จับกระเเทกอัดท้ายกระบะ "ทนายเกิดผล" เเนะ "นายธารา"ผู้เป็นพ่อ ลุยฟ้องกลับ"จนท."ชุดจับกุม ไร้หมายศาล มิใช่ความผิดซึ่งหน้า (คลิป)

Publish 2018-08-09 06:14:12

    จากกรณีที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ถึงการผู้ใช้เฟซบุ๊คArocha Reampong   ได้แชร์คลิปวิดีโอความยาวประมาน 4 นาที ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนหลายนาย กำลังจับนายธารา เวลาแจ้ง อายุ 35 ปี ภายในโรงเรียนเมืองพัทยา6 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะที่นายธารา ผู้เป็นพ่อทางไปทานข้าวกับลูกสาวทั้ง 2 คนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยครู  นักเรียนจำนวนมาก   โดยทางฝั่งอดีตภรรยา ของนาย ธารา ได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่า ตนเองมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด และมีอาวุธปืน พร้อมต่อสู้หลบหนี ซึ่งหากลูกอยู่กับตนจะไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทหาร จึงได้ประสานตำรวจ สภ.บางละมุง นำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว(ชมคลิปด้านล่าง)

(ชมคลิป เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นายธารา กลางโรงเรียน)

 


เปิดอีกคลิป เหตุการณ์ก่อนหน้า ที่โดนจับกุม เจอทำร้ายร่างกาย


.

   โดยความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว วันที่ 8 ส.ค. 61 ที่ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี "มาร์ค" หรือ นายธารา เวลาแจ้ง พ่อของเด็ก เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 10.30 น. ตนไปทานข้าวกับลูกคนเล็ก ที่โรงเรียนเมืองพัทยา จากนั้นเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้ามาภายในโรงเรียน พร้อมกับอดีตภรรยาของตน ตนจึงรีบขึ้นไปหาลูกคนโตที่ชั้น 2 ก็ไม่พบ ช่วงเวลานั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาขอค้นตัวตน แต่ไม่พบผิดปกติ ตนจึงรีบไปอุ้มลูกคนโตกลับบ้าน

ขณะนั้น พ่อของอดีตภรรยา เข้ามากระชากคอเสื้อตนหลายครั้ง พร้อมทั้งพูดจาข่มขู่ จึงเกิดการชกต่อยกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาแยกทั้งสองฝ่าย ทำให้มีภาพปรากฏออกมาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายตน แต่โดยส่วนตัวตนไม่รู้สึกติดใจเอาความ เพราะทราบภายหลังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบเรื่องราวของครอบครัวตน แต่ที่ตนยังติดใจอยู่คือ เรื่องที่อดีตภรรยานำลูกของตนไป โดยไม่มีใครห้ามไว้

.

.

   ทั้งนี้ ที่ตนรู้สึกโกรธมาก เป็นเพราะอีกฝ่ายพยายามนำลูกของตนไป แล้วยังมีการชกต่อยตน จนมีแผลบริเวณใบหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้อดีตภรรยาเคยกระทำแบบนี้กับตนแล้ว คือพยายามไปรับลูกทั้งสองคน มาจากโรงเรียน แล้วยังนำคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไปอ้างกับครูที่โรงเรียน เพื่อจะนำลูกออกมา ทั้งนี้ ในปีก่อนก็เคยนำตัวลูกของตนไปอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของอดีตภรรยา นานถึง 1 ปี จนกระทั่งมีการทำสัญญายินยอมระหว่างกัน ให้ลูกมาเรียนที่พัทยา จ.ชลบุรี แต่เมื่อปิดเทอม ลูกจะไปอยู่กับอีกฝ่าย ซึ่งอีกฝ่ายไม่ได้ปฏิบัติตาม โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 และตนยืนยันได้ว่า ลูกทั้ง 2 คน อยากอยู่กับตนมากกว่า ส่วนประเด็นเรื่องยาเสพติดนั้น ตนยอมรับว่าเป็นเรื่องเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

.

   อย่างไรก็ตาม นายธารา ได้กล่าวถึงอดีตภรรยาด้วยว่า ตนไม่มีอะไรติดใจเอาความ ตนเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ที่รักลูก แต่ตนอยากให้ทำอะไรก็คิดถึงลูกบ้าง เพราะการกระทำที่ทำอยู่นั้น ไม่ถูกต้องตามกระบวนการศาล ซึ่งอีกไม่กี่เดือนก็จะมีคำตัดสินพิพากษาแล้ว ตนจึงไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายทำเพื่ออะไร หากคุยหรือตกลงกันได้ก็มาตกลงกัน เพราะตนเชื่อว่าเราช่วยกันดูแลลูกได้ทั้งสองฝ่าย

.

.

 

(อีกคลิปชัด ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นายธารา  โดน อดีตพ่อตา ทำร้ายร่างกาย )

 


 เเละจากเรื่องราวดังกล่าวทาง  ทนายคนดัง  อย่าง เกิดผล แก้วเกิด ก็ออกมาเผยถึงเรื่องการกระทำเกินกว่าเหตุเจ้าหน้าที่ในการจับกุม พร้อมกับ ยินดีช่วยเหลือ หากนายธารา ผู้เป็นพ่อต้องการทนาย เเละยืนยัน ไม่เกี่ยวกับเรื่องอำนาจปกครองบุตร ระหว่างคุณพ่อ คุณแม่ แต่อย่างใด เพราะคดีอยู่ระหว่าง การพิจารณาของศาลฎีกา  ตนจะไม่ได้รับรอง หรือยุ่งเกี่ยวในประเด็นนี้

.

.

.

.


เป็นผม ผมจะดำเนินคดีตำรวจ ที่ร่วมจับกุมทั้งหมด
เพราะคดีนี้เป็นการจับกุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ไม่มีหมายจับของศาล ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า เพราะไม่มีสิ่งผิดกฎหมายตามที่ภรรยาแจ้งความเท็จ

เมื่อการจับกุมไม่ชอบ ผลที่ตามมา คือ มาตรา 157 , 295 , 309 ,310 + 83 ตามมาอย่างแน่นอน

ที่ผู้กำกับให้สัมภาษณ์ ว่า ต้องควบคุมตัวเพราะเจ้าตัวโวยวาย

ผมไม่เห็นเห็นด้วยแน่นอน เพราะ ถ้าการจับกุมไม่ชอบเสียแล้ว อย่าว่าแต่โวยวายเลยครับ แม้ต่อสู่ขัดขวาง และทำร้ายตำรวจ ยังไม่เป็นความผิด เพราะ เขามีสิทธิตามกฎหมายครับ ท่าน

ตาม คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2555

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าบริเวณที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสุทธาวาสไม่ใช่หลังซอยโรงถ่านตามที่สิบตำรวจโท ก. และสิบตำรวจตรี พ. อ้างว่ามีอาชญากรรมเกิดขึ้นประจำแต่อย่างใด และจำเลยไม่มีท่าทางเป็นพิรุธคงเพียงแต่นั่งโทรศัพท์อยู่เท่านั้น การที่สิบตำรวจโท ก. และสิบตำรวจตรี พ. อ้างว่าเกิดความสงสัยในตัวจำเลยจึงขอตรวจค้น โดยไม่มีเหตุผลสนับสนุนว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดความสงสัยในตัวจำเลย จึงเป็นข้อสงสัยที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ถือไม่ได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 93 ที่จะทำการตรวจค้นได้ การตรวจค้นตัวจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

#จำเลยซึ่งถูกกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงมีสิทธิโต้แย้งและตอบโต้เพื่อป้องกันสิทธิของตน ตลอดจนเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใด ๆ อันสืบเนื่องจากการปฏิบัติที่ไม่ชอบดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง

ปล.ถ้าต้องการคำแนะนำ ให้เจ้าตัวติดต่อผมมาได้เลยครับ

.

.

.

.


ประเด็นที่ผมพูดถึง กรณีที่ คุณมาร์ค Mark Tara ถูกตำรวจจับกุมในโรงเรียนของลูก

ผมพูดแค่เรื่องการจับกุมไม่ชอบของตำรวจประเด็นเดียว เพราะไม่มีอำนาจจับกุมตามกฎหมาย ซึ่งผมได้พูดคุยกับคุณมาร์ค แล้ว

ไม่เกี่ยวกับเรื่องอำนาจปกครองบุตร ระหว่างคุณพ่อ คุณแม่ แต่อย่างใด เพราะคดีอยู่ระหว่าง การพิจารณาของศาลฎีกา ผมไม่ได้รับรอง หรือยุ่งเกี่ยวในประเด็นนี้

ซึ่งมีบางเพจ บางคอมเม้นไปโยงกัน อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดครับ

มีแต่คุณมาร์คเล่าให้ฟังว่า กำลังยื่นคำร้องไปยังศาลฎีกา เกี่ยวกับการคุ้มครองอะไรสักอย่าง และรอฟังคำสั่งศาลฎีกาเสียก่อน

หากศาลฎีกามีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งมา คุณมาร์คจะนำมาหารืออีกครั้ง รวมทั้งการดำเนินคดีกับกรณีถูกจับกุมนี้ด้วย

ตอนนี้มีเพียงเท่านี้ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณมาร์ค Mark Tara ที่จะเลือกว่าจะไปแนวทางใด ครับ

.

.

.

.

 

.

 

 

.

ขอบคุณ

เกิดผล แก้วเกิด

.

ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

 

.

.

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร

ติดตามข่าวอื่นๆ