อื้อหือ เจ็บเข้ากระดูกดำ!! ดี้ นิติพงษ์ จวกเละ "แอมเนสตี้และกลุ่มคนที่มีจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน"...ได้ฟังมีหน้าร้าว เหมือนโดนตบกลางสี่แยก!

Publish 2018-06-20 09:04:28


สืบเนื่องจากกรณีประเทศไทย มีโทษประหารชีวิตครั้งเเรกในรอบ9ปี  กับนักโทษในคดีฆ่าชิงทรัพย์  โดยวันที่ 18 มิถุนายน 2561  พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลด้วยการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชาย "ธีรศักดิ์ หลงจิ"  อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง โดยนักโทษเด็ดขาดดังกล่าวได้ทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน คือ โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าสตางค์ รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้น พิพากษาประหารชีวิตศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาพิพากษายืนเป็นผลให้คดีถึงที่สุด



สำหรับการบังคับโทษประหารชีวิตดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 ประกอบมาตรา 19 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประหารชีวิตนักโทษ พ.ศ.2546 ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการด้วยวิธีการฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย นับเป็นผู้ต้องขังรายที่ 7 นับแต่มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2546

ซึ่งเปลี่ยนวิธีการบังคับโทษประหารชีวิตจากการยิงเสียให้ตายเป็นการฉีดสารพิษ และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 จนถึงปัจจุบัน มีการบังคับโทษประหารชีวิตมาแล้ว จำนวน 325 ราย โดยแบ่งเป็น การใช้อาวุธปืนยิงจำนวน 319 ราย (ยิงรายสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2546) การฉีดยาสารพิษ จำนวน 6 ราย (ฉีดสารพิษครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2546 และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2552) ดังนั้นนักโทษรายนี้จึงถือเป็นนักโทษเด็ดขาดรายแรกในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา  

 

 

และเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2561 ทางกลุ่ม แอมเนสตี้ (Amnesty International Thailand) ได้เชิญชวนทุกคนที่มีจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน มาร่วมไว้อาลัยแด่การตัดสินโทษประหารชีวิต โดยพร้อมกันในวันอังคารที่ 19 มิ.ย. 61 เวลา 14.00-14.30 น. ณ หน้าเรือนจำกลางบางขวาง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลคัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด รวมทั้งงานวิจัยมากมายจากนานาประเทศได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโทษประหารชีวิตไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ กับการเพิ่มขึ้น หรือลดลงของอาชญากรรม

 

คลิปบรรยากาศชุมนุมคัดค้านโทษประหาร


 

การแบ่งขั้วความคิดเห็นเป็น 2 ฝั่งนี้กำลังถูกพูดถึงและเป็นประเด็นใหญ่อีกครั้งในสังคม โดยเหล่าดาราคนดัง นักกฎหมาย ทนายความ ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นของตนเองผ่านสื่อโซเชียลเช่น ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือคุณบุ๋ม  อดีตนางสาวไทยปี 2543 ดาราและพิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความถึงดราม่าที่เกิดขึ้นว่า

.

 


นอกจากนี้บนเฟซบุ๊ก Nitipong Honark ก็ได้แชร์คลิปวีดีโอบรรยากาศการรวมตัวคัดค้านโทษประหารชีวิต โดยโพสต์จิกกัดสั้นๆแต่แสบไปทั้งใจว่า


เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวที่น่าสงสารมาก...
ชื่อกลุ่มยังยาวกว่าจำนวนคน...

สงซ้าน..สงสาร..

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณ Nitipong Honark 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล

ติดตามข่าวอื่นๆ