกสังคมตีเจตนารมณ์ของตนเองผิดไป ตนเองเพียงแค่ต้องการเลี้ยงดูเจ้าทองคำไปตลอดชีวิตของมันเท่านั้นส่วนเงินที่ได้รับบริจาคมาตนนำไปใช้เพียง100,000 บาท เพื่อจ่ายค่าซื้อควายจากนายก อบต.สุขเดือนหน้า มิได้นำไปใช้จ่ายส่วนตัวแม้แต่แดงเดียว

 

 

ส่วนกรณีที่ตนเองไม่ได้เดินทางเข้ามามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหากับทางพนักงานสอบสวน เนื่องจากไม่มีความรู้ด้านกฎหมายและรู้สึกท้อ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก แต่วันนี้ได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆ ในเฟสบุ๊กซึ่งเป็นผู้บริจาคเงิน จึงตัดสินใจเข้ามามอบตัวต่อสู้คดี อีกทั้งคิดถึงๆและเป็นห่วงเจ้าทองคำมาก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2561 พันตำรวจเอกสิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับการตำรวจ สน.คันนายาวได้ชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ว่าประเด็นที่สังคมได้รับข่าวไปว่าตำรวจยึดเจ้าทองคำมาไว้ที่สถานีตำรวจนั้นจริงๆแล้วตำรวจไม่ได้ยึดแต่เป็นการคุยตกลงกันจากทั้งสองฝ่าย เพราะยังมีข้อโต้แย้งสรุปยังไม่ได้จึงตัดสินใจฝากเจ้าทองคำไว้ที่สน.คันนายาว

พันตำรวจเอกสิงห์ ตั้งข้อสงสัยว่าการที่เจ้าทองคำยิ้มเช่นนั้นอาจมีเบื้องหลัง ส่วนตัวนายสุรัตน์นั้นเป็นคนซื่อจึงอาจจะถูกชักใยจากใครสักคนเพื่อสร้างเรื่องให้โด่งดังขึ้นมา อย่างในเรื่องที่ควายยิ้มนั้นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบข้อเท็จจริงดูว่าตามธรรมชาติควายสามารถยิ้มอย่างนี้เองได้ไหมหรือมีใครดึงเชือกจากด้านหลังให้มันรู้สึกเจ็บจนต้องอ้าปากหรือไม่ แล้วรูปภาพกับเพจนี้ใครเป็นคนถ่ายและสร้างขึ้นมา

ตอนนี้ได้มีคำสั่งให้นายสุรัตน์งดให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีเพราะเป็นการออกสื่อข้างเดียว

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล