มีเงื่อนงำ เปิดใจ รปภ.เผยสาวสักลายมาขออยู่ด้วย เคยมีสัมพันธ์กันครั้งเดียว ลั่น คิดกับเขาเป็นแค่ลูก ด้านเจ้าของร้านสักยันไม่เคยเห็นมาที่ร้าน

มีเงื่อนงำ เปิดใจ รปภ.เผยสาวสักลายมาขออยู่ด้วย เคยมีสัมพันธ์กันครั้งเดียว ลั่น คิดกับเขาเป็นแค่ลูก ด้านเจ้าของร้านสักยันไม่เคยเห็นมาที่ร้าน

Publish 2018-09-04 12:22:56

วันที่ 1 ก.ย. 61 นายพิธญ์ชยุตม์ พันพิมพ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านน้อยสนามบิน ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย ได้รับแจ้งจากลูกบ้าน คือนายเดชา อินทะบุญ ว่าลูกสาววัย 22 ปี เสียชีวิตหลังจากไปสักลายกับเพื่อน ๆ มา ทั้งหมด 4 คน  โดยเสียชีวิตหมดทุกคน เพราะติดเชื้อ HIV ในเลือด ขณะนี้ตั้งศพบำเบ็ญกุศลไว้ที่วัดวิเวศธรรมคุณ (วัดนาฮุง) บ้านน้อยสนามบิน ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย

 




 

นายเดชา ได้เล่าว่า ลูกสาวไปพักอาศัยอยู่กับน้าที่จ.ปทุมธานี เมื่อเดือนพฤษภาคม ได้โทรมาบอกว่าปวดท้องมาก ไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี หมอบอกว่า ติดเชื้อไวรัสในกระแสเลือด หมอก็ให้ยามากิน  หลังจากนั้นมาก็ปวดท้องไม่หายสักที   ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูกสาวเล่าให้ตนฟังว่า เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมได้ไปสักลายที่ตลาดนัดคลองหลอด กรุงเทพมหานคร  พร้อมกับเพื่อนรวม 4 คน  แล้วก็เกิดอาการปวดเนื้อปวดตัว ปวดในช่องท้องบ่อย ๆ

 

นายเดชายังได้กล่าวต่ออีกว่า จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ลูกสาวโทรมาบอกตนว่ากำลังนั่งรถโดยสารไปหาป้าที่เชียงใหม่แล้วปวดท้องมาก เข้าห้องน้ำบนรถประมาณ 9 ครั้ง  เมื่อไปถึงป้ามารับที่สถานีขนส่งก็พาไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่ ตนจึงรีบขับรถจาก จ.เลยไปเยี่ยมดูลูกสาว  หมอบอกว่าลูกสาวติดเชื้อ HIV ระยะที่ 3  ตนจึงได้แต่ทำใจ แต่หมอได้บอกว่ามียาต้านเชื้อไวรัส แต่ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยว่าจะรับยาชนิดนั้น ๆ ได้หรือไม่ ซึ่งต้องให้ยาตลอด

 

 


 

หลังจากนั้น วันที่ 28 กรกฎาคม 2561  ตนได้พาลูกสาวกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน และไปโรงพยาบาลเลย  ซึ่งก็เดินได้ตามปกติ แต่ก็จะมีอาการปวดเนื้อปวดตัว แขนขาไม่มีแรง และทรุดหนัก  จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2561 ตนได้อุ้มลูกสาวไปโรงพยาบาล  หมอได้ให้ยาต้านเชื้อไวรัสรอบเดียว แล้วก็มาเสียชีวิต ในเวลา 04.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ตนรู้สึกเสียใจที่ลูกสาวจากไปเร็วมาก ด้วยอายุเพียง 22 ปี เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ลูกสาวได้กลับมาที่บ้าน ยังเอารอยสักมาอวดพ่ออยู่เลย ซึ่งเป็นรูปคาบูจิที่ข้อเท้าข้างซ้าย

 

 

 นายสมชาย อริยะ เจ้าของร้านสักลาย กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ กทม. มาตรวจเครื่องมือแล้ว ซึ่งเครื่องสักนั้น ตนก็ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง และคิดว่าร้านของตนได้มาตรฐาน เพราะเปลี่ยนเข็มทุกครั้งที่ใช้งาน ซึ่งตนยืนยันว่าจะเปิดร้านต่อไป แม้จะถูกสั่งให้ปิดไปก่อน เพราะตนไม่มีงานทำ โดยตนไม่ได้มีใบอนุญาตใด ๆ เพราะไม่ใช่แพทย์ และไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และไม่กลัวหากมีการจัดระเบียบ

ส่วนการสักลายนั้น ตนก็ศึกษาเองเพราะชอบ ก่อนหน้านี้เคยเป็นช่างแกะสลักไม้ และฝึกฝนมาเรื่อย ๆ โดยผู้หญิงที่เสียชีวิต ตนเห็นภาพตามข่าวแล้ว มั่นใจว่าไม่เคยมาสักที่ร้านตน และตนก็ไม่เคยเห็นหน้า ซึ่งที่ผ่านมาก็มีลูกค้าเข้ามาเรื่อย ๆ และส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย

 

 

นายบ่าว (นามสมมติ) พนักงานรักษาความปลอดภัย ที่น.ส.กิ๊ง เคยมาพักอยู่อาศัยอยู่ด้วย เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับผู้เสียชีวิตเมื่อ 4 ปีก่อน ยอมรับว่าเคยมีสัมพันธ์กับ น.ส.กิ๊ง เพียงครั้งเดียว จากนั้นก็ยังมีการติดต่อกันทางโซเชียลอยู่ตลอด โดยยืนยันว่าตนคิดกับ น.ส.กิ๊ง เป็นเพียงลูกสาวเท่านั้น ไม่มีมีการคบหากัน ขณะผู้ตายมาพักที่บ้านตนล่าสุด เมื่อช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ตายเลิกกับแฟน มาบอกตนว่าไม่มีที่อยู่จึงมาขออยู่ด้วย โดยอยู่กับตนได้ราว 10 วัน ก็เริ่มมีอาการป่วย คล้ายคนเป็นไข้หวัด อาเจียน ทานอาหารได้น้อย มีอาการท้องเสีย และร่างกายซูบผอม ไม่ค่อยมีแรง ทั้งนี้ ทราบเพียงว่า น.ส.กิ๊ง ป่วยเป็นเชื้อไวรัสลงกระเพาะ

จนกระทั่ง น.ส.กิ๊ง ร่างกายเริ่มผอมมาก ในระเวลาเพียง 10 วัน น้ำหนักลด หน้าตาเปลี่ยน สีผิวก็ซีด ประกอบกับ น.ส.กิ๊ง บ่นอยากกลับบ้าน บอกว่าจะไปรักษาตัว ตนจึงให้เงิน 1,000 บาท เป็นค่ารถกลับบ้าน พร้อมไปส่ง น.ส.กิ๊ง ขึ้นรถตู้ย่านมีนบุรี

หลังทราบข่าวว่า น.ส.กิ๊งเสียชีวิต ตนก็รู้สึกตกใจมาก แต่ไม่เชื่อว่า น.ส.กิ๊ง เสียชีวิตหลังจากไปสักลายมา อีกทั้งตนยืนยันว่า ช่วงที่ น.ส.กิ๊ง มาพักอาศัยกับตน ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กัน ส่วนตัวไม่คิดไปตรวจเลือด เนื่องจากตนไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้ตายนานแล้ว อีกทั้งตนอายุมากแล้วจึงไม่ได้กังวล

 

 

 

 

Cr.ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์