อคติจนมืดบอด !!! "กิตติรัตน์" พ่นคำยกยอ "ยิ่งลักษณ์" ไม่สนคำพิพากษา...อย่างไรก็เคารพ เพราะเขามีเจตนาดี !

Publish 2017-09-27 14:53:14

วันที่ 27 กันยายน 2560 บนเฟซบุ๊ก Kittiratt Na-Ranong (กิตติรัตน์ ณ ระนอง) ได้โพสต์ข้อความชื่นชมและให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากในวันนี้เป็นวันตัดสินคดีภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มาฟังคำพิพากษาตามนัดจนถูกออกหมายจับ



ไม่ว่าคำพิพากษาในวันนี้จะเป็นประการใด ผมขอยืนยันในเจตนาดี และความมุ่งมั่น ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ชาวนา ผู้ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ จำนวนกว่า 15 ล้านคน (23% ของคนทั้งประเทศ)

ท่านมีทั้งความรู้ และความเข้าใจที่ดีในสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของทั้งประเทศที่สามารถสร้างสมดุลให้ดีขึ้นได้ด้วยหลักการทางเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยเรื่อง Marginal propensity to consume
คนไม่มีความรู้ ที่มีพื้นที่สื่อ พร่ำเพ้อแทบจะทุกวี่ทุกวันน่ะ เขามีแต่อคติจนมืดบอด และหาได้สนใจความทุกข์ยากของประชาชนไม่

ผมเคารพ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรครับ

และวันนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาในคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้ความเกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ครั้งที่ 2 หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด ศาลได้อ่านคำพิพากษา โดยตัดสินว่า จำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำเลยในคดีนี้ เป็นเวลา 5 ปี ไม่รอลงอาญา และให้ออกหมายบังคับคดีนำตัวมารับโทษตามคำพิพากษา

โดยก่อนหน้านี้นายกิตติรัตน์ก็ได้ออกมาโพสต์ปกป้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงเรื่องราวที่จะมีการยึดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์ ก่อนวันนัดไต่สวนพยานครั้งสุดท้าย ในกรณีถูกอัยการสูงสุดฟ้องร้องฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ระบุว่า


มีเพื่อนๆ ถามผมว่า กระทรวงการคลัง และกรมบังคับคดี เอาอำนาจอะไรมายึดทรัพย์ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ โดยไม่ผ่านกระบวนการทางศาล
ผมก็เรียนไปว่า เรื่องนี้มิได้เป็นคำตัดสินของศาลใดๆเลย แต่เป็นการที่ รัฐบาล ใช้อำนาจของ "พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539" ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ให้หวั่นเกรงว่าเมื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ของตนแล้ว จะต้องตกเป็นผู้รับผิดทางแพ่งต่อเอกชน ตามประมวญกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยมีข้อความสำคัญระบุอยู่ในตอนท้ายของ "หมายเหตุ" ของพระราชบัญญัติิ ที่มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า


"... จึงสมควรกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดทางละเมิดในการปฏิบัติงานในหน้าที่เฉพาะเมื่อเป็นการจงใจกระทำเพื่อการเฉพาะตัว หรือจงใจให้เกิดความเสียหายหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น ..."


(โปรดหาอ่านฉบับเต็มใน google ความยาวของ พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ มีความยาวเพียง 4 หน้าเท่านั้น)

ท่านลองถามใจตนเองนะครับว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลน่ะ นายกฯ ยิ่งลักษณ์
(1) จงใจกระทำเพื่อการเฉพาะตัว หรือ?
(นายกฯ ยิ่งลักษณ์ทำนา มีโรงสี หรือทำธุรกิจค้าข้าว อันได้ผลเจริญรุ่งเรือง เมื่อมีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล หรือ?)
(2) จงใจให้เกิดความเสียหาย หรือ?
(นายกฯ ยิ่งลักษณ์ มุ่งให้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลใช้งบประมาณของรัฐบาล โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่จะตกอยู่แก่ชาวนาจำนวนกว่า 15 ล้านคน และส่งผลดีเป็นกำลังซื้อมหาศาลแก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างคุ้มค่า หรือ?)
(3) ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือ?
(การบริหารโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ที่มีส่วนราชการร่วมบริหารงานอย่างบูรณาการณ์และมีคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ พร้อมด้วยอนุกรรมการอีกกว่า10 คณะปฏิบัติหน้าที่ จะเกิดการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงโดย
นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้หรือ?)

ถ้าคำตอบที่ท่านได้จากใจของท่านคือ ไม่ใช่... ไม่ใช่.. และไม่ใช่..." สิ่งนี้ คือ อภินิหารของกฎหมาย กระมังครับ? "

อ้างอิง Kittiratt Na-Ranong (กิตติรัตน์ ณ ระนอง)



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล