ผู้ใช้รถ ไม่ควรพลาด!! รู้ยัง? พ.ร.บ. รถยนต์ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด สามารถเบิกได้เยอะมาก รีบแชร์เก็บไว้อ่านด่วน !!?

"ผู้ใช้รถ" ไม่ควรพลาด!! รู้ยัง? "พ.ร.บ. รถยนต์" มีประโยชน์มากกว่าที่คิด สามารถเบิกได้เยอะมาก รีบแชร์เก็บไว้อ่านด่วน !!?

Publish 2018-03-01 09:59:40

ควักกระเป๋าเงินจ่ายกันอยู่เป็นประจำทุกๆปี สำหรับการทำประกันภัยภาคบังคับหรือที่เรียกกันว่า "ประกันภัย พ.ร.บ." คือ การทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ  ซึ่งรถทุกคันนั้นจำเป็นที่จะต้องทำ เชื่อเลยว่าหลายๆคนคงจะเคยสงสัย เราทำ พ.ร.บ.รถยนต์ไปทำไม? ทำแล้วได้ใช้จริงๆ หรือไม่? ถ้างั้นมารู้จักประโยชน์ที่แท้จริงของ พ.ร.บ.กันให้มากขึ้นกันดีกว่าว่าสามารถเบิกอะไรได้บ้าง? และมีขั้นตอนการเบิกทำอย่างไร?
 
 
สำหรับการคุ้มครอง มีดังนี้

ค่าเสียหายเบื้องต้น ได้รับโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด

1. ค่ารักษาพยาบาล จากการบาดเจ็บ จ่ายตามจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน
2. การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพอย่างถาวร สูงสุดไม่เกิน 35,000 บาทต่อคน 
หมายเหตุ : ถ้าหากเข้าข่ายเสียหายรวมกันทั้งข้อ 1 และ ข้อ 2 จะต้องไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน



การจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งผู้เคลมประกัน จะได้รับภายหลังจากการพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิดตามกฎหมาย โดยมีวงเงินคุ้มครองรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้น ดังนี้
 
กรณีเป็นฝ่ายถูก
1. ค่ารักษาพยาบาล จากการบาดเจ็บ สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน
2. การเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพอย่างถาวร สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อคน
3. สูญเสียอวัยวะ
       3.1 สูญเสียมือตั้งแต่ข้อมือ หรือแขน หรือเท้าตั้งแต่ข้อเท้า หรือขา หรือ ตาบอด อย่างใดอย่างหนึ่งรวมกัน ตั้งแต่ 2 กรณีขึ้นไป สูงสุดไม่เกิน  300,000 บาท
       3.2 สูญเสียมือตั้งแต่ข้อมือ หรือแขน หรือเท้าตั้งแต่ข้อเท้า หรือขา หรือสายตา(ตาบอด) หรือ หูหนวกเป็นใบ้ หรือเสียความสามารถในการพูดหรือลิ้นขาด สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถในการสืบพันธุ์ จิตพิการอย่างติดตัว หรือเสียอวัยวะอื่นใด 250,000 บาท
       3.3 สูญเสียนิ้วตั้งแต่ข้อนิ้วขึ้นไป ไม่ว่านิ้วเดียว หรือ หลายนิ้ว 200,000 บาท
4. ค่าชดเชยการรักษาตัว กรณีผู้ป่วยใน 200 บาทต่อวัน แต่ไม่เกิน 20 วัน หรือไม่เกิน 4,000 บาท
5. จำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดรวมกันต้องไม่เกิน 304,000 บาท
6. วงเงินคุ้มครองความรับผิดสูงสุดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง สำหรับรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง 5,000,000 ต่อครั้ง
7. วงเงินคุ้มครองความรับผิดสูงสุดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง สำหรับรถยนต์เกิน 7 ที่นั่ง 10,000,000 ต่อครั้ง
 


สำหรับ เอกสารที่จะต้องใช้เวลาการเคลม พ.ร.บ. มีดังนี้

กรณีบาดเจ็บ
1. สำเนาบัตรประชาชนผู้ประสบอุบัติเหตุ
2. ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ

กรณีเบิกค่าชดเชย หรือ ผู้ป่วยใน
1. สำเนาบัตรประชาชนผู้ประสบอุบัติเหตุ
2. ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน

กรณีทุพพลภาพ
1. สำเนาบัตรประชาชนผู้ประสบอุบัติเหตุ
2. ใบรับรองแพทย์และหนังสือรับรองความพิการ
3. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน หรือ หลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นได้รับความเสียหายจากการประสบภัยจากรถ
 
กรณีเสียชีวิต
1. สำเนาบัตรประชาชนผู้ประสบอุบัติเหตุ
2. ใบมรณบัตร
3. สำเนาบัตรประชาชนทายาทสำเนาทะเบียนบ้าน
4. สำเนาบันทึกประจำวันในคดีของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นถึงแก่ความตาย เพราะการประสบภัยจากรถ
 
เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว สามารถทำเรื่องขอเบิกเงิน จาก บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ และจะมีการเบิกจ่ายเงินภายใน 7 วัน ซึ่งพ.ร.บ.จะคุ้มครองผู้เสียหายในส่วนของคนเท่านั้น ส่วนทรัพย์สิน หรือ ตัวรถจะไม่มีได้รับการคุ้มครอง


ดังนั้น ผู้ขับขี่รถยนต์ ควรจะทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หรือที่เราเรียกว่าประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นชั้น 1 ชั้น 2 หรือชั้น 3 ก็ควรทำไว้เช่นกัน เพื่อประกันความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น


ได้เห็นความสำคัญของการทำ พ.ร.บ. รถยนต์กันแล้ว บอกเลยว่ามีประโยชน์มากกว่าโทษอย่างชัดเจน หรือบางคนอาจคิดว่าทำเพื่อที่จะไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับปรับ (ซึ่งตอนนี้ถ้าไม่มีพ.ร.บ. ตำรวจสามารถยึดรถชั่วคราวได้) แต่ประโยชน์ของมันมากกว่าการคุ้มครองเฉพาะคนในรถ และวันนี้รถยนต์ของท่านได้ทำ พ.ร.บ. แล้วหรือยังคะ


 
ข้อมูล :  สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธิดารัตน์ พูลศิริ