คนมีรถต้องอ่าน!! วิธีเลือกประกันภัยรถยนต์ อย่างไร ให้เหมาะสม ได้ประโยชน์ เสียเงินน้อย คุ้มค่าสุด ๆ

Publish 2017-09-14 05:44:22



คนที่ใช้รถคงเคยประสบปัญหากับการที่จะเลือกประกันภัยรถยนต์ให้ตรงกับความต้องการของตัวเองจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจเลือกแบบไหนดีวันนี้เรามีตัวเลือกดี ๆ มาฝากกัน

 

ประเภทของ ประกันรถยนต์

ประกันชั้น 1: คุ้มครองครบถ้วนที่สุด โดยจะให้ความคุ้มครองค่าเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกัน และคันคู่กรณี ค่าเสียหายของทรัพย์สินทั้งในรถยนต์คันเอาประกัน และคันคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล และค่ายาสำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสารรถยนต์คันเอาประกัน และรถยนต์คันคู่กรณี โดยจะให้ค่าชดเชยความเสียหายกรณีรถยนต์คันเอาประกันเสียหายเนื่องจากไฟไหม้เพราะอุบัติเหตุ น้ำท่วม และการโจรกรรม เหมาะสำหรับ รถใหม่ป้ายแดง รถยนต์ที่มีผู้ขับขี่มือใหม่ ยังไม่คล่องในการขับรถยนต์ และรถยนต์ที่ใช้งานเป็นประจำ หรือใช้งานหนัก

 



ประกันชั้น 2: ให้ความคุ้มครองที่รองลงมาจากประกันชั้น 1 โดยจะให้ความคุ้มครองค่าเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกัน และคันคู่กรณี ค่าเสียหายของทรัพย์สินทั้งในรถยนต์คันเอาประกัน และคันคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล และค่ายาสำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสารรถยนต์คันเอาประกัน และรถยนต์คันคู่กรณี โดยจะให้ค่าชดเชยความเสียหายกรณีรถยนต์คันเอาประกันเสียหายกรณีไฟไหม้ และการโจรกรรม เหมาะสำหรับ ผู้ที่ใช้รถยนต์ไม่บ่อยมาก เป็นผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ ไม่ขับรถยนต์หวือหวา หรือขับเร็ว

 

ประกันชั้น 2+: ได้รับความคุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหาย ความเสียหายเกิดขึ้นจากไฟไหม้ ความคุ้มครองต่อรถยนต์คันเอาประกันกรณีเกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะทางบก ค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในรถยนต์คันคู่กรณี เหมาะสำหรับ รถที่ใช้งานเป็นประจำ จำเป็นต้องจอดในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการโจรกรรม รถยนต์ที่ไม่มีที่จอดรถในที่ที่มีรั้วรอบขอบชิด

 

ประกันชั้น 3+: ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของคู่กรณี และความเสียหายของตัวรถ ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุกับยานพาหนะทางบก ไม่คุ้มครองการสูญหายหรือการถูกไฟไหม้ ไม่คุ้มครองความเสียหายทั่วๆ ไป ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่มีคู่กรณี เหมาะสำหรับ รถเก่าที่มีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป รถที่ใช้งานเป็นประจำ แต่สามารถจอดรถยนต์ในที่ๆ ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการโจรกรรม

 

ประกันชั้น 3: ให้ความคุ้มครองค่าเสียหายต่อรถยนต์คันคู่กรณี ค่าเสียหายของทรัพย์สินในรถยนต์คันคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล และค่ายาสำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสารรถยนต์คันคู่กรณี โดยจะไม่ให้ค่าชดเชยความเสียหายกรณีรถยนต์คันเอาประกันเสียหายกรณีไฟไหม้ เสียหายเพราะน้ำท่วม หรือถูกโจรกรรม เหมาะสำหรับ รถยนต์ที่ไม่ได้นำออกมาใช้งานบ่อย นานๆ จะมีการนำออกมาใช้ครั้งหนึ่ง รถเก่าอายุ 7 ปีขึ้นไป รถยนต์ที่ไม่ได้จอดในพื้นที่เสี่ยงต่อการโจรกรรม


 

จำนวนเงินเอาประกันภัยรถยนต์

 

จำนวนเงินเอาประกันภัยรถยนต์ คือ จำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ ตามความคุ้มครองด้านต่างๆ เช่น ความเสียหายต่อตัวรถที่เอาประกันเนื่องจากการชน บริษัทอาจกำหนดจำนวนเงินไม่เกิน 600,000 บาทต่อครั้ง หรือความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก บริษัทอาจกำหนดจำนวนเงินไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อครั้ง เป็นต้น

 

เบี้ยประกันภัยรถยนต์

 

เบี้ยประกันภัยรถยนต์ คือจำนวนเงินที่ผู้ทำประกันจะต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันภัย เพื่อแลกกับความคุ้มครองที่จะได้รับ ซึ่งเบี้ยประกันภัยรถยนต์นี้จะคิดเป็นต่อปี ส่วนจำนวนเบี้ยนั้นจะมากน้อยอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับประเภทของประกันภัย ความคุ้มครอง และทุนประกันของตัวรถที่ผู้ทำประกันได้เลือกไว้

 

การระบุผู้ขับขี่

 

การระบุผู้ขับขี่ เป็นปัจจัยหนึ่งที่กำหนดเบี้ยประกัน เพราะการระบุชื่อผู้ขับขี่นั้น จะทำให้ลดเบี้ยประกันลงไปได้บ้าง เหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีผู้ขับขี่ที่แน่นอนและไม่เกิน 2 คน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุโดยผู้ขับขี่ที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ ประกันก็ยังให้ความคุ้มครองครับ เพียงแต่ว่าผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบความเสียหายในบางส่วนเอง

การเลือกบริษัทประกันภัยรถยนต์

 

การเลือกบริษัทประกัน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งนะครับในการเลือกประกันภัยรถยนต์ โดยคุณสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยต่อไปนี้…ความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัยรถยนต์ ชื่อเสียงของบริษัทประกันว่ามีชื่อเสียงในทางที่ดีหรือไม่การให้บริการของพนักงานบริษัทประกัน ความยากง่ายในการร้องเรียนเรื่องราวต่างๆ เครือข่ายของอู่ซ่อมรถที่จัดไว้บริการหากเกิดอุบัติเหตุ มีตัวแทน หรือนายหน้าที่น่าเชื่อถือ ไว้วางใจได้ ตัวแทน หรือนายหน้ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวประกันภัยรถยนต์เป็นอย่างดี

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล

ติดตามข่าวอื่นๆ