ใครจะเป็นนายกคนต่อไป โหรฟองสนาน เปิดดวงมฤตยูจรทับพระอาทิตย์ ผลออกมาเกินคาดคิด ประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว

ใครจะเป็นนายกคนต่อไป "โหรฟองสนาน" เปิดดวงมฤตยูจรทับพระอาทิตย์ ผลออกมาเกินคาดคิด ประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว

Publish 2018-10-23 13:22:09


วันที่ 22 ต.ค. 2561 บนเฟซบุ๊ก Fongsanan Chamornchan ของคุณฟองสนาน จามรจันทร์ ได้โพสต์คำทำนายแม่หมอสมัครเล่น ตอนที่ 244 ฟื้นความจำมฤตยูจรที่เมษก่อนว่าด้วยพฤหัสบดีจรที่พิจิกที่มีผลต่อการเมือง

 

 



แม่หมอสมัครเล่นตอนที่244 โดยฟองสนาน จามรจันทร์
ฟื้นความจำมฤตยูจรที่เมษก่อนว่าด้วยพฤหัสบดีจรที่พิจิกที่มีผลต่อการเมือง

ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์
ถือกำเนิดวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.54 น.ที่กรุงเทพฯ
มฤตยูจร(0)เดินอยู่ในราศีเมษ 6มีนาคม2559-8กรกฎาคม2565
พฤหัสบดีจร(5)เดินอยู่ในราศีพิจิกระหว่าง5ตุลาคม2561-30ตุลาคม2562

สัปดาห์นี้มาว่ากันต่อถึงการที่พฤหัสบดีจรที่เดินอยู่ในราศีพิจิกระหว่าง5ตุลาคม2561-30ตุลาคม2562ที่มีผลต่อการเมือง

แต่ก่อนอื่นขอฟื้นความจำนำร่องและขอบอกว่าปรากฏการณ์ทางการเมือง-ในเมืองรัตนโกสินทร์ที่ปรากฏในระยะนี้มีเหตุการณ์ใหญ่ๆสำคัญทั้งดี-ร้ายเกิดขึ้นแล้วและจะเกิดในโอกาสต่อไป จึงนับเป็นบุญที่ผู้เขียนในฐานะโหรสมัครเล่นได้อยู่-เห็นเหตุการณ์จริงเพื่อที่จะได้บันทึกเป็นปูมโหรให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อยอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอีกประมาณ84ปีข้างหน้า

ทำไมจึง84ปี-คำตอบคืออีกประมาณ84ปีมฤตยูจะเดินกลับมาทับลัคนาเมืองรัตนโกสินทร์ที่สถิตราศีเมษเป็นรอบที่สี่ (มฤตยูจรแต่ละราศีจะใช้เวลา7ปี-เดินครบสิบสองราศีใช้เวลา84ปี)

ปัจจุบันอยู่ในระยะที่มฤตยูจรเดินอยู่ราศีเมษทับลัคนาเมืองเป็นรอบที่สามนับตั้งแต่วินาทีที่วางเสาหลักเมืองเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.45น.เป็นต้นมาโดยรอบนี้มฤตยูทับลัคนาเมืองมาตั้งแต่6มีนาคม2559 จะทับไปถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2565แล้วจะย้ายเข้าราศีพฤษภต่อไป

ทำไมผู้เขียนจึงย้ำเรื่องผลของมฤตยูจรทับลัคนาดวงเมืองอีกครั้งและบ่อยๆ ทั้งๆที่ตอนวางเสาหลักเมืองตามพระราชพิธีพระนครฐานนั้นคณะโหรยังไม่รู้จักและใช้มฤตยูด้วยซ้ำ เพิ่งนำมาใช้ครั้งแรกโดยนายมี ลงกาใหม่ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่สี่

คำตอบคือขณะนี้ทั้งโลกและเมืองกำลังภายใต้อิทธิพลของมฤตยูจนที่เมษทับลัคนาดวงโลกและเมืองเต็มที่

ย้อนกลับไปแม้ขณะฤกษ์วางเสาหลักเมืองอันเป็นวินาทีกำเนิดเมืองรัตนโกสินทร์ยังไม่ใช้มฤตยู แต่เมื่อไล่เรียงย้อนไปตามปูมของเมืองแล้ว ดวงชะตากำเนิดของเมืองมฤตยูดวงเดิมสถิตที่ราศีมิถุน-ภพที่สามสหัชชะ หลังจากนั้นก็เดินทวนเข็มนาฬิกามาทับลัคนาเมืองสองรอบเต็มๆ

แต่ละครั้งที่มฤตยูจรทับลัคนเมืองซึ่งกินเวลาเจ็ดปีมีการเปลี่ยนแปลง-ปั่นป่วน-เขย่าในเมือง-การเมือง- บุคคลสำคัญในเมืองขนาดหนักตามอาการของมฤตยูที่เป็นเจ้าของภัยอาเพศ-การเปลี่ยนแปลงกะทันหันปัจจุบันทันด่วน-การปฎิวัติ-สิ่งที่เกิดแบบไม่คาดคิด-ล้ำสมัยจนบางครั้งคนรับไม่ได้มองว่าวิตถาร-ล้ำสมัยฯลฯตลอดคือ



1.มฤตยูจรเดินเข้าราศีเมษทับลัคนาของเมืองรอบแรก ระหว่าง24มิถุนายน2392-25มิถุนายน2399 เกิดเหตุห่าลงปีระกา- เสียเจ้าพระยาบดินทร์เดชา- พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต -พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์ และเป็นเจ็ดปีที่รัชกาลที่สี่ทรงพาประเทศชาติสู่ความเป็นตะวันตก-ทันสมัยครั้งแรกในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์เช่นการเรียนภาษาอังกฤษในราชสำนักฯลฯ

2.หลังจากทับลัคนาเมืองรอบแรกแล้วอีก84ปีต่อมามฤตยูเดินกลับมาทับลัคนาเมืองอีกครั้งระหว่าง1มีนาคม2475-1มีนาคม2482 อันเป็นช่วงเจ็ดปีของการปฏิวัติสยามและความวุ่นวายทางการเมืองอะไรที่คนไทยขณะนั้นไม่เคยเห็นก็ได้เห็นได้รู้จักเช่นลูกพระยาพหลฯ(รัฐธรรมนูญ)-นายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรี-สภา-กบฏ-ปฏิวัติฯลฯ

แม้ผู้เขียนจะมั่นใจอย่างยิ่งว่าการมาทับลัคนาดวงเมืองของมฤตยูรอบที่สามระหว่าง 6มีนาคม 2559-8กรกฎาคม 2565จะคล้ายกับการมารอบแรก เพราะหากจะมาแนวร้ายมากเหมือนรอบที่สองต้องมีปรากฎการณ์ร้ายอื่นแทรก(มีหลักโหรอธิบายในโอกาสต่อไปโดยปรากฎการณ์นี้มีเพียงสามครั้งตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์) แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องย้ำแล้วย้ำอีกคือเจ็ดปีที่มฤตยูจรทับลัคนานี้เมืองต้องเปลี่ยนแปลงใหญ่ในระดับปฎิวัติขึ้นไปจึงจะถูกโฉลก

ชี้เป้าตรงไปที่ พระอาทิตย์ดวงเดิมดวงเมือง(๑)ที่สถิตราศีเมษคู่กับลัคนาเมืองก็เป็นเป้าหมายหลักของมฤตยูที่จะปฏิวัติแบบตรงๆ(มฤตยูทับพระอาทิตย์๑)โดยพระอาทิตย์นี้คือตัวแทนการเมือง-นักการเมือง-พรรคการเมือง-บุคคลสำคัญและผู้นำองค์กรต่างๆของชาติ

แม้หลังการมาถึงของมฤตยูจรรอบนี้คือเริ่มประมาณมีนาคม 2559เมือง-การเมืองจะเปลี่ยนแปลงมากๆแล้วเช่น เปลี่ยนรัชกาล การได้รัฐธรรมนูญใหม่ การเตรียมการเลือกตั้ง เตรียมการได้สมาชิกวุฒิสภา การจะได้ที่ตั้งรัฐสภาใหม่ฯลฯแต่อย่าลืมว่ามฤตยูจรจะเดินอยู่ในราศีเมษไปถึง8กรกฎาคม 2565จึงคาดได้ว่าการเมืองคงเขย่ากันอีกเป็นระยะๆในระดับที่ยากต่อการคาดหมาย

ทำไมจึงยากที่จะคาดหมาย?คำตอบคือมฤตยูเป็นเจ้าของความอาเพศ พลิกล็อค ล็อคถล่ม ด้วยสาเหตุหลักคือความคิดประชาชนในเมืองเปลี่ยนไปขนานใหญ่ชนิดคาดไม่ถึง(พระอาทิตย์ดวงเดิม๑ที่มฤตยูทับอยู่เป็นตัวแทนจิตใจหรือตนุเศษของเมืองด้วย)

แล้วอะไรคือต้นตอหรือปัจจัยเร่งของการเปลี่ยนแปลงความคิดของประชาชน?คำตอบคือการติดต่อสื่อสารที่ล้ำสมัย จากสมาร์ทโฟน- อินเตอร์เน็ท- สี่จี.-โซเชียลฯลฯ (หนึ่งในความหมายของมฤตยูคือความล้ำสมัย-มฤตยูดวงเดิมสถิตภพที่สามสหัชชะ-การติดต่อสื่อสารอ่านผลออกมาเป็นการติดต่อสื่อสารที่นำ-ล้ำสมัย)

ฉะนั้นการเมือง นักการเมือง พรรคการเมืองฯลฯต้องปรับตัวหรือปฏิวัติ หากใครทำอะไรแบบเดิมๆผู้เขียนเชื่อว่าจะถูกประชาชนเปลี่ยนหรือถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด เช่นที่เกิดแล้วระดับโลกที่ลัคนาสถิตเมษเช่นอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษเดวิด คาเมอรอนขนของออกจากบ้านเลขที่สิบถนนดาวนิ่งแทบไม่ทันเพราะแพ้มติเรื่องเบร็กซิส -เลือกตั้งฝรั่งเศสได้ประธานาธิบดีอายุน้อยที่สุดแอมานูแอล มาครง- ล่าสุดมาเลเซียมหาเธร์ โมฮัมหมัด สร้างปรากฎการณ์ช้อคโลกกลับมาชนะเลือกตั้งด้วยวัยสูงที่สุดในโลกชนิดนาจิบ ราซัคนายกฯมาเลย์ขณะนั้นและภริยาตั้งตัวไม่ทัน-ไม่ได้เตรียมตัวถูกจู่โจมตรวจทรัพย์สินที่โกงไปมหึมา

นี่คือพื้นการเมืองของโลก-เมืองรัตนโกสินทร์ระยะมฤตยูเดินอยู่ในราศีเมษ และเป็นคำตอบถึงคนที่พยายามถามผู้เขียนว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ขอสารภาพตรงๆว่าไม่กล้าคาดหมาย บอกได้แต่เพียงว่าผลคงจะออกมาแบบเกินคาดคิด ล็อคถล่มเพราะประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว อันเป็นผลบ่งบอกจากมฤตยูจร(ทับพระอาทิตย์ดวงเดิมที่เป็นทั้งตัวแทนการเมือง-ตนุเศษหรือดาวจิตใจของเมือง)

ตอนหน้ารออ่านผลของพฤหัสบดีจรราศีพิจิกต่อการเมืองซึ่งจะเป็นอีกปรากฎการณ์แทรกเข้ามาระหว่าง 5 ตุลาคม 2561-30ตุลาคม 2562

ฟองสนาน จามรจันทร์
19 ตุลาคม 2561

 

 

 

ขอบคุณ Fongsanan Chamornchan


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล