ด่วน!ปภ.เตือน 45 จังหวัดเตรียมรับมือน้ำท่วม หลังระบายน้ำในเขื่อน

ด่วน!ปภ.เตือน 45 จังหวัดเตรียมรับมือน้ำท่วม หลังระบายน้ำในเขื่อน

Publish 2018-08-28 11:50:07


พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มไว้ด้วย  สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง 

 

ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

 

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมินครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

 

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

 

ภาคตะวันออก    มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

 



พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม 2561 - 2 กันยายน 2561 บริเวณประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตลอดช่วง ข้อควรระวัง   ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ตลอดช่วง

 

ในช่วงวันที่ 27-30 ส.ค. 61 ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 61 ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา และประเทศลาวเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ยมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย แต่ยังคงทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนต่อเนื่อง และฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังปานกลางตลอดช่วง

 

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 27-30 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 27-30 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส

 

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 27-30 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

 

ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 27-30 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 29-30 ส.ค. 61ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

 



ล่าสุดกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย สั่งการให้จังหวัดและศูนย์ ปภ. เขตในพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รับมือสถานการณ์อุทกภัย น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม และผลกระทบจากการระบายน้ำในเขื่อน โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านสรรพกำลังและเครื่องจักรกลสาธารณภัย รวมถึงจัดชุดเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดชุดเคลื่อนที่เร็วประจำพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมแจ้งเตือนประชาชนติดตามข่าวสาร พยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด

 

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า กอปภ.ก.โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า ช่วงที่ผ่านมาหลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่เกิดอุทกภัย น้ำไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศไทยตอนบน และประเทศลาว เคลื่อนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อเนื่องไปอีก 2-3 วัน 

 

กอปภ.ก.จึงได้สั่งการให้จังหวัด  ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ โดยเฉพาะดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด รวมถึงปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่และการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำที่อาจส่งผลให้พื้นที่ที่ประสบอุทกภัยอยู่แล้วได้รับผลกระทบมากขึ้น  โดยให้จัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสถานการณ์ภัยอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะที่พื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ที่มีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่เดิม และอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์มาก ซึ่งต้องทำการระบายน้ำเพิ่มขึ้น อาจทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมฉับพลัน 

 

ทั้งนี้ มีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยและน้ำล้นตลิ่ง ได้แก่ แม่น้ำหลักและลำน้ำ รวม 11 แห่ง ประกอบด้วย แม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย (อ.เชียงของ อ.เมืองเชียงราย) แม่น้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์  (อ.ตรอน) จังหวัดพิษณุโลก (อ.วังทอง) แม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย (อ.เมืองสุโขทัย) แม่น้ำสงคราม จังหวัดบึงกาฬ  (อ.เซกา)  จังหวัดสกลนคร (อ.กาศอำนวย  อ.สว่างแดนดิน) แม่น้ำห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี  (อ.บ้านดุง) ลำเซบาย จังหวัดยโสธร (อ.ป่าติ้ว) จังหวัดนครพนม (อ.นาแก อ.วังยาง อ.ธาตุพนม) ลำน้ำยัง จังหวัดร้อยเอ็ด (อ.เสลภูมิ) แม่น้ำชี จังหวัดกาฬสินธุ์ (อ.ยางตลาด) จังหวัดยโสธร (อ.มหาชนะชัย) จังหวัดอุบลราชธานี (อ.เขื่องใน) แม่น้ำโขง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี คลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว (อ.เมืองสระแก้ว) แม่น้ำนครนายก จังหวัดนครนายก (อ.องครักษ์) แม่น้ำแม่กลอง จังหวัดกาญจนบุรี (อ.ไทรโยค อ.ท่าม่วง อ.ท่ามะกา อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.เมืองกาญจนบุรี) จังหวัดราชบุรี (อ.บ้านโป่ง อ.โพธาราม อ.เมืองราชบุรี) แม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี (อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมืองเพชรบุรี อ.บ้านแหลม) และแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อ.พุนพิน) 

 

สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่มเป็นพิเศษได้แก่ 6 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย แม่ฮ่องสอน 5 อำเภอ (อ.แม่สะเรียง อ.แม่ลาน้อย อ.ปาย อ.สบเมย อ.เมืองแม่ฮ่องสอน) เชียงใหม่ 2 อำเภอ (อ.อมก๋อย อ.พร้าว อ.ฝาง) เชียงราย 14 อำเภอ (อ.แม่ฟ้าหลวง อ.เวียงป่าเป้า อ.ดอยหลวง อ.พญาเม็งราย อ.แม่สรวย อ.แม่สาย อ.แม่จัน อ.เมืองเชียงราย อ.เชียงของ อ.เทิง อ.เวียงแก่น อ.ป่าแดด อ.เชียงแสน อ.ขุนตาล) พะเยา 4 อำเภอ (อ.ภูซาง อ.ปง อ.เชียงคำ อ.จุน) แพร่ (อ.สอง) และน่าน (อ.บ่อเกลือ) 

 

ในส่วนของพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากการระบายน้ำในเขื่อน 6 แห่ง  แยกเป็น เขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี (อ.ไทรโยค อ.ท่าม่วง อ.ท่ามะกา อ.มะขามเตี้ย อ.เมืองกาญจนบุรี) จังหวัดราชบุรี (อ.บ้านโป่ง อ.โพธาราม อ.เมืองราชบุรี) เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี (อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมืองเพชรบุรี อ.บ้านแหลม) เขื่อนปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อ.ปราณบุรี) และเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

 

อย่างไรก็ตาม กอปภ.ก.ได้เน้นย้ำให้จังหวัดและศูนย์ ปภ.เขต แจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์น้ำ สภาพอากาศ สถานการณ์ภัย และข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที 

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง  เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

ด้าน นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 กล่าวว่า สถานการณ์น้ำ 4 สาย ปิง วัง ยม น่าน ที่ไหลมารวมที่แม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้แม่น้ำน่านน้ำอยู่ในสภาวะน้ำมาก แม่น้ำปิง ที่เขื่อนภูมิพลระบายมาอยู่ที่ 8 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนแม่น้ำน่านน้ำประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สำหรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะให้คงตัว ไม่เกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังเป็นภาวะปกติ แนวโน้ม 3 วันข้างหน้าจะลดลง 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่

 

การคาดการณ์สถานการณ์น้ำในช่วงเดือนกันยายนจะต้องดู 2 รูปแบบ ประการแรกคือ ฝนตกมีความถี่มากแค่ไหน ประการที่สองคือพายุ เท่าที่ทราบการประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ แนวโน้มการเกิดพายุยังไม่มี ในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนกันยายน ส่วนแนวโน้มการเกิดพื้นที่น้ำท่วมขัง ในเขตสำนักงานชลประทานที่ 12 อาจมีพื้นที่ด้านล่างสุดแต่ไม่มากถือว่าน้อยกว่าปีที่แล้วพอสมควร

 

สำหรับในจังหวัดชัยนาท ขณะนี้ถือว่าสภาพในลำน้ำและในพื้นที่ยังถือว่าปกติ สำหรับในพื้นที่ลุ่มต่ำของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะได้รับผลกระทบเมื่อเขื่อนเจ้าพระยาระบายเกิน 700-800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อาจมีผลกระทบเฉพาะจุดนอกเขตคันกั้นน้ำ เช่น ที่อำเภอเสนา อาจมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังบ้างประมาณ 30-40 เซนติเมตร แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการระบายถึงขั้นเกิดผลกระทบ

 

สำนักชลประทานที่ 12 เตรียมทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ไม่ว่าจะด้านเหนือน้ำ และท้ายน้ำ ตลอดแนวลำน้ำเจ้าพระยา โดยแจ้งว่าจะมีการเพิ่มการระบายน้ำออกท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในปริมาณเท่าไร อย่างไรก็ตามให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำ จากกรมชลประทาน และการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย