ฟังให้ชัด พ่อฟอสเปิดบัญชีที่เหลือของลูกชาย ไขข้อกังขาร่วมหลอกเงินเสี่ยอ้วน เผยรับทำบ้านสปายใช้แต่ของแพง(คลิป)

ฟังให้ชัด "พ่อฟอส"เปิดบัญชีที่เหลือของลูกชาย ไขข้อกังขาร่วมหลอกเงิน"เสี่ยอ้วน" เผยรับทำบ้าน"สปาย"ใช้แต่ของแพง(คลิป)

Publish 2018-08-28 03:59:20

   จากคดีที่ ทางนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน พร้อมพวก เป็นผู้ต้องหาฆ่าน.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 20 ปี ที่เขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี  ซึ่งหลังจากที่ ทางการไทยได้ดำเนินการ ประสานงานกับประเทศกัมพูชา เพื่อขอตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้ กลับมาดำเนินคดีในไทย ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา 



โดยเมื่อกลางดึกวันที่ 21 สิงหาคม เสี่ยอ้วน ได้มาถึงกรุงเทพฯเเล้ว   เเละได้มีการนำตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาที่บงการและลงมือสังหาร น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส ไปชี้จุดเกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดต่างๆ โดยสาเหตุคดีสะเทือนขวัญดังกล่าว มาจากการที่ เสี่ยอ้วน มีความแค้น หลังจากทุ่มเทให้ฝ่ายหญิงแต่โดนตีจาก จึงทำให้ลงมือก่อเหตุ และหนีไป แต่ก็ถูกตามจับตัวกลับมาในที่สุด

ความคืนหน้าล่าสุด น.ส.วันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของสปาย เปิดเผยว่า การเดินทางไปที่ จ.ภูเก็ต ในครั้งนั้นไปพร้อมกับญาติ ที่เดินทางลงไปเพื่อย้ายของจากที่ทำงาน จ.ภูเก็ต กลับบ้านมาอยู่ที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยขณะนั้นญาติข้างบ้านได้มาชวนให้พ่อสปายไปช่วยสลับเวียนกันขับรถให้ เพราะระยะทางจาก จ.กาฬสินธุ์ไปถึง จ.ภูเก็ต ใช้เวลานาน จึงเกรงว่าขับรถคนเดียวจะไม่ไหว ประกอบกับตนเห็นว่าสปาย ลงไปทำงานที่ จ.ภูเก็ต ได้สักระยะหนึ่งแล้ว และมีรายได้ค่อนข้างสูง จากก่อนหน้านี้เฉลี่ยประมาณ 30,000 บาท/เดือน แต่ก่อนเสีชีวิตมีรายได้เกือบ 100,000 บาท/เดือน ทำให้ตนสงสัยว่าทำไมจึงมีรายได้มาก จึงอยากเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของลูก และอยากไปดูว่าลูกทำงานอาชีพอะไร จึงอยากไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง จึงเดินทางไปพร้อมกับญาติ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าพ่อได้เช็กอินเอาไว้ด้วย

ทั้งนี้ การเดินทางไปครั้งนั้นเป็นเพียงการพบกับลูกสาว ซึ่งสปายก็ไม่ได้พาไปเจอกับเสี่ยอ้วน หรือให้ไปดูที่ทำงาน เพราะในตอนนั้นสปายยังไม่เล่าเหตุการณ์ใดให้ตนฟัง โดยมาทราบเรื่องภายหลังว่าสปายโดนทำร้ายร่างกายโดยเสี่ยอ้วน และครั้งนั้นก็ไม่ได้เห็นหน้าของเสี่ยอ้วนด้วย มาเจอหน้าเสี่ยอ้วนครั้งแรกก็ตอนที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

 

 

 


 

นายศวีระ ศรีคำ หรือ เปรี้ยว อายุ 21 ปี เพื่อนสนิทฟอสและสปาย ได้กล่าวถึง ฟอสกับสปาย ว่า ทั้ง 2 คน มีความสนิทและความสัมพันธ์กันรวม 4 ปี ก่อนสปายไปเจอกับเสี่ยอ้วน ในอีก 2 ปีหลัง ส่วนที่จะคิดว่าฟอสกับสปายรักกันแล้วไปมีเสี่ยอ้วนนั้น ตนมองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะความตั้งใจของสปายคือให้ฟอสพาไปทำงานเท่านั้น จนกระทั่งฟอสทราบว่าสปายถูกรังแก จึงช่วยปกป้อง ไม่ให้เสี่ยอ้วนกระทำรุนแรง ทั้งนี้ มีช่วงหนึ่งที่พ่อของสปายทราบว่าสปายกับฟอสเริ่มสนิทเกินเพื่อน จึงห้ามทั้ง 2 คนให้ไปมาหาสู่กันน้อยลง ห้ามฟอสเข้าบ้าน ห้ามสปายไปบ้านฟอส แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะ 2 คนสนิทกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน หากกลุ่มเพื่อนสนิทขาดใครไป ก็อาจไม่สนุก ทุกคนจึงกลับมาคุย และไปไหนมาไหนด้วยกันตามเดิม

 

และทางด้าน นายสุพิน จริตรัมย์ พ่อของฟอส ได้พูดถึงเรื่องที่สังคมกำลังตั้งข้อสงสัยว่า ลูกชายของตนเอง มีส่วนช่วยให้สปาย หลอกเอาเงินจากเสี่ยอ้วนนั้น บอกว่า ไม่เชื่อ เพราะถ้าหากฟอสได้รับเงินจากเสี่ยอ้วนจริง ก็ต้องมีเงินมากกว่านี้ ถ้าหากหลอกเอาเงินคนอื่นมาก็ต้องมีเงินใช้มากกว่านี้ และเงินส่วนใหญ่ก็ได้มาจากการทำงาน และโอนให้พ่อแม่ใช้ บางเดือนก็หมุนไม่ทันต้องยืมคนอื่น แต่ยอมรับว่าฟอสเป็นคนประหยัด ไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย ส่วนเงินในบัญชีก็ไม่มีจำนวนเงินก้อนโต เหลือเพียงเงินในบัญชีเพียง 1,500 บาท ในธนาคารออมสิน ธนาคารอื่นหลังจากไปตรวจสอบแล้วก็ ไม่พบว่ามีเล่มอื่นๆนอกจากบัญชีนี้

และกรณีที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของฟอส เคยโพสต์ทำนองว่า “ใครว่าตนเองเป็นกะเทย” พ่อฟอสบอกว่า ถ้าลูกแมน ทำไมกลับมาบ้าน ยังคงตุ้งติ้งเหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นเรื่องสปายก็เห็นไปมากันปกติ ไม่มีอะไรนอกจากคำว่าเพื่อนสนิท หากชอบกันก็คงเป็นได้ 2 แนวทาง คือ แบบเพื่อนสนิท และชอบแบบเป็นห่วงเท่านั้น เพราะเวลาอยู่บ้านก็มักไปไหนมาไหนด้วยกัน

 

 

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์

ติดตามข่าวอื่นๆ