22 ม.ค. 2486 รัฐบาล จอมพล ป. ประกาศรัฐนิยม ใช้คำว่า “สวัสดี” เป็นครั้งแรก

22 ม.ค. 2486 รัฐบาล จอมพล ป. ประกาศรัฐนิยม ใช้คำว่า “สวัสดี” เป็นครั้งแรก

Publish 2018-01-22 13:55:55

เมื่อจอมพล ป พิบูลสงคราม ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 2481 ได้มีนโยบายสร้างชาติแบบเป็นลัทธิชาตินิยม ไม่ว่าจะเป็น การสงวนอาชีพบางอย่างไว้เฉพาะคนไทยปลูกฝังให้ประชาชนนิยมใช้สินค้าไทย ด้วยคำขวัญว่า “ไทยทำ  ไทยใช้  ไทยเจริญ”

พร้อมกันนี้ จอมพล ป ยังสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย เช่น มีการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สยาม” เป็น “ไทย” ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายน เป็นวันที่ 1 มกราคม และจัดตั้งสภาวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้น เพื่อจัดระเบียบชีวิตของคนไทย พร้อมประกาศรัฐนิยมฉบับต่างๆ 

อาทิ สั่งห้ามประชาชนกินหมากโดยเด็ดขาด วางระเบียบการใช้คำแทนชื่อเป็นมาตรฐาน เช่น ฉัน ท่าน เรา ฯลฯ กระทั่งวันที่ 22 มกราคม 2486 รัฐบาล มีคำสั่งประกาศรัฐนิยมให้ข้าราชการกล่าวคำว่า “สวัสดี” ในโอกาสแรกที่พบกัน



อย่างไรก็ตาม คำว่า "สวัสดี" เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกในปี 2476 ซึ่งบัญญัติโดย พระยาอุปกิตศิลปสาร ขณะที่เป็นอาจารย์อยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทดลองใช้ในหมู่นิสิตก่อน 

ต่อมาปี 2486 ในยุคชาตินิยมของจอมพล ป. จึงนำมาใช้อย่างเป็นทางการ "สวัสดี" ใช้เป็นคำทักทายที่ไพเราะและสื่อความหมายดี ๆ ต่อกันของคนไทย ส่วนคำว่า "ราตรีสวัสดิ์" ซึ่งเป็นคำแปลจากคำว่า "good night" ซึ่งเป็นคำลาในภาษาอังกฤษ ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยของจอมพล ป.พิบูลสงคราม เช่นกัน โดยกำหนดให้คนไทยทักกันตอนเช้าว่า "อรุณสวัสดิ์" มาจากคำว่า "good morning" และให้ทักกันในตอนบ่ายว่า "ทิวาสวัสดิ์" มาจากคำว่า "good afternoon" ส่วนตอนเย็นให้ทักกันว่า "สายัณห์สวัสดิ์" มาจากคำว่า "good evening" แต่เนื่องจากต้องเปลี่ยนไปตามเวลา จึงไม่เป็นที่นิยม คนไทยนิยมใช้คำว่า "สวัสดี" มากกว่า เพราะใช้ได้ตลอดเวลา แต่กระนั้น คนไทยก็ยังคงใช้อยู่บ้างบางคำคือ คำว่า อรุณสวัสดิ์ และราตรีสวัสดิ์


“สวัสดี" หมายถึง ความดี ความงาม ความปลอดภัย ความเจริญรุ่งเรือง การอวยชัยให้พร คำทักทาย หรือพูดขึ้นเมื่อพบหรือจากกัน

สำหรับ พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) นับว่าเป็นนักเขียน ผู้เชี่ยวชาญทางภาษาไทย ใช้นามปากหลายนาม ที่รู้จักกันแพร่หลาย คือ "อ.น.ก.", "อุนิกา", "อนึก คำชูชีพ" และยังเป็นผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาทางการแพทย์หรือที่เรียกว่าอาจารย์ เป็นท่านแรกของประเทศไทย โดยกล่าวว่า "ฉันเป็นครู ตายแล้วขอเป็นครูต่อไป"


ขอบคุณข้อมูลจาก : 

https://lonesomebabe.wordpress.com

https://th.m.wikipedia.org


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

แสน มวลมิตร