โอละพ่อ เปิดผลชันสูตร สาวจ.เลยสักลายติด HIV หลักฐานมัดแน่น ติดเชื้อก่อนไปสัก!

โอละพ่อ เปิดผลชันสูตร "สาวจ.เลยสักลายติด HIV" หลักฐานมัดแน่น ติดเชื้อก่อนไปสัก!

Publish 2018-09-03 12:00:56

จากกรณีวันที่ 1 ก.ย. 61 นายพิธญ์ชยุตม์ พันพิมพ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านน้อยสนามบิน ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย ได้รับแจ้งจากลูกบ้าน คือนายเดชา อินทะบุญ ว่าลูกสาววัย 22 ปี เสียชีวิตหลังจากไปสักลายกับเพื่อน ๆ มา ทั้งหมด 4 คน  โดยเสียชีวิตหมดทุกคน เพราะติดเชื้อ HIV ในเลือด ขณะนี้ตั้งศพบำเบ็ญกุศลไว้ที่วัดวิเวศธรรมคุณ (วัดนาฮุง) บ้านน้อยสนามบิน ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย

 

 



 

นายเดชา ได้เล่าว่า ลูกสาวไปพักอาศัยอยู่กับน้าที่จ.ปทุมธานี เมื่อเดือนพฤษภาคม ได้โทรมาบอกว่าปวดท้องมาก ไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี หมอบอกว่า ติดเชื้อไวรัสในกระแสเลือด หมอก็ให้ยามากิน  หลังจากนั้นมาก็ปวดท้องไม่หายสักที   ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูกสาวเล่าให้ตนฟังว่า เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมได้ไปสักลายที่ตลาดนัดคลองหลอด กรุงเทพมหานคร  พร้อมกับเพื่อนรวม 4 คน  แล้วก็เกิดอาการปวดเนื้อปวดตัว ปวดในช่องท้องบ่อย ๆ

นายเดชายังได้กล่าวต่ออีกว่า จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ลูกสาวโทรมาบอกตนว่ากำลังนั่งรถโดยสารไปหาป้าที่เชียงใหม่แล้วปวดท้องมาก เข้าห้องน้ำบนรถประมาณ 9 ครั้ง  เมื่อไปถึงป้ามารับที่สถานีขนส่งก็พาไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่ ตนจึงรีบขับรถจาก จ.เลยไปเยี่ยมดูลูกสาว  หมอบอกว่าลูกสาวติดเชื้อ HIV ระยะที่ 3  ตนจึงได้แต่ทำใจ แต่หมอได้บอกว่ามียาต้านเชื้อไวรัส แต่ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยว่าจะรับยาชนิดนั้น ๆ ได้หรือไม่ ซึ่งต้องให้ยาตลอด 

หลังจากนั้น วันที่ 28 กรกฎาคม 2561  ตนได้พาลูกสาวกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน และไปโรงพยาบาลเลย  ซึ่งก็เดินได้ตามปกติ แต่ก็จะมีอาการปวดเนื้อปวดตัว แขนขาไม่มีแรง และทรุดหนัก

 


จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2561 ตนได้อุ้มลูกสาวไปโรงพยาบาล  หมอได้ให้ยาต้านเชื้อไวรัสรอบเดียว แล้วก็มาเสียชีวิต ในเวลา 04.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ตนรู้สึกเสียใจที่ลูกสาวจากไปเร็วมาก ด้วยอายุเพียง 22 ปี เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ลูกสาวได้กลับมาที่บ้าน ยังเอารอยสักมาอวดพ่ออยู่เลย ซึ่งเป็นรูปคาบูจิที่ข้อเท้าข้างซ้าย

 

 

นายศุภวัฒน์ หรือ หนุ่ย อดีตแฟนหนุ่มของ น.ส.กิ๊ง (นามสมมติ) ผู้เสียชีวิต เผยว่า ตนเลิกกับน.ส.กิ๊งมาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แต่พูดคุยกันบ้างบางครั้ง โดยให้คำปรึกษาในฐานะเพื่อนมาตลอด และะตนทราบว่าน.ส.กิ๊งป่วย ต้องไปอยู่กับแม่ที่จังหวัดเชียงใหม่ และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยเท่าที่ทราบคือน.ส.กิ๊ง มักมีอาการปวดเมื่อยตามตัว อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย หากพูดไม่เข้าหูก็จะวางสายไป อีกทั้งมีอาการปวดท้องบ่อยๆ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าป่วยเป็นอะไร เพราะเจ้าตัวไม่ยอมบอก

โดยตนได้เจอกับน.ส.กิ๊งครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2560 เนื่องจาก พ่อของตนเสียชีวิตน.ส.กิ๊ง จึงมาช่วยงานศพ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตนทราบมาว่าน.ส.กิ๊ง ได้ไปสักเพิ่ม แต่ไม่ทราบว่าไปสักมาจากไหน เพราะลักษณะของน.ส.กิ๊ง เป็นสาวที่ชอบรอยสัก โดยมักจะมีการเติมรอยสักบ้าง บางครั้งได้ยินว่า ให้สักเพิ่มหรือแก้ภาพที่ไม่สวย

 

นายศุภวัฒน์ เล่าว่า นิสัยของน.ส.กิ๊ง ตอนที่คบหาก็จะเห็นว่ามีผู้ชายมาคุยด้วยค่อนข้างมาก ระหว่างที่คบกับตนก็มีหนุ่มอีกคนเข้ามาคุยด้วย จนกระทั่งเลิกราแล้วเปลี่ยนสถานะมาเป็นเพื่อน ส่วนน.ส.กิ๊งก็ไปคบกับผู้ชายคนล่าสุดที่ได้หมั้นหมาย ซึ่งทางบ้านก็รับรู้ อีกทั้งช่วงที่คบกัน ตนมีการป้องกัน ใช้ถุงยางอนามัยมาโดยตลอด จึงไม่ทราบว่าน.ส.กิ๊งเป็นโรคอะไรหรือไม่ แต่ยอมรับว่าน.ส.กิ๊งแข็งแรง สดใส ไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นายศุภวัฒน์ ก็ไม่ได้เชื่อทั้งหมดว่าการเสียชีวิตของน.ส.กิ๊งครั้งนี้ เป็นเพราะการสัก เนื่องจากนิสัยส่วนตัวของน.ส.กิ๊งเป็นคนชอบดื่มและสังสรรค์ โดยมีเพื่อนผู้ชายจำนวนมาก และอาชีพของน.ส.กิ๊งก็คือสาวโคโยตี้ ต้องออกไปเต้นตามงานต่างๆ ตนจึงเชื่อว่า อาชีพและลักษณะนิสัยจะมีส่วนทำให้ติดเชื้อ HIV ก็เป็นได้ ส่วนตัวเพิ่งมาทราบข่าวการเสียชีวิตของน.ส.กิ๊งเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า น.ส.กิ๊งเสียชีวิตเพราะโรคเอดส์ ส่วนตัวก็รู้สึกเสียใจ แต่ความจริงทั้งหมด อยากให้สอบถามกับเพื่อนคนสนิท หรือสาว ๆ แก๊งโคโยตี้ และแฟนหนุ่มคนปัจจุบันเท่านั้นที่น่าจะรู้ดีที่สุด

 

 

ด้านนางป่าน (นามสมมุติ) พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนอยู่กับแฟนขายล็อตเตอรี่อยู่ที่ จ.เพชรบูรณ์ ก่อนหน้านี้ก็โทรหากันอย่างเดียว นานๆ เจอกันที เท่าที่คุยกันน้องก็บอกว่าไปสักลายมาที่ข้อเท้า หลังจากนั้นมาก็บ่นๆ ว่าปวดท้อง แล้วก็มารู้ผลอีกทีที่โรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ ว่าเป็นเชื้อเอชไอวีระยะสุดท้ายแล้ว พ่อก็ทำใจ ส่วนก่อนหน้านี้น้องก็มีแฟน แต่พอน้องรู้ว่าติดเชื้อเอชไอวี จึงได้บอกแฟนไม่ต้องมายุ่ง แต่แฟนน้องไม่ได้ติดเชื้อด้วย

ขณะที่พ่อของผู้เสียชีวิต ได้นำใบรับรองแพทย์ จากโรงพยาบาลนครพิงค์มาให้ดู ซึ่งระบุว่าลูกสาว ติดเชื้อเอชไอวีขั้นที่ 3 พร้อมกับนำหนังสือรับรองการตายที่โรงพยาบาลเลยออกให้มาให้กับทางผู้สื่อข่าวดู ว่าโรคที่เป็นสาเหตุการตาย ระยะเริ่มต้นตั้งแต่เป็นโรคจนกระทั่งเสียชีวิต มีด้วยกัน 3 โรค Hypovolemic Shock (ช็อกจากการเสียเลือดและน้ำ) เป็นมาได้ 14 วัน โรค Acute Diarrhea (อุจจาระร่วงเฉียบพลัน) เป็นมาได้ 14 วัน และโรค Human Immunodeficiency Virus Infection (HIV) เป็นมาได้ 1 ปี

ภายหลังใบรับรองแพทย์จาก ร.พ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ และใบรับรองการเสียชีวิตจาก ร.พ.เลย ระบุว่า โรคที่ทำให้เสียชีวิตมีด้วยกัน 3 โรคคือ Hypovolemic Shock (ช็อกจากการเสียเลือดและน้ำ) เป็นมาได้ 14 วัน โรค Acute Diarrhea (อุจจาระร่วงเฉียบพลัน) เป็นมาได้ 14 วัน และโรค Human Immunodeficiency Virus Infection (HIV) เป็นมาได้ 1 ปี ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดูคำให้สัมภาษณ์ของผู้เป็นพ่อระบุว่า ลูกสาวไปสักลายเมื่อช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งมาเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเชื้อเอชไอวีที่เป็นอยู่ไม่น่าจะติดมาจากการสักลายที่คลองหลอด เนื่องจากผู้เสียชีวิตติดเชื้อเอชไอวีมาก่อนหน้านี้แล้ว

 

 

Cr.ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน