แชร์อ่านด่วนทำผิดมาทั้งชีวิต!! จำไว้ให้ขึ้นใจ!! "สิ่งของ 5 อย่าง"ที่ไม่ควรนำมาใส่บาตร!!

Publish 2018-01-30 09:42:03


ฤกษ์งามยามดีในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ และพร้อมรับสิ่งดีๆตลอดทั้งปี ทำให้ในช่วงเวลาขึ้นปีใหม่ชาวพุทธส่วนใหญ่มักจะออกจากบ้านไปตักบาตรทำบุญกันเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และแม้ว่าการตักบาตรจะสามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ได้มีพิธีอะไรมากมาย แต่ก็มีข้อปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยอยู่เหมือนกัน ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ เนื่องจากมีข้อห้ามสำหรับ "ของบางสิ่งบางอย่าง" ที่ไม่ควรใช้ใส่บาตรพระสงฆ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ทำผิดกันบ่อยๆซะด้วย

 



1) ข้าวสาร อาหารแห้ง เนื้อสด ไม่ควรใส่บาตร

 

 

เนื่องด้วยพระวินัย พระสงฆ์ไม่สามารถ Cooking เองได้ และของที่ญาติโยมนำมาใส่บาตร พระท่านไม่สามารถเก็บไว้ขามวัน ถ้าจะถวายจึงควรเป็นของที่ฉันได้ทันที มาม่า ข้าวสาร ไข่ดิบ หรือของที่ต้องนำไปปรุงก่อนจึงไม่ควรครับ และพระฉันของดิบไม่ได้ด้วยครับ แซลมอนซาซิมิ ไข่ต้มยางมะตูม ไข่ออนเซนพระก็ฉันไม่ได้

 

สำหรับข้าวสารอาหารแห้ง ถึงแม้ว่าพระท่านจะนำเข้าเก็บในโรงอาหารหรือนำไปแจกจ่ายทีหลัง แต่เราควรถวายให้กับวัดถึงจะถูกต้อง ไม่ใช่นำไปใส่บาตรหรือถวายเป็นของสงฆ์โดยตรง

 

2) เงิน ใส่บาตรไม่ได้ เด็ดขาด!!

 

 

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ นำเงินใส่ซองและนำไปใส่บาตร ซึ่งตรงนี้ทำให้พระผิดธรรมวินัยครับ และไม่ใช่แค่ใส่บาตร ถวายในโอกาสอื่นก็ไม่ควร พระรับเงินนั้นอาบัติทุกกรณีครับ สำหรับชาวพุทธที่อยากถวายปัจจัยให้นำไปถวายกับวัดโดยตรง หรือหยอดตู้ดีกว่า
 

 

3) เนื้อต้องห้าม 10 ชนิด

 

 

จริงๆแล้วเนื้อเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับศาสนาพุทธเลยแหละ บ้านเราก็ไม่นิยมบริโภคกันอยู่แล้ว อย่านึกอุตรินำไปใส่บาตรหรือถวายพระหล่ะ 1. เนื้อมนุษย์ 2. เนื้อช้าง 3. เนื้อม้า 4. เนื้อสุนัข 5. เนื้องู 6. เนื้อราชสีห์ 7. เนื้อเสือโคร่ง 8. เสือเหลือง 9. เสือดาว 10.เนื้อหมี

 

 


4) ผลธัญพืชที่มีเมล็ด

 

 

ผลธัญพืชที่มีเมล็ด เป็นสิ่งที่ไม่ควรนำไปถวายพระหรือตักบาตร เพราะถือว่าเมล็ดเหล่านั้นยังสามารถให้กำเนิดชีวิตได้อยู่ ถ้าต้องการจะถวายควรจะต้องเอาเมล็ดออกก่อน หรือหั่นเป็นชิ้นให้พร้อมรับประทาน



5) ของหวาน ของมัน ดีต่อใจ ทำลายสุขภาพ

 

 

 ข้อนี้ไม่ได้ผิดธรรมวินัยอย่างใด แต่เนื่องจากพระสงฆ์ไม่ได้ทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานเยอะ จึงไม่ควรที่ถวายแกงกะทิมันๆ เนื้อสัตว์ติดมัน น้ำหวาน ของทอด อันเป็นที่มาของโรคภัยต่างๆ ทั้งเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือด ฯลฯ   และอย่าลืมว่าจุดประสงค์ในการบิณฑบาตรของพระสงฆ์ คือต้องการอาหารให้ร่างกายมีชีวิตให้อยู่ได้เพื่อปฏิบัติธรรม ไม่ใช่เพื่อนำมาบริโภคตามใจ ปรารถนา จึงไม่ควรใส่มากจนเหลือเฟือ และอาหารที่ใส่ควรเป็นอาหารที่มีประโชน์ต่อร่างกาย


นอกจากนี้ ก่อนใส่บาตรควรจุดธูป 3 ดอกกลางแจ้งเพื่อขอขมากรรม และหลังใส่บาตรอย่าลืมอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล  ...หากได้รู้การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องแล้ว ต่อไปเวลาที่ชาวพุทธทุกท่านไปทำบุญใส่บาตร ก็จะได้รับอานิสงฆ์ผลบุญไปเต็มๆ อย่างอิ่มอกอิ่มใจเชียวล่ะ!

 


ข้อมูลจาก : FB อยากเห็นพระอริยะ




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุกันยา บุญซ้วน

ติดตามข่าวอื่นๆ