น้ำตานองทั้งแผ่นดิน!!! วิษณุ เผยขั้นตอน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9

Publish 2017-09-06 13:19:29

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า ธรรมเนียมพระศพและพระบรมศพที่เข้ามาในประเทศไทย มีคำราชาศัพท์ที่ใช้ คือ พระราชทานเพลิง และถวายพระเพลิง ซึ่ง 2 คำนี้มีความแตกต่างกัน คำว่า ถวายพระเพลิง จะใช้กับพระมหากษัตริย์ พระราชบิดา พระราชมารดา พระอัยกา และพระอัยกะของพระมหากษัตริย์เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นใช้คำว่าพระราชทานเพลิง 

 

 

ในส่วนพระบรมโกศที่บรรจุพระบรมศพ คำว่า พระบรมโกศ พระโกศ โกศ เป็นคำที่ใช้มาผิดมาจนกลายเป็นถูก คือ สิ่งที่เห็นด้านนอกที่มีการตกแต่งสวยงามเรียกว่า ลอง ถ้าเป็นพระศพเจ้านายเรียกว่า พระลอง ส่วนโกศ หรือ พระโกศ คือ สิ่งที่อยู่ข้างในใต้ชั้นพระลองอีกที แต่เราเรียกสลับจนวันนี้เรียกผิดจนกลายเป็นถูกไปแล้ว



สำหรับในงานพระราชพิธีพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 จะใช้ราชรถที่เรียกว่า พระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งเป็นราชรถที่สำคัญ และจะมีพิธีชักราชรถโดยนายกรัฐมนตรีในอีกไม่กี่วัน โดยพระมหาพิชัยราชรถจะใช้เคลื่อนขบวนพระศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทสู่พระเมรุมาศซึ่งอยู่บริเวณท้องสนามหลวง ในอดีตจึงเรียกท้องสนามหลวงว่า ทุ่งพระเมรุ นอกจากพระเมรุมาศแล้ว ยังประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างรอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม คือ ศาลาที่อยู่หน้าพระเมรุมาศ จะเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และแขกคนสำคัญ ซึ่งพระที่นั่งทรงธรรมในครั้งนี้เป็นพระที่นั่งที่ใหญ่ที่สุด บรรจุคนได้ 2,500 คน ส่วนคนอื่นจะนั่งที่ศาลาล้อมรอบเรียกว่า ศาลาลูกขุน

 


ทั้งนี้ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่จะมาถึง จัดขึ้น 5 วัน ถือเป็นพระราชพิธีที่สั้นที่สุด 

- วันที่ 25 ตุลาคม 2560 เป็นพระราชพิธีออกพระเมรุมาศ 

- วันที่ 26 ตุลาคม 2560 จะมีพระราชพิธีตั้งแต่ช่วงเช้า คือ พระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นสู่ราชรถ ซึ่งจะมีการริ้วขบวนเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริสยศ โดยพระมหากษัตริย์จะอยู่ที่ริ้วขบวนที่ 1 เมื่อขบวนยาตราถึงสนามหลวง จะเคลื่อนพระบรมศพจากมหาพิชัยราชรถ สู่ราชรถปืนใหญ่ แล้วเวียนรอบพระเมรุมาศ 3 รอบ และเชิญพระบรมโกศขึ้นสู่พระเมรุมาศ และเริ่มพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในช่วงเย็น

- วันที่ 27 ตุลาคม 2560 จะเก็บพระบรมอัฐิและจะเชิญพระบรมอัฐิและพระอังคารสู่พระบรมมหาราชวัง

- วันที่ 28 ตุลาคม 2560 จะออกทุกข์ จากนั้นจะอัญเชิญพระอัฐิแยกเป็น 2 ส่วน ประดิษฐานที่วัดประจำรัชกาล 2 แห่ง คือ วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย

ติดตามข่าวอื่นๆ