ด่วน!!! กรมชล ส่งหนังสือเตือน 7 จังหวัด ต่อไปนี้ และ กทม.รีบยกของหนีน้ำ ระวังน้ำท่วม 4-8 ก.ย.

Publish 2017-09-04 05:25:16



พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้รับหนังสือแจ้งสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากอธิบดีกรมชลประทานว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในปัจจุบันอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 1,498 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำหน้าเขื่อนอยู่ที่ระดับ +16.11 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง (ม.รทก.) และจากสถานการณ์น้ำที่สถานี C2 อ.เมือง จังหวัดนครสวรรค์ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นนั้น หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร และจังหวัดอุทัยธานี คาดว่าระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาจะไม่สูงขึ้นเกินกว่าระดับที่สามารถที่รับได้ ระดับที่สามารถรับได้ คือ +17.00 ม.รทก. เมตร จากระดับทะเลปานกลาง และปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะไม่เกิน 1,500 ลบ.ม./วินาที ตามแผนการระบายน้ำของกรมชลประทาน อย่างไรก็ดีในช่วงระหว่างวันที่ 4-8 ก.ย. 60 จะเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง มีผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงตั้งแต่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี เพิ่มสูงขึ้น 10-15 ซม. และหลังจากวันที่ 8 ก.ย. 60 ก็จะปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ

 


พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า จากการคาดการณ์ดังกล่าว กทม. จึงมีความห่วงใยประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากเอ่อล้นตลิ่ง หากมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลาง อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้นประกอบกับมีน้ำทะเลหนุนในช่วงเวลาดังกล่าว โดยจากการสำรวจมีจำนวน 496 ครัวเรือน ในพื้นที่ 10 เขต ได้แก่ เขตบางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางกอกน้อย คลองสาน และเขตราษฎร์บูรณะ จึงขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมขนย้ายสิ่งของให้อยู่ในที่สูง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหากเกิดปัญหาระดับน้ำขึ้นสูง นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้สำนักงานเขตที่มีพื้นที่อยู่ตามแนวริมน้ำเจ้าพระยา สำรวจพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉินต่างๆ จัดเตรียมไม้สำรองไว้หากต้องมีการเสริมทางเดินเข้าสู่ชุมชน พร้อมทั้งจัดเตรียมยา เครื่องเวชภัณฑ์ และเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที
สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากจะภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่กทม.ได้ก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ต่อเนื่องครบแล้วในระดับ +2.8 ถึง +3.5 ม.รทก. ขณะเดียวกันทางสำนักการระบายน้ำยังได้วางกระสอบทรายไปแล้วประมาณ 1 แสนใบในจุดที่เป็นช่องว่าง เช่น บริเวณท่าเรือ อู่เรือ เพื่อป้องกันน้ำที่ทะลักเข้าเมื่อเกิดคลื่น โดยเสริมขึ้นมาที่ระดับ +2.30 ม.รทก. นอกจากนี้ยังเตรียมกระสอบทรายไว้อีกกว่าแสนใบเพื่อให้เสริมแนวในจุดที่อาจเกิดการรั่วซึมด้วย ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาแม่น้ำเจ้าพระยา วัดระดับที่ปากคลองตลาด น้ำขึ้นสูงสุดเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 60 ที่ระดับ +1.95 ม.รทก. ส่วนในเดือน ก.ย. นี้ น้ำทะเลจะหนุนสูงในช่วงวันที่ 3-8 ก.ย และ 17-26 ก.ย 60



 

ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หากเกิดปัญหาให้รีบดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน โดยการติดตามสภาพอากาศของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า ในช่วงนี้จนถึงวัน 3 ก.ย. ร่องมรสุมเคลื่อนขึ้นไปพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยจะมีลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 4 - 5 ก.ย. 60 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ดังนั้น การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จึงยังคงอยู่ในอัตราไม่เกิน 1,500 ลบ.ม./วินาที ตามแผนการระบายน้ำที่ได้วางไว้ ซึ่งจะไม่ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยจากปริมาณน้ำท่าที่ไหลลงสู่แม่น้ำ ทางด้านท้ายเขื่อนซึ่งจะมีปริมาณน้ำไม่มากนัก

 

 

รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าทั้งนี้ในช่วงวันที่ 4 – 8 ก.ย. จะเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง มีผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงจังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10 - 15 เซนติเมตร หลังจากวันที่ 8 กันยายน 2560 ก็จะปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ โดยกรมชลประทาน ได้มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ให้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล