เจ็บลึกสุดขั้วหัวใจ! เปิดใจพ่อเหยื่อไอ้เสือ เผยสุดเศร้า ลูกต้องมาจบชีวิต เพราะสิ่งที่ตัวเองสอนเอาไว้!

เจ็บลึกสุดขั้วหัวใจ! เปิดใจพ่อ"เหยื่อไอ้เสือ" เผยสุดเศร้า ลูกต้องมาจบชีวิต เพราะสิ่งที่ตัวเองสอนเอาไว้!

Publish 2018-10-23 15:58:02


จากกรณีตำรวจ สภ.คูคต พร้อมแพทย์นิติเวช ตรวจสอบศพ นางสาววราภรณ์ รวมอยู่ อายุ 29 ปี ที่เสียชีวิตอยู่ท้ายรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีดำ ขณะแม่สามีและเพื่อนพามาส่งที่คลินิกแห่งหนึ่งในตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พบบาดแผลถูกแทงที่ใต้ราวนมซ้าย 1 แห่ง

สอบสวนพยาบาลในคลินิก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้หญิงวัยกลางคนขับรถกระบะพานางสาววราภรณ์ มาที่คลินิก บอกว่าถูกรถชน ขอให้ช่วยห้ามเลือด แต่ตรวจดูพบว่ามีแผลถูกแทง จึงแนะนำให้ไปโรงพยาบาลแทน ต่อมามีชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ตามมา และพูดคุยกับหญิงวัยกลางคนพักใหญ่ ก่อนจะหายไปทั้งคู่

 



 

ต่อมาผู้กำกับการ สภ.คูคต เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นางสาววราภรณ์ ได้หนี นายทรงสิทธิ์ โอสถ อายุ 32 ปี สามี ไปอยู่บ้านเพื่อนได้ 4 วัน เนื่องจากมีเรื่องทะเลาะกันและถูกนายทรงสิทธิ์ทำร้าย

กระทั่งเมื่อเย็นวันที่ 16 ต.ค. 2561 นายทรงสิทธิ์ ได้ตามหาจนพบรถจักรยานยนต์ของนางสาววราภรณ์ จอดอยู่ที่บ้านเพื่อน ที่ห่างจากบ้านไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงขึ้นไปบังคับให้กลับบ้านแต่นางสาววราภรณ์ไม่ยอม นายทรงสิทธิ์จึงจ้วงแทงได้รับบาดเจ็บ แล้วหลบหนีไป จากนั้นได้ให้นางลำเพย มูลอุ่น อายุ 51 ปี แม่ของนายทรงสิทธิ์ ขับรถพาไปส่งคลินิกแต่นางวราภรณ์ได้เสียชีวิตระหว่างทาง

 

 

ด้าน น.ส.เล็ก เฉลยเสนาะ เพื่อนของผู้ตาย ระบุว่า น.ส.ใหม่คบหากับนายเสือมาประมาณ 3 ปี ระหว่างคบหากันทั้งสองคนรักกันดีไม่ได้มีปัญหากัน กระทั่งเมื่อต้นเดือนกันยายนทั้งสองคนมีปัญหากัน ปรากฏว่า น.ส.ใหม่ ถูกนายเสือกล้อนผมเพื่อให้อับอาย ไม่กล้าออกจากบ้าน อีกทั้ง วันที่ 11 ต.ค. น.ส.ใหม่ หนีออกมาจากบ้านนายเสือ และเปิดแผลตามร่างกายที่ถูกนายเสือซ้อมให้ดู เป็นแผลที่ถูกไฟแช็กจี้ หลอดไฟยัดใส่ช่องทวารหนัก และเล่าว่าตัวเองถูกนายเสือบังคับให้เลียหัวแม่โป้งเท้าแต่ก็อดทนมาตลอด

น.ส.เล็ก เล่าต่อว่า นายเสือบังคับให้ น.ส.ใหม่ ใช้ขวดเหล้าตีหัวตัวเอง หากไม่ยอมทำตามก็ไล่ให้ออกจากบ้านไป ซึ่งน.ส.ใหม่ไม่ยอมทำจึงหนีมาขอพักที่บ้านตน ตนให้คำมั่นสัญญากับ น.ส.ใหม่ ว่า หากมาอยู่กับตนรับรองว่าจะไม่ให้เสือมาทำอะไรในบ้านแน่นอน แต่สุดท้ายตนก็ไม่สามารถห้ามปรามได้ และนายเสือก็มาก่อเหตุในบ้านตน

 



ล่าสุดเมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 2561) เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายเสือได้จ.ฉะเชิงเทราและได้ส่งตัวไปดำเนินคดี

 

 

ทั้งนี้แม่ของน.ส.ใหม่เปิดใจทั้งน้ำตาว่าอยากนำเถ้ากระดูกของลูกสาวมาให้นายเสือกราบขอขมา แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำว่ายังไม่ควรเข้าไปตอนนี้และฝากถึงแม่ของนายเสือที่มีภาพเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดแสดงชัดๆว่าแม่ของนายเสือเป็นผู้ขับรถกระบะซึ่งมีร่างของลูกที่เจ็บหนักนอนอยู่แต่กลับไม่รีบพาไปโรงพยาบาลแต่มัวยืนคุยโทรศัพท์ 

และถึงแม้สุดท้ายจะพาลูกสาวตนไปส่งที่คลินิกจริงแต่กลับอ้างกับทางคลินิกว่าลูกสาวตนถูกรถชน จากนั้นก็ขับรถหนีหายไป

 

 

แม่ใหม่กล่าวว่าหลักฐานมีเห็นกันชัดๆว่าแม่เสือรู้เห็นเหตุการณ์แต่ทำไมไม่รีบช่วย เรื่องที่อ้างว่าไม่ได้ตั้งใจประวิงเวลานั้นตนไม่เชื่อ เมื่อตนโทรไปถามกลับอ้างว่าไม่รู้เรื่องอีกทั้งหลังเกิดเหตุจนทุกวันนี้แม่ของนายเสือหรือญาติแม้แต่คนเดียวก็ไม่เคยโผล่มาร่วมงานศพของลูกสาวหรือติดต่อมาหาแต่อย่างใด 

แม่ใหม่อยากให้เสือและแม่ของเสือสำนึกผิด รู้ทั้งรู้ว่าทำอะไรลงไปแต่ยังคงปฎิเสธอยู่ และยังเชื่ออีกว่าที่ผ่านมาที่นายเสือทำร้ายลูกของตนนั้นแม่ของนายเสือคงต้องรู้เห็นด้วยอย่างแน่นอน และหากแม่ของเสือสำนึกผิดอยากจะขอโทษก็ให้ติดต่อมาตนพร้อมจะให้อภัย ตนไม่อยากติดค้างอะไร เกิดมาชาติหน้าก็ขออย่าได้พบเจอกันอีก

 

 

โดยนายปรีชาพ่อของผู้ตาย ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ จนจับกุมคนร้ายได้ในที่สุด พร้อมระบุว่าตนต้องการพูดคุยกับนายทรงสิทธิ์ ถึงมูลเหตุที่ต้องลงมืออย่างโหดเหี้ยมในครั้งนี้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปฏิเสธการให้พบ โดยอ้างถึงความไม่ปลอดภัย แม้ตนเองพยายามทุกวิถีทางที่จะได้เข้าพบ แม้กระทั่งให้ใส่กุญแจมือตนเองก็ได้ เพื่อให้ได้เข้าไปพูดคุยกับนายทรงสิทธิ์แต่ตำรวจก็ไม่ยอม ซึ่งตนเพียงแค่อยากถามว่าการตามง้อขอคืนดี อยากให้ลูกสาวตนกลับไปอยู่ด้วย สาเหตุแค่นี้ถึงกับต้องฆ่ากันเลยหรือ ทำไมไม่ทำจิตใจให้ปกติก่อนแล้วค่อยมาพูดคุยกัน และอยากถามด้วยว่าทำไมต้องทรมานลูกสาวเมื่อครั้งที่อยู่ด้วยกัน อยากให้นายทรงสิทธิ์มาขอขมาเพื่อให้ลูกสาวไปสบาย ไม่ต้องมีห่วงใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ยอมรับว่าทุกวันนี้ยังคงเสียใจ และยังโทษตัวเองเสมอว่าลูกสาวต้องมาจบชีวิตลงเพราะสิ่งที่ตนเคยสั่งสอนลูกเสมอ ว่าเราต้องให้โอกาสคน เมื่อรู้ว่าน้องใหม่คบหากับนายทรงสิทธิ์ ก็เคยตักเตือนไปว่าไม่น่าจะใช่คนดี แต่ลูกกลับบอกว่าก็พ่อเคยสอนแล้วไม่ใช่หรือว่าต้องให้โอกาสคน ซึ่งประโยคนี้เป็นสิ่งที่พ่อพูดไม่ออก เพราะพ่อเคยสั่งสอนลูกไว้จริง ๆ จึงยอมให้ทั้งคู่คบหากัน

 

 

 

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว อัมรินทร์ทีวี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์

ติดตามข่าวอื่นๆ