เป็นเพียงเรื่องผิดสัญญา? ทนายดัง เผยปมดราม่าข้าวกล่อง จะเอาคนสั่งมาติดคุกคงยาก ไม่เข้าข่ายฉ้อโกง?

เป็นเพียงเรื่องผิดสัญญา? "ทนายดัง" เผยปมดราม่าข้าวกล่อง จะเอาคนสั่งมาติดคุกคงยาก ไม่เข้าข่ายฉ้อโกง?

Publish 2018-11-07 17:46:14


จากกรณี แม่ค้าวัย 42 ปี ชาวอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยคนงานจำนวนหนึ่ง อยู่ในอาการเครียด พร้อมร้องเรียนว่าถูกหลอกให้ทำอาหารและน้ำดื่มส่งโรงงาน สูญเงินลงทุนไปเกือบ 1 ล้านบาท โดยมีข้าวกล่องจำนวน 1 หมื่นกล่อง กองเรียงรายอยู่ พร้อมอุปกรณ์ทำครัวจำนวนมาก 

โดยผู้เสียหายได้ทำสัญญาสัมปทานทำอาหารและน้ำดื่มกับบริษัทแห่งหนึ่ง ให้ส่งข้าวกล่องและน้ำดื่มให้กับโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก มีระยะเวลาสัญญาจ้าง 5 ปี ให้ทำข้าวกล่องส่งวันจันทร์ - ศุกร์ วันละ 1 หมื่นกล่อง น้ำดื่มบรรจุขวดส่งวันเสาร์ - อาทิตย์ วันละ 1 หมื่นขวด และไข่ต้ม ส่งวันจันทร์และวันศุกร์ วันละ 3 หมื่นฟอง เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา



จากนั้น ตนได้ทำสัญญาและเสียเงินค่าทำสัมปทาน รวมทั้งค่าขวดบรรจุน้ำดื่ม รวม 106,000 บาท ทั้งยังลงทุนซื้ออุปกรณ์ทำอาหารและน้ำดื่มเกือบ 1 ล้านบาท โดยต้องนำรถเข้าไฟแนนซ์เพื่อนำเงินมาลงทุน แต่ปรากฏว่าน้ำดื่มที่ทำส่งในวันแรก (3 พฤศจิกายน) ผู้ว่าจ้างมารับไปแล้วนำกลับมาส่งคืน อ้างว่าไม่ผ่านมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งต้องเสียค่าปรับ 150,000 บาท แต่ให้ทำน้ำดื่มไปส่งในวันที่ 4 พฤศจิกายน เพื่อเป็นการหักลบกับค่าปรับ

 

 

 

สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวนั้น เพจกฏหมายชื่อดังอย่าง สายตรงกฎหมาย โดยทนายรัชพล ศิริสาคร ได้ดพสต์ข้อกฏหมายแนะกรณีดราม่าข้าวกล่องโดยระบุว่า  เรื่องสั่งข้าวหมื่นกล่อง จะเอาคนสั่งมาเข้าคุกคงเป็นไปได้ยาก เพราะถ้าจะให้เป็นความผิดฉ้อโกงนั้น จะต้องมีเจตนาหลอกลวง และจากการหลอกลวงดังกล่าว ทำให้ผู้สั่งได้ทรัพย์สินไป ถึงจะเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
.



จากข่าว มีการทำสัญญาสั่งซื้อข้าวจริง แต่ผู้สั่งก็ไม่ได้เงินหรือผลประโยชน์ในการสั่งซื้อข้าวแต่อย่างใด จึงไม่เข้าข่ายฉ้อโกง ยกเว้นพิสูจน์ได้ว่า ผู้สั่งมีเจตนาหลอกลวงแล้วได้ทรัพย์สินไป หรือมีข้อเท็จจริงอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาก็ต้องดูเป็นกรณีไป
.
การสั่งข้าวแล้วไม่มาเอาไป จึงเป็นเพียงเรื่องผิดสัญญา ซึ่งต้องไปฟ้องศาลเรียกค่าเสียหาย เสียหายอะไรบ้างก็เรียกเงินไปเท่านั้น พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี
.
จริงๆ การสั่งของจำนวนมาก ถ้าจะป้องกันการเบี้ยว ก็ควรให้วางเงินมัดจำ หรือให้ชำระเงินล่วงหน้า หรือทยอยจ่ายเป็นงวด จะได้ไม่เจ็บตัวมาก ยังไงขอให้จบลงกันด้วยดีทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ
.

 

ขอบคุณข้อมูลจาก สายตรงกฎหมาย  

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี

ติดตามข่าวอื่นๆ