หัวหมอสุดๆ จัดหนัก4ข้อหารถตู้มรณะปรับร่วมเเสน?! โดยสารเกินอัตรา บรรทุกเเรงงานเมียนมาร์เสียหลักเกิดอุบัติเหตุ เพลิงลุกไหม้ทั้งคัน ดับ9!!

หัวหมอสุดๆ จัดหนัก4ข้อหา"รถตู้มรณะ"ปรับร่วมเเสน?! โดยสารเกินอัตรา บรรทุกเเรงงาน"เมียนมาร์"เสียหลักเกิดอุบัติเหตุ เพลิงลุกไหม้ทั้งคัน ดับ9!!

Publish 2018-10-22 18:19:37

    จากกรณีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเช่าเหมารับแรงงานชาวเมียนมาร์บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง เพื่อไปต่อวีซ่าที่แม่สอดเสียหลักลงข้างทางชนต้นไม้เกิดเพลิงลุกไหม้ทั้งคันบริเวณทางหลวงแผ่นดินที่ 1 กิโลเมตร ที่ 422+900 มุ่งหน้าเข้าเมืองกำแพงเพชร ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บอีก 6 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2561 เวลาประมาณ 07.10 น.  

 




   โดยในวันนี้ 22ต.ค. 61 นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการตรวจสอบกรณีอุบัติเหตุดังกล่าว  จากการสั่งการให้ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง  เบื้องต้นพบว่า รถตู้คันเกิดเหตุเป็นตู้โดยสารเช่าเหมาคันหมายเลขทะเบียน 33-2779 กรุงเทพมหานคร สิ้นอายุภาษีวันที่ 31 มีนาคม 2562 นำรถเข้าตรวจสภาพครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561 ผู้ขับรถคือ นายคมวัฏ แซ่พู ใบอนุญาตผู้ขับรถ ท.2 เลขที่ 2กจ.155/57 สิ้นอายุ 3 สิงหาคม 2562 ซึ่งเสียหลักลงข้างทางชนต้นไม้จนเกิดเพลิงลุกไหม้ รถตู้โดยสารคันดังกล่าวมีการใช้อุปกรณ์ตัดสัญญาณ หรือ แจมเมอร์ รบกวนระบบจีพีเอสทำให้ไม่สามารถตรวจวัดความเร็วได้

 

 

   ทั้งยังพบว่ามีการบรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่กำหนด โดยทางกรมฯ จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ขับและผู้ประกอบการรถตู้คันดังกล่าว ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกัน โดยมีโทษในฐานะผู้ขับ ปรับสูงสุด 5,000 บาท พร้อมพักใบอนุญาตฯ 180 วัน ขณะที่โทษฐานะผู้ประกอบการจะปรับสูงสุด 50,000 บาท พร้อมพักใบอนุญาตฯ 6 เดือน

 


 
และกรณีรถตู้โดยสารไม่ส่งสัญญาณ GPS ส่งข้อมูลให้กับทางขนส่ง ผู้ขับจะได้รับความผิดกฏหมายขนส่ง 2558 ว่าด้วยความปลอดภัย รับโทษสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ผู้ประกอบการรับโทษสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท รวมแล้วถูกแจ้งข้อหาทั้งหมด 4 ข้อหา รวมเป็นเงินค่าปรับ 110,000 บาท

 

 


 

 

 


    สำหรับสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีการฝ่าฝืนข้อกฎหมายหลายบท ประกอบกับเป็นอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ในเบื้องต้นกรมการขนส่งทางบกจึงได้ดำเนินการพักใช้ใบอนุญาตประกอบการขนส่งเป็นเวลา 6 เดือน และพักใช้ใบอนุญาตขับรถระหว่างพิจารณาผลคดีเป็นเวลา 180 วัน และเพิกถอนรถคันเกิดเหตุออกจากประกอบการทันที


    อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการคุ้มครองผู้โดยสารตามกฎหมาย ผู้ประกอบการมีการจัดทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และประกันภัยเพิ่มเติมภาคสมัครใจชั้นหนึ่งกับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด ซึ่งกำหนดจ่ายค่าสินไหมแก่ผู้บาดเจ็บสูงสุด 80,000 บาทต่อราย พนักงานขับรถไม่เกิน 30,000 บาท กรณีเสียชีวิตสูงสุดได้คนละ 300,000 บาท โดยกรมการขนส่งทางบกจะกำชับให้ติดตามการคุ้มครองดูแลจนครบถ้วนทุกราย อีกทั้งมีมาตรการคุมเข้มทั้งพนักงานขับรถและสภาพรถมาอย่างต่อเนื่อง มีการติดตั้ง GPS Tracking ในรถโดยสาร เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุม กำกับ ติดตามพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน ทั้งในเรื่องความเร็ว การใช้ใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง พฤติกรรมการขับขี่ ชั่วโมงการขับรถ ซึ่งในรอบ 24 ชั่วโมง ผู้ขับรถสามารถขับรถได้ติดต่อกัน 4 ชั่วโมงพักครึ่งชั่วโมงและสามารถขับรถต่อได้อีก 4 ชั่วโมง

 

 

  โดยศูนย์ฯ GPS ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัด สามารถติดตามตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถให้มีความปลอดภัยและรายงานให้ผู้ประกอบการได้ทราบ ทั้งนี้ผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถสาธารณะทุกประเภทและพนักงานขับรถทุกคนปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถ โดยห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่กำหนด ห้ามเรียกค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด สภาพรถต้องมีความพร้อม มีความปลอดภัยในการใช้งานบนท้องถนน พนักงานขับรถต้องไร้สารเสพติด แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์และขับรถไม่เกินชั่วโมงการทำงานตามที่กฎหมายกำหนดพบฝ่าฝืนลงโทษหนักทุกกรณี

 

   และหากพบมีการใช้อุปกรณ์ตัดสัญญาณทำให้ข้อมูลพิกัดตำแหน่งเคลื่อนที่ของรถไม่สามารถส่งข้อมูลมายังศูนย์ฯ GPS ได้ จะแจ้งความดำเนินคดี ทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการ กรณีที่พบว่าผู้ประกอบการขนส่งรายใดมีพฤติกรรมรู้เห็นเป็นใจสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งทันที อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

 

 

 

ขอบคุณ

เกาะติดสถานการณ์และอุบัติเหตุ

กรมการขนส่งทางบก

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร

ติดตามข่าวอื่นๆ