คำขาด! ผบ.ตร.ฉะ เสี่ยลภ รีบมอบตัวอย่ามาต่อรอง ชี้พิกัดกบดาน

คำขาด! ผบ.ตร.ฉะ "เสี่ยลภ" รีบมอบตัวอย่ามาต่อรอง ชี้พิกัดกบดาน

Publish 2018-09-05 16:21:47

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "พิสิษฐ์ ปานวณิชยกิจ" แจ้งข่าวสะเทือนขวัญ สาวสวยวัย 23 ปี ถูกจ่อยิงระยะเผาขน3นัดดับคารถป้ายแดงเมื่อกลางดึกวันที่ 4 ก.ย. 2561 โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงกลางสายฝน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นคนที่ผู้เสียชีวิตรู้จักเพราะมีการเปิดกระจกไว้คาดว่ามีการพูดคุยเจรจากันก่อนถูกสังหาร

 

 



โดยผู้เสียชีวิตทราบชื่อ น.ส.นภธร กนกเกษมโสภณ อายุ 23 ปี สวมกางเกงขาสั้น นอนศีรษะเอียงไปทางเบาะนั่งข้างขับ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนตามร่างกาย เสียชีวิตภายในรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ ป้ายทะเบียนแดง โดยที่หน้าต่างด้านซ้ายคนขับมีรูกระสุนทะลุ 1 รู และที่ขอบประตูด้านผู้โดยสารด้านล่างมีรูกระสุนทะลุ 1 รู 

 

 

สืบสวนเบื้องต้นทราบเพิ่มเติมว่าผู้เสียชีวิตเคยมีสามีแล้ว เป็นชาวจ.ราชบุรี โดยมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน คือ อายุ 6 ขวบ และ 3 ขวบ ก่อนจะเลิกรากันไป ต่อมาน.ส.นภธร ได้มาคบอยู่กับชายต่างชาติ ชาวเนเธอร์แลนด์ ซึ่งคบหากันมาได้นานแล้ว โดยชายต่างชาติจะเดินทางมาพบน.ส.นภธรนานๆครั้ง แต่ทุกเดือนจะโอนเงินค่าผ่อนรถและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้ผู้ตาย เดือนละประมาณ 30,000 บาท ทว่าระหว่างคบชายชาวต่างชาตินี้ก็มีหนุ่มไทยมาติดพันเธอซึ่งชายคนดังกล่าวเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบและนักพนัน และมีการเปิดเผยข้อความแชทของเธอกับชายปริศนานัดมาเคลียร์ปัญหารักระบุว่าพร้อมจบทุกอย่าง ในเมื่อเขาไม่ดีก็ยอมรับแต่ขอให้ออกมาเจอกัน

 

 

 

 

 

นอกจากนี้เพื่อนๆของผู้เสียชีวิตต่างพากันโพสต์อาลัยถึงเธอผ่านทางเฟซบุ๊ก และมีพี่ชายซึ่งเป็นเพื่อนบ้านโพสต์ข้อความถึงเธอว่า เคยคิดเสมอ #เราจะปลงทำใจให้ได้กับทุกอย่าง แต่พอวันนี้ เกิดขึ้นและกับคนใกล้ตัว รู้ตัวเองเลยว่า... #ไม่ง่ายเลยไม่ว่าหนูจะอยู่ภพไหน หนูจำไว้นะ #หนูอยู่หัวใจพวกเราเสมอ หนูเป็นเด็กดีหนูเป็นคนที่เก่ง วันนี้หนูเหนื่อยมามากพอแล้ว หนูอย่าห่วงอะไรอีกเลยนะ #นางฟ้าของพี่ แม้ความตายมันพรากหนูไปได้ แต่ขอให้หนูรับรู้ไว้ #มันไม่เคยเอาหนูไปจากใจทุกคนได้เลย บุญกุศลที่เราทำร่วมกันมาไม่หนีหายไปไหน ภพหน้าไว้เจอกันนะ พี่เชื่อว่า #ความดีที่หนูได้เคยทำไว้ มันจะตราตรึงจนลมหายใจสุดท้ายของทุกคน หนูเก่งมากนะ #ทำน้ำตาพี่ไหลได้ รักเองนะน้องสาวของพี่#ด้วยรักและเอาลัยเนิสปล. ผมจะเป็นเจ้าภาพให้เนิส1คืนนะครับแล้วจะมาแจ้งให้ทราบ

 

 

 

 

 


ด้านพ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก.สภ.นครปฐมหลังจากพนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานแวดล้อม และรวบรวมพยานหลักฐานอื่นแล้ว ได้ให้พนักงานสอบสวน ไปยื่นขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครปฐมเพื่อจับกุมนายวัลลภ ห้วยหงษ์ทอง หรือ "เสี่ยลภ" อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 15 ตำบลห้วยขวางอำเภอกำแพงแสนจังหวัดนครปฐม ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรอง มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตรายงานเพิ่มเติมระบุ เสี่ยลภ ซึ่งคบหากับผู้เสียชีวิตเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบคนสำคัญคนหนึ่งของจังหวัดนครปฐม เคยต้องคดีเกี่ยวกับทรัพย์ มาก่อน และทราบว่าพกอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา

 

 

 

 

ต่อมาบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์สุดท้ายที่เหยื่อมีการโพสต์ก่อนเสียชีวิต พร้อมลูก 2 คนระบุว่า คถ.มากๆรู้ไหม เป็นห่วงตลอดรู้ป่าว ที่สุดในดวงใจ
 

 

นอกจากนี้มีรายงานหลักฐานสำคัญอย่างหนึ่ง เป็นภาพวิดีโอ รถของนายวัลลภ ขับสะกดรอยตามผู้ตาย ก่อนไปพบ และก่อเหตุยิงตายคารถเก๋ง สาเหตุจากหึงหวง ที่ผู้ตายมีพฤติกรรมตัวออกห่าง โดยทั้งคู่คบหากันได้ประมาณ 9 เดือน ผู้ตายไปๆ มาๆ ระหว่างพัทยากับนครปฐม เนื่องจากไปทำงานและมีแฟนเป็นหนุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งต้องกลับประเทศหลังอยู่เมืองไทยครบ 3 เดือน หลังจากนั้นผู้ตายจะกลับมาที่นครปฐม เที่ยวตามสถานบันเทิง โดยมีนายวัลลภคอยดูแลส่งเสีย 

 

 

ขณะเดียวกัน ศาลจังหวัดนครปฐม ได้อนุมัติออกหมายจับที่ จ.322/2561 ลงวันที่ 4 ก.ย.61 จับกุมตัวนายวัลลภ ห้วยหงส์ทอง หรือเสี่ยลภ ผู้ต้องหาฆ่าน้องเนิส ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่มีเหตุอันสมควรฯ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชน

ต่อจากนั้นมีรายงานว่าเสี่ยวัลลภ หรือ เสี่ยลภ ได้ให้นักการเมืองท้องถิ่นที่สนิทสนมกันโทรสายตรงหาพ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เพื่อขอเข้ามอบตัว โดยมีเงื่อนไขว่าจะขอประกันตัวในวงเงิน 1 ล้านบาท ขอไม่ให้ทำแผน และไม่ให้นักข่าวถ่ายภาพ

 

 

เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.  เปิดเผยว่ากรณีดังกล่าวเห็นว่าไม่ควรมีการต่อรองใดๆ เพราะทุกครั้งที่คดีใดก็ตามมีการลงมือยิงแล้วจะยื่นขอประกันตัวได้ทุกคดี เป็นเรื่องที่ไม่สมควร นอกจากนี้ยังยืนยันว่าได้ข้อมูลแน่ชัดทางการข่าวชี้ตอนนี้เสี่ยลภยังคงกบดานอยู่ในประเทศไทย ส่วนจะเข้ามอบตัวผ่านบุคคลใดหรือไม่นั้น ไม่ขอพูดในรายละเอียด แต่ได้กำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังตามด่านชายแดน ด่านตรวจคนเข้าเมือง รวมไปถึงตามช่องทางธรรมชาติ

ส่วนพฤติการณ์ที่คนร้ายลงมือคล้ายกับในคดีเสี่ยอ้วน ต้องมีการส่งสัญญาณใดๆถึงผู้ต้องหาหรือไม่ ทาง ผบ.ตร. กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าไม่จำเป็น และตนเองก็ไม่ใช่คนใจร้ายที่จะต้องส่งสัญญาณทุกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเห็นว่าทางที่ดี ผู้ต้องหาเองก็ควรเข้ามอบตัวให้เร็วที่สุด

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล