"2 คุณป้าขวานเดือด" ตร.ฟัน 3 ข้อหา ! ...สาวกระบะโดนปรับ 500 (มีคลิป)

Publish 2018-02-20 09:56:13

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีสื่อโซเชียลแชร์คลิปเหตุการณ์หญิงสูงวัย 2 คน ใช้ขวานและเหล็กยาวทุบทำลายรถยนต์ที่จอดขวางบริเวณประตูทางออกหน้าบ้านหรูหลังหนึ่ง ย่านซ.หมู่บ้านเสรีวิลล่า แยก 2 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ ทำให้รถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหายกระจกข้างรถฝั่งด้านหลังผู้โดยสารแตกฝากระโปรง และกันชนรถได้รับความเสียหาย นั้น



ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 วันที่ 19 ก.พ. 2561 ที่สน.ประเวศ พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของรถได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ปรากฎตามคลิปที่ได้ใช้ขวานและท่อนเหล็กทุบรถจนได้รับความเสียหาย ในข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท ซึ่งจากการประเมินรถยนต์คันดังกล่าวมีความเสียหายมูลค่า 50,000 บาท ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมสอบปากคำผู้เสียหายแล้ว โดยขั้นตอนต่อไปจะทำการสืบสวนพิสูจน์ทราบบุคคลในคลิปว่าชื่อ-นามสกุลอะไร จากนั้นจะให้ผู้เสียหายชี้ภาพยืนยันตัวบุคคลอีกครั้ง เมื่อยืนยันเรียบร้อยแล้วก็จะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

พ.ต.อ.อลงกรณ์ เปิดเผยต่อว่า สาเหตุเกิดจากผู้เสียหายมาจอดรถขวางทางหน้าบ้านของผู้ที่ทำการทุบรถ  อย่างไรก็ตามสถานที่ดังกล่าวมีการห้ามจอดรถในช่วงเวลา 06.00-10.00 น. ซึ่งเหตุการณ์ตามคลิปที่ปรากฎเกิดขึ้นเวลาประมาณ 11.00 น. โดยช่วงเวลาที่เกิดเหตุตามกฏหมายพรบ.จราจรไม่ได้มีความผิด แต่การจอดรถหน้าบ้านบุคคลอื่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าของบ้านสามารถแจ้งความร้องทุกข์ในความผิดลหุโทษ ในข้อหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท นอกจากนี้เตรียมจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่ถือขวานในข้อหาพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ต่อมาเวลา 15.20 น. น.ส.รชนิกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปี ผู้เสียหาย ได้ทางมาที่สน.ประเวศ เพื่อชี้ภาพที่ปรากฎในคลิปเหตุการณ์ ยืนยันบุคคล พร้อมได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.พ. เวลาประมาณ 11.15 น. หลังจากที่ตนไปหาเพื่อน ตนได้ขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีขาว ทะเบียน ฎค 9297 กรุงเทพมหานคร ไปจอดริมถนนทางเข้าสวนหลวง ร.9 ซ.ศรีนครินทร์ 55 ตรงกับประตูหน้าบ้านเลขที่ 37/208 ซึ่งหน้าบ้านหลังดังกล่าวมีป้ายประกาศติดไว้ พร้อมทั้งมีการกั้นลวดสลิงและมีกุญแจล็อคเอาไว้ จึงทำให้เข้าใจว่าเป็นบ้านร้างและถูกบังคับคดี

จากนั้นจึงได้ลงจากรถไปซื้อของที่บริเวณใกล้เคียงประมาณ 10 นาที ก่อนกลับมาพบเห็นคนมุงดูและประกาศหาเจ้าของรถ ตนจึงเดินกลับมาที่รถ พบเห็นหญิงไม่ทราบชื่อ 2 คน ยืนอยู่บริเวณหน้ารถ คนหนึ่งถือขวาน อีกคนถือเสียมด้ามเหล็กยาวประมาณ 1.5 เมตร ยืนอยู่บริเวณรถของตน จากนั้นตนตรวจสอบรอบรถยนต์พบว่ารถยนต์ถูกทุบรอบคันได้จนรับความเสียหาย จากนั้นจึงได้เดินไปยกมือไหว้พร้อมขอโทษผู้หญิงทั้ง 2 คน แต่ผู้หญิงทั้ง 2 คนไม่ยอม และผู้หญิงอีกคนได้ยกขวานขู่จะทำร้าย พร้อมทั้งบอกว่า โง่หรอ อ่านหนังสือไม่ออกหรอ ไม่เห็นป้ายที่เขียนไว้หรอ แล้วมีพลเมืองดีมาดึงตัวตนออกจากที่เกิดเหตุ 


น.ส.รชนิกร เปิดเผยต่อว่า ตนยอมรับผิดที่ไปจอดรถขวางหน้าบ้านจริง แต่เป็นเพราะตนเข้าใจว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกบังคับคดีและเป็นบ้านร้างจึงจอดรถไว้ และปกติตนเป็นคนที่จอดรถแล้วจะล็อคเบรคมือตลอด  อีกทั้งตนไม่ใช่คนในพื้นที่ เพราะตนอยู่มหาชัย จ.สมุทรสาคร จึงไม่รู้ว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นอย่างไร หากมีเหตุจำเป็นที่ต้องออกจากบ้านตนก็ต้องขอโทษจริงๆ 

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนยอมรับผิดที่ไปจอดรถขวางทางหน้าบ้าน แต่เขาก็ไม่ควรที่จะทำแบบนั้นกับคนอื่น ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้กับใครอีก” น.ส.รชนิกร กล่าวทิ้งท้าย

โดยภายหลังจากให้ น.ส.รชนิกร ชี้ภาพยืนยันบุคคลที่ปรากฏตามคลิปเสร็จสิ้นแล้วแต่พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วพบว่าผิดตามมาตรา 57 เว้นแต่จะได้มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับตามพ.ร.บ.นี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถ (10) ตรงปากทางเข้าออกของอาคารหรือทางเดินรถ หรือในระยะห้าเมตรจากปากทางเดินรถ และ(15) ในลักษณะกีดขวางการจราจร พร้อมเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 500 บาท

ทางด้าน พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ พร้อมด้วย ร.ต.ท.ศิริพงษ์ วรรณสัมผัส พงส.สน.ประเวศ ได้นำหมายเรียกไปติดที่หน้าบ้านเลขที่ 37/208 ซ.ศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ โดยเป็นที่เกิดเหตุซึ่งคาดว่าผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ โดยได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ให้ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี และน.ส.ราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี มาพบพนักงานสอบสวนสน.ประเวศ ในวันจันทร์ที่ 26 ก.พ. เวลา 13.00 น. ในข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยไม่มีเหตุอันควร นอกจากนี้จะส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนาซึ่งตามทะเบียนบ้านระบุว่าอยู่ในย่าน ซ.สุขุมวิท พื้นที่กรุงเทพฯ อีกทางหนึ่งด้วย



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล

ติดตามข่าวอื่นๆ