อื้อหือ พีคในพีค...กะเทยรักหญิงก็มี!?อาจารย์ของฟอส เปิดความสัมพันธ์ ฟอส-สปาย(คลิป)

อื้อหือ พีคในพีค...กะเทยรักหญิงก็มี!?อาจารย์ของฟอส เปิดความสัมพันธ์ ฟอส-สปาย(คลิป)

Publish 2018-08-27 02:44:48

จากกรณียิงหนุ่มสาวดับคาลานจอดรถ บริเวณตรงข้ามวัดเขาชีจรรย์ คือ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ น้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ น้องฟอส อายุ 21 ปี และผู้ที่ก่อเหตุ คือ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ที่แค้นฝ่ายหญิงตีจาก จึงทำให้ลงมือก่อเหตุ และหนีไป แต่ก็ถูกตามจับตัวกลับมาในที่สุดนั้น

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี มาชี้จุดที่เกิดเหตุ ตามจุดต่างๆ 5 จุด คือ  1.เขาชีจรรย์   2.ปั้มน้ำมันบางเสร่   3.มีทิ้งปืน 4.บ้านเช่า  และ   5. สถานที่เช่ารถ จุดแรกจะเป็นบริเวณเขาชีจรรย์ ซึ่งเป็นที่จุดก่อเหตุ  โดยได้นำรถยนต์  ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาวทะบียน กล-9444 ภูเก็ต รถเก๋ง โตโยต้า ยาริส สีขาวทะเบียน 1 กฏ -9490 กทม และ รถโตโยต้า แวน INNOVA สีขาว ทะเบียน ฎง-9641 กรุงเทพมหานคร ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ยึดมาได้มาประกอบการทำแผนด้วย

 

โดยก่อนการทำแผนก็ได้มีการขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ใกล้เคียง ของ สภ. เมืองพัทยา มาช่วยรักษาความปลอดภัย พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ของ สภ. นาจอมเทียน โดยมีการนำเชือกมากั้นตรงบริเวณที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน มีการก้มลงกราบจุดยิงน้องสปาย-ฟอส ดับหน้าเขาชีจรรย์ ด้วย เพื่อขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

 

 

ทั้งนี้ ภายหลังการสอบปากคำ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่านายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ยอมรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุ แต่ไม่ขอลงรายละเอียด สาเหตุ และแรงจูงใจ เนื่องจากอยู่ในสำนวน 
 
ทั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่า คดีนี้ถือว่าสามารถคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด และไม่จำเป็นต้องขยายผลว่ามี เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไป ช่วยเหลือ พานายปัญญาหลบหนีหรือไม่ รวมถึงเป็นคดีที่ได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านนำไปสู่การจับผู้ต้องหาได้ทั้งหมด และยังเป็นแนวทางการประสานงานคดีอื่นๆเช่น 
 
ทั้งนี้นายปัญญา ยังอ้างว่าไม่ทราบว่า บริเวณจุดก่อเหตุเป็นวัด และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่คิดว่าเป็นเพียงรูปพระแกะสลักเท่านั้น โดยรู้สึกเสียใจเมื่อทราบว่าเป็นวัด และรู้สึกกลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่วนในขณะหลบหนี ที่กัมพูชา ได้ติดตามข่าวในไทย โดยพิมพ์หาในกูเกิ้ล เจอคำที่ ผบ.ตร.พูดว่า "ไม่ตายก็ตัน" จึงรู้สึกกลัว และส่วนตัวขอเลือกทางตัน 

 


ด้าน นางวันเพ็ญ  แม่ของน้องสปาย และ พ่อของน้องสปาย ได้เดินทางมารอดู นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี หัวหน้าแก๊งทีมสังหารและมือปืน เพื่อมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นางวันเพ็ญ  เปิดเผยว่า ตนยังรับรู้ตลอดว่าลูกสาวมาหา ล่าสุดขณะกำลังนอนกลางวัน ก็รู้สึกคล้ายมีคนมากอด และได้ยินเสียงร้องไห้ หลังจากนั้นตนและสามีจึงได้เดินทางมาที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี ทันที เพื่อมามาติดตามคดี เพราะเชื่อว่าลูกต้องการเช่นนั้น เลยได้สอบถามทราบว่าจะมีการทำแผนจึงได้เดินทางมา ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับตัวได้ ส่วนบทลงโทษนั้นคงอยากให้ลงโทษเหมือนที่เขาทำกับน้องสปาย 

 

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV รายงานบทสัมภาษณ์ นายธรรมรัตน์ สุวรรณโพธิ์ศรี หรือ โจ้ สปอตไลท์ ผู้ก่อตั้งเพจ Spotlight Phuket ถึงคดียิงนางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ น้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ น้องฟอส อายุ 21 ปี ที่เสี่ยอ้วนเป็นผู้บงการและเป็นคนลงมือก่อเหตุ โดย โจ้ บอกว่า ประเด็นที่ว่านายบ่าว ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้จะมีการกลับคําให้การในชั้นศาลนั้น ตนมองว่าทำได้ แต่ถ้าก็คงไม่เป็นผล เพราะได้รับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวนไปแล้ว รวมถึงพยานและหลักฐานก็ชัดเจน

ในส่วนของเสี่ยอ้วน จะถูกดำเนินคดีหรือไม่นั้น ตนมองว่าขึ้นอยู่ที่พนักงานสอบสวนว่าจะทําสํานวน และพยานหลักฐานแน่นหนาหรือไม่ เพราะตามกฎหมายแล้วเสี่ยอ้วนมีสิทธิที่จะปฏิเสธข้อกล่าวหาได้ ประกอบกับเสี่ยอ้วน มีทนายความที่ให้คำปรึกษาเรื่องคดี คนที่เคยทําให้รอดคุกจากคดียิงคนขายไอศกรีมมาแล้ว ซึ่งตนรู้มาว่าหลังก่อเหตุเขาติดต่อกันอยู่ตลอดก่อนจะถูกจับกุมตัว

ทั้งนี้ ต้นเหตุทั้งหมดของเหตุการณ์ที่ว่าเป็นเรื่องของเงินทองนั้น นายธรรมรัตน์ เผยว่า เสี่ยอ้วนเคยโอนให้ครอบครัวของน้องสปาย ภายใน 2 เดือน เป็นเงินกว่า 4,000,000 บาท ซึ่งไม่แน่ชัดว่ามีการตกลงหรือแลกเปลี่ยนอะไรกันกับครอบครัวน้องสปายหรือไม่ โดยในส่วนของตน มีหลักฐานเป็นสลิปทั้งสิ้น 6 ใบ ที่เสี่ยอ้วนเคยให้ไว้ จำนวนเงินที่โอน คือ ครั้งแรก 700,000 บาท ถัดไป 100,000 บาท ถัดไป 1,000,000 บาท ถัดไป 112,000 บาท ถัดไป 100,000 บาท และครั้งสุดท้าย 50,000 บาท ตามลำดับ

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องเงิน ตนยอมรับว่าได้รับเงินโอนจากเสี่ยอ้วนจริง 1,000,000 บาท เป็นเงินที่เขาต้องการให้ซื้อรถให้ลูกสาวตน ตนเองแค่ทำหน้าที่จ่าย แต่การทำเรื่องการจองทั้งหมด เสี่ยอ้วนเป็นคนทำ ซึ่งราคารถรวมประกันราคาอยู่ที่ 700,000 บาท ตนเองมีเอกสารยืนยันทั้งหมด และเงินที่เหลือนั้น ตนนำไปใช้จ่ายการจัดงานศพลูกทั้งสิ้น ตนจัดอย่างดี ใช้เงินไป 300,000-400,000 บาท

 

 

 

 

 

นางวันเพ็ญ ทิ้งท้ายว่า ตนยืนยันว่าไม่เคยคิดขายลูกกิน ตนมีศักดิ์ศรี ไม่เคยมีการตกลงเรื่องยกลูกสาวให้เสี่ยอ้วน ไม่มีเรื่องหมั้น หรือการสร้างเรือนหอใด ๆ บ้านที่อยู่ก็สร้างมานานแล้วตั้งแต่ปี 2549 ตอนนี้หากได้เจอหน้าเสี่ยอ้วน ก็อยากจะถามเขาว่า ฆ่าน้องสปายทำไม

 

ภายหลังเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ทางตำรวจได้ควบคุมตัวนายปัญญากลับมาที่สภ.นาจอมเทียน เพื่อรอนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ โดยผู้สื่อข่าวถามนายปัญญาว่า อยากบอกอะไรกับ น.ส.ปวีณาหรือไม่นั้น นายปัญญา กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “เสียใจ เสียใจ”

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากชุดจับกุม เปิดเผยว่า นายปัญญามีอาการผวาตอนที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุม โดยนายปัญญาพูดแต่คำว่า “ขอโทษๆ มีวิญญาณน้องฟอส น้องสปาย ตามอยู่” ซึ่งมีอาการผวาอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็เอ่ยปากว่า “อย่าตาม อย่าตาม” โดยมีอาการเหมือนเห็นวิญญาณของผู้เสียชีวิตทั้งคู่

 

 

 

 

 



ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า"เสี่ยอ้วน"เผยว่า เคยวางแผนลองใจจัดหาหนุ่มๆ ผู้ชายให้ "ฟอส" แต่เจ้าตัวได้บอกปัดปฏิเสธ ทำให้ "เสี่ยอ้วน" เกิดความระแวง ไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ว่าแท้จริงแล้ว "สปาย" กับ "ฟอส" คบหากันฉันท์เพื่อนหรือคนรัก เนื่องจากทั้งสองสนิทแนบแน่นกันมาก และตัวติดกันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงที่ "สปาย" พยายามตีตัวออกห่าง แล้วหนีหายไปกับ "ฟอส" ทำให้ "เสี่ยอ้วน" เกิดความแค้นใจ ยิ่งถูกลูกน้องคนสนิทรายงานความสัมพันธ์ลึกซึ้ง จึงเป็นชนวนให้ต้องจัดทีมฆ่าทั้งสอง ทั้งที่ตอนแรกบอกลูกน้องตั้งใจจะไปอุ้มเอาไปเจรจาเคลียร์ปัญหารักสามเส้าเท่านั้น


ขณะที่ นายธรรมรัตน์  สุวรรณโพธิศรี  หรือ โจ้ สปอตไลท์ ภูเก็ต คนสนิท นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ "เสี่ยอ้วน" ออกมาเปิดใจในรายการโหนกระแสว่า ตนสนิทกับเสี่ยอ้วนในระดับหนึ่ง มีอะไรเค้าก็มาปรึกษาบ้าง กินดื่มทักทายกันตามปกติ ใครอยู่แถวป่าตองก็ต้องรู้จักเค้า ฉายาเขาคืออ้วนห้องน้ำ มีธุรกิจห้องน้ำอยู่ เข้าห้องน้ำจะรู้ว่านี่เด็กอ้วน เค้ามีบาร์ ส่วนเรื่องหลักฐานสลิปการโอนเงิน ส่วนหนึ่งหลุดมาจากตน ได้มาจากเพื่อนที่เป็นทนายความ ห้วงเวลาน่าจะ 3-4 เดือน ทนายคนนี้เคยบอกอ้วนจะให้ฟ้อง จนวันนึงแม่น้องสปายบอกว่าได้เงิน 1 ล้าน แต่ทนายบอกว่าเค้าพูดแบบนั้นไม่จริง ตนจึงถามว่าเอาหลักฐานอะไรมายืนยัน เค้าเลยเอารูปทุกอย่างให้ดู เป็นสลิปอันนี้

“มีเยอะกว่านี้ครับ เพื่อนที่คุยกับอ้วน เค้าจะให้ว่าความคดีฉ้อโกง โดยเฉพาะครอบครัวคุณสปาย ตอนที่คุยกันก็ส่งไลน์ให้กัน ขณะนั้นห้วงไหนที่โหลดเก็บได้ก็โหลด แต่อันไหนโหลดเก็บไม่ทันก็นั่งๆ ดูไป แต่ไฟล์มันหมดอายุไปก่อน เท่าที่ทนายแจ้ง 4 ล้านบวกแน่นอน อ้วนไม่ได้เคี่ยว ด้วยความเค้าหาเงินมาได้ยาก สมัยก่อนมันคือการฝึกของเขา ผมว่าเค้ามีหลักฐาน

โจ้ สปอตไลท์ ภูเก็ต กล่าวอีกว่า ตนว่าทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องตัวในเบื้องต้นเวลาเกิดกระแสสังคม  ถ้าเป็นแม่น้องสปาย ก็ทำอย่างนั้น สิ่งที่จะยืนยันและย้อนแย้งที่สุดคือหลักฐาน สมมติมีการโอนเงินตามบัญชีที่เห็น เป็นบัญชีพ่อน้อง หรือบัญชีน้องเค้า สมมติแม่บอก 1 ล้าน แต่มี 7 แสน เอาบัญชีมาดู มีภาพที่ทนายส่งมาให้ดู น้องเค้าส่งรูปบ้านที่กำลังทำให้อ้วนดูเป็นระยะๆ น้องเค้าก่อสร้าง ไลน์นี้ส่งให้อ้วนอ่าน ถามว่าส่งให้ดูทำไม ปวีณาคือชื่อน้องสปาย

“จะยอมรับหรือไม่ยอมรับมันพิสูจน์ไม่ได้จริงๆ ถ้าคนอื่นมองก็ใช่แล้วแหละ ถ้าคุณเอาเงินเขาไป ไปตกลงอะไรกับเค้าไว้ แม่พูดอีกอย่างว่าเอาเงินจากทางอื่นมาทำบ้าน แต่นี่ข้อสงสัยอย่างเดียวเอามาให้อ้วนดูทำไม เค้ามีสิทธิ์จะพูด หลักฐานโกหกไม่ได้ คนพูดยังไงเค้ามีสิทธิ์ปฏิเสธ แต่หลักฐานสลิปการโอนตังค์โกหกไม่ได้ ทนายผมฝากถามแม่สปายหน่อย 7 แสนถ้าสลิปชี้ไปเป็นบัญชีนี้ ส่งมาให้ดูหน่อย ถ้าบอกตำรวจยึดไปแล้ว แต่ทีมจเรส่งคืนมาแล้ว ก็เอามาให้ดูหน่อย อย่างน้อยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวพ่อแม่สปายเค้า แต่ช่วยตอบคำถามว่า 7 แสนมีจริงมั้ย ถ้ามีจริงอยู่ไหน หมดหรือยัง ทำไมไม่คืน

โจ้ สปอตไลท์ ภูเก็ต เผยอีกว่า มั่นใจว่าไม่ใช่เงินครอบครัวเค้า ตอนนั้นเลิกกันแล้ว อ้วนอกหักพักนึง เอารูปพวกนี้มาให้ดูว่าเค้าไปเที่ยวญี่ปุ่นมีความสุข ก็ต้องถามว่าเงินใคร จะบอกว่าเป็นเงินเก็บน้องสปายก็ได้ (หัวเราะ) แต่อย่าลืมว่ามีการโอนเงินในช่วงเวลา 2 เดือนเศษ บอกว่า 4 ล้าน สุดท้ายการโอนเงินคือเดือน เม.ย. ซึ่งเค้าเลิกกันแล้ว พอเลิกครอบครัวก็ไปเที่ยวญี่ปุ่น คนที่ยืนยันว่า 7 ล้านก็ยืนยันว่าเงิน 7 ล้านเงินใคร แค่นั้นเอง

ผมตั้งข้อสังเกตทุกครั้ง เช็คกับเจ้าของบาร์น้องฟอสไปทำงาน ฟอสไม่เคยมีแฟนผู้ชายที่ภูเก็ตเลย ปกติถ้าชายรักชาย ป่าตองบรรยากาศมันเอื้อ กินอยู่ทุกวัน คนมากหน้าหลายตา กิ๊กก็ไม่มี แฟนก็ไม่มี อันนี้ยิ่งทำให้อ้วนเชื่อว่าฟอสไม่ใช่กะเทย ผมเชื่อว่าถ้าเค้าเป็นชายรักชาย อยู่กับเพื่อนผู้หญิงก็ประมาณนี้แหละ แต่ถ้าเค้าเริ่มไม่เชื่อล่ะ ถ้าเกย์อาจเป็นมุมนั้นก็ได้ ผมไม่ได้เข้าข้างน้องสปายนะ เวลาเราถ่ายรูปมีบางช็อตบางมุม แต่มุมนี้เป็นเรื่องภาพลักษณะนี้ที่ตั้งข้อสังเกต สายัณห์ที่เป็นนกต่อส่งรูปอะไรให้อ้วนดู ทีมพนักงานสอบสวนบอกเบื้องต้นคนที่อยู่แวดล้อมบอก อ้วนจะพาไปทวงหนี้ ไปอุ้ม ไม่มีเจตนาจะฆาตกรรม อะไรที่สายัณห์ส่งให้ มันส่อมากกว่านี้มั้ย


โจ้ สปอตไลท์ ภูเก็ต กล่าวทิ้งท้ายว่า เหมือนก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ ถ้าคุณเคยฆ่าใครสักคน ครั้งที่สองก็ไม่ยากแล้ว ครั้งแรกขึ้นศาลก็จะแปลกๆ แต่ครั้งที่สองก็เริ่มไม่ยาก เค้าฆ่าอีกครั้งจะเข้าใจว่าทำยังไงไม่โดนคดี

 

ขณะที่ นายธรรมรัตน์  ยังได้ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง ระบุว่า เรื่องของเสี่ยอ้วน ตนพูดเสมอว่าเคารพกฎหมาย ยกตัวอย่างถ้ามีใครมายืมเงินคุณ ทวงไม่จ่ายเจอหน้าคุณๆเอาไม้ตีหัวได้มั้ย ก็ไม่ได้มันผิดกฎหมาย ซึ่งเหตุจูงใจที่มานั่งเถียงกันคือ มันคืออะไร ความรัก ความแค้น ความโกรธ หนึ่งถึงร้อยอันนี้สำคัญ มีข้อมูลสำคัญอันหนึ่งที่มีคนมาเล่าให้ฟังคือ วันเกิดเหตุเสี่ยอ้วนไม่ได้ลงไปยิงเลย คุยกันกับเหยื่อก่อนเจรจาเรื่องการใช้หนี้ แต่น้องสปายเขาบอกว่าถ้าพี่อ้วน ถ้าพี่อ้วนอยากจะฟ้อง ก็ให้ไปเจอกันที่ศาล พอพูดอย่างนี้เสี่ยอ้วนมันก็บันดาลโทสะ จังหวะที่ฟอสจะพาน้องสปายวิ่งหนี อ้วนก็บันดาลโทสะก็ยิง อันนั้นคือปัญหา คือจะโทษครอบครัวของน้องสปายทั้งหมดไม่ได้ เคยฟังเพลงของปาน ปรบมือครั้งเดียวจะดังไม่ได้ มันก็ทั้งคู่แหละ แต่คนที่เสียไปแล้วไม่อยากก้าวล่วง

 

 

 

 


ล่าสุด  อาจารย์ของฟอส นายศศิธร เสมามิ่ง เปิดเผยผ่านอัมรินทร์ว่า ความรักของฟอสและสปาย มีโอกาสเป็นไปได้ ในนิยามของคำว่ารัก ซึ่งตนนิยามเอาไว้ 2 ลักษณะ คือเจตนาดี เอาใจใส่ ปรารถนาดี ก็สามารถก่อเป็นความรักได้ และการระเบิดเวลา ซึ่งฟอสและสปายก็คือนิยามรักแบบระเบิดเวลา เพราะเกิดจากจุดเริ่มต้นของความสนิท และความไว้ใจ

 

 

นายศศิธร กล่าวต่อว่า ส่วนที่ฟอสโพสต์เฟซบุ๊ก ทำนองว่าตัวเองไม่ใช่กะเทยนั้น ส่วนตัวไม่รู้ว่าฟอสพูดเล่นหรือจริง เพราะเดาไม่ได้ว่าขณะนั้นคนโพสต์คิดอะไรอยู่ หรืออาจเกิดจากเพื่อนล้อหรือไม่ จึงใช้ข้อความทำนองนั้น และที่อั้ม เพื่อนคนสนิท โพสต์ว่าขอให้ทั้ง 2 คน รักกันทุกชาติไป ตนมองว่า ในฐานะเพื่อนอาจรู้อะไรมากกว่าที่ตนรู้ก็ได้ ตนจึงเดาไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน

 

 

 

 

ทั้งนี้ การที่ฟอสและสปายคบกัน แล้วมีส่วนช่วยกันหลอกเอาเงินจากเสี่ยอ้วนมาใช้ จะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ตนมองว่า ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา อาจเป็นไปได้และไม่ได้ เนื่องจากฟอสไม่เคยมาเล่าอะไรเกี่ยวกับเงินให้ตนฟัง ส่วนที่เสี่ยอ้วนให้เงินมา ก็เป็นการให้โดยเสน่ห์หา ดังนั้นอยากจะย้อนถามสังคมว่า สิ่งนี้เรียกว่าหลอกลวงหรือไม่ แบบไหนเรียกว่าให้ แบบไหนเรียกหลอกลวง แต่ตามหลักแล้ว ถ้าสปายและฟอสเป็นแฟนกัน แต่รับเงินเสี่ยอ้วนมาจริง ก็ถือว่าจริยธรรมผิดทางใจเหมือนกัน และตลอดช่วงที่ผ่านมา ฟอสไม่ใช่คนโกหกตั้งแต่เด็ก และไม่เคยมีนิสัยไปหลอกลวงใคร ตรงไปตรงมา อีกทั้ง เวลาที่สปายมีภัย หรือกำลังถูกทำร้าย ฟอสจะเป็นคนพยายามช่วยดึงสปายออกจากอันตรายนั้นด้วยความเป็นห่วง

 

 

 

ขอบคุณ อัมรินทร์
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย