นายกฯชื่นชมทูตโปแลนด์ฯเข้าใจการเมืองไทยมองทุกประเทศล้วนมีปัญหา บริบท ความคาดหวังของปชช.ต่างกัน

"นายกฯ"ชื่นชม"ทูตโปแลนด์ฯ"เข้าใจการเมืองไทยมองทุกประเทศล้วนมีปัญหา บริบท ความคาดหวังของปชช.ต่างกัน

Publish 2018-03-14 15:54:32

14 มี.ค. 61 เวลา 13.30 น. นายวัลแดมาร์ ดูบายอฟสกี (H.E. Mr. Waldemar Dubaniowski) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่  สรุปสาระสำคัญการหารือ ดังนี้



นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่นายวัลแดมาร์ ดูบายอฟสกี ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ประจำประเทศไทย และชื่นชมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่ดำเนินไปอย่างราบรื่นมายาวนานกว่า 100 ปี ตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)  โดยเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์และวิสัยทัศน์ของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ฯ จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันความร่วมมือของทั้งสองประเทศ รวมทั้งผลักดันให้มีการจัดทำความตกลงที่คั่งค้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อสานต่อความสัมพันธ์และส่งเสริมผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวแสดงความประทับใจต่อคำกล่าวของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ฯ ที่ว่า “ทุกประเทศล้วนมีปัญหาภายใน ซึ่งมีเหตุผล ความจำเป็น บริบทและความคาดหวังของประชาชนแตกต่างกัน” สะท้อนให้เห็นถึงว่าโปแลนด์มีความเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองของไทยมาโดยตลอด รวมทั้งการสนับสนุนให้ปรับข้อมติสหภาพยุโรป (EU) ต่อไทย จนสามารถรื้อฟื้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในทุกระดับ 


โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือต่าง ๆ ได้แก่  ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง ศักยภาพเศรษฐกิจของไทยภายใต้นโยบาย Thailand+1 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ทั้งสำหรับไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค โดยไทยมีความพร้อมและศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของอาเซียน  และเชิญชวนโปแลนด์ให้สนับสนุนและลงทุนในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีสิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนต่างชาติในหลายด้าน ขณะเดียวกันภาคเอกชนไทยก็ให้ความสนใจที่จะลงทุนในภูมิภาคยุโรปกลางเพิ่มมากขึ้นด้วย   เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ฯ กล่าวชื่นชมการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีที่ผ่านมา และยืนยันความสำคัญของความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างโปแลนด์ – ไทย โดยทั้งสองประเทศสามารถเป็นประตูการค้าให้กันและกันสู่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคของตนได้  นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังพร้อมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุนให้ประชาชนของทั้งสองประเทศเดินทางไปมาหาสู่กันมากยิ่งขึ้น โดยเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ฯ ขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปโปแลนด์เช่นกัน 

นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตโปแลนด์ ยังเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม  ซึ่งไทยสนใจแลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือด้านการศึกษา เทคโนโลยีทางการแพทย์ เกษตร อาหาร และยานยนต์  ซึ่งเป็นสาขาที่โปแลนด์มีศักยภาพอีกด้วย

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์